คอลัมน์ : นั่งคุยกับห้องค้า ผู้เขียน : ซาร่า ผลพิบูลย์, กอบสิทธิ์ ศิลปชัย ธนาคารกสิกรไทย
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2016 เพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อต่ำใกล้ศูนย์ จนอาจเรียกได้ว่าเงินฝืด ทั้งการใช้ดอกเบี้ยติดลบ และกำหนดกรอบเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี (Yield Curve Control)
สวนกระแสธนาคารกลางหลักอื่น ๆ หลังวิกฤตโควิด อาทิ เฟดที่ขึ้นดอกเบี้ยในวัฏจักรนี้ (ถึงสิ้นปี) 5.25%, อีซีบี 4.50%, บีโออี 5.15% รวมถึงแบงก์ชาติเราที่ขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว 2% ขณะที่บีโอเจคงดอกเบี้ยไว้ที่ -0.1%
การดำเนินนโยบายการเงินของญี่ปุ่นที่สวนทางนี่เอง ส่งผลให้ส่วนต่างดอกเบี้ยของญี่ปุ่นเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ถ่างกว้างอย่างมาก กดดันเงินเยนอ่อนค่าต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา โดยในปี 2023 เงินเยนอ่อนค่าเกือบ 8% เทียบดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในกลุ่มประเทศ G10 และได้อ่อนค่าทำจุดต่ำสุดทะลุระดับ 150 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นระดับอ่อนค่ามากสุดในรอบกว่า 30 ปีเลยทีเดียว
หากเทียบกับเงินบาท เงินเยนอ่อนค่าลงมากกว่า 7% ในปี 2023 และอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1997 ที่ 23.35 บาท/100 เยน เป็นปัจจัยหนุนให้คนไทยออกไปเที่ยวญี่ปุ่นกันมาก แต่ภาพดังกล่าวกำลังจะเปลี่ยนไปในปี 2024 เมื่อบีโอเจจะต้องขยับอัตรา ดอกเบี้ยขึ้นบ้าง ด้วยเงินเฟ้อที่ขยายตัวเหนือเป้าหมาย 2% ต่อเนื่องมากว่า1 ปี
ขณะที่นโยบายการเงินประเทศอื่น ๆ กำลังจะกลับตัวจากเข้มงวดมาเป็นผ่อนคลาย โดยตลาดคาดการณ์ว่า เฟด, อีซีบี และบีโออี จะปรับลดดอกเบี้ยลงกว่า 1% ในปี 2024 แบงก์ชาติเรามีแนวโน้มที่จะคงดอกเบี้ย ขณะที่บีโอเจคาดว่าจะขยับดอกเบี้ยขึ้น จะทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยญี่ปุ่นเทียบกับประเทศอื่นแคบลงหนุนเงินเยนกลับตัวเป็นแนวโน้มแข็งค่า
แล้วเงินเยนจะแข็งค่าขึ้นแค่ไหน คงต้องตอบว่า ค่อนข้างจำกัด เราคงจะไม่ได้เห็นเงินเยนแตะระดับก่อนวิกฤตโควิดที่ราว 110 เยน/ดอลลาร์เร็ว ๆ นี้แน่ ส่วนหนึ่งเนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจของญี่ปุ่นยังอ่อนแอ โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มองเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะโตลดลงเหลือเพียง 1% เท่านั้นในปี 2024 จาก 2% ที่คาดจะโตในปี 2023 ซึ่งจะจำกัดความเร็วในปรับขึ้นดอกเบี้ย
นอกจากนี้ หากเศรษฐกิจสหรัฐไม่ส่งสัญญาณอ่อนแอลงมาก หรือเข้าสู่ภาวะถดถอย เฟดก็ไม่น่าที่จะรีบลดดอกเบี้ยลงเร็วและลงมากอย่างที่ตลาดคาดหวังกันไว้ ด้วยกลัวว่าเงินเฟ้อจะกลับมาเร่งตัว
นักวิเคราะห์รวบรวมโดยบลูมเบิร์กคาดการณ์เงินเยนจะแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 135 เยน/ดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2024 หรือแข็งค่าขึ้นราว 5% เท่านั้น ขณะที่คาดจะแข็งค่าขึ้นราว 3% เทียบกับเงินบาท อยู่ที่ 25.15 บาท/100 เยน ยังถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับก่อนโควิดที่ต้องใช้เงิน 28.50 บาท เพื่อแลก 100 เยน
ดังนั้นการไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ยังดูน่าสนใจอยู่ดีสำหรับคนไทย แต่อาจต้องทยอยสะสมเงินเยนในช่วงนี้ก่อนที่บีโอเจจะขยับดอกเบี้ยขึ้นจริง ๆ รวมถึงเมื่อพิจารณาปัจจัยเสี่ยงที่รายล้อมเศรษฐกิจโลกในปี 2024 โดยเฉพาะสงครามและความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีนที่อาจรุนแรงขึ้น เนื่องจากมีการเลือกตั้งในไต้หวันและสหรัฐ ซึ่งอาจเพิ่มความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างค่าเงินเยน