เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดอำนาจ 19 อรหันต์ บอร์ด Data Center คุมน้ำ-ไฟ-รักษาอธิปไตยข้อมูลของประเทศ
Politics เปิดอำนาจ 19 อรหันต์ บอร์ด Data Center คุมน้ำ-ไฟ-รักษาอธิปไตยข้อมูลของประเทศ
ราคาทองวันนี้ (5 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
ผลประกอบการ SpaceX หลังเข้า IPO ขาดทุน 1.7 หมื่นล้านบาท
Business ผลประกอบการ SpaceX หลังเข้า IPO ขาดทุน 1.7 หมื่นล้านบาท
ก.ล.ต. หอบหลักฐานเพิ่ม ส่ง ปอศ. คดี Bitkub รายงานเท็จปกปิดเหตุแฮ็ก 1.7 พันล้าน
Finance ก.ล.ต. หอบหลักฐานเพิ่ม ส่ง ปอศ. คดี Bitkub รายงานเท็จปกปิดเหตุแฮ็ก 1.7 พันล้าน
หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ ขายผ่านแอปฯเป๋าตัง ดอกเบี้ย 3.70-3.80% ต่อปี ดีเดย์ 27 ส.ค.นี้
Finance หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ ขายผ่านแอปฯเป๋าตัง ดอกเบี้ย 3.70-3.80% ต่อปี ดีเดย์ 27 ส.ค.นี้
จัดเวทีธุรกิจไทย-เมียนมา รับ “มิน อ่อง หล่าย” เยือนไทย
Biz Movement จัดเวทีธุรกิจไทย-เมียนมา รับ “มิน อ่อง หล่าย” เยือนไทย
กกร.ปรับเพิ่ม GDP ไทย ปี’69 โต 1.6-2% ส่งออกพุ่ง 8-10% รับแรงหนุนสินค้าเทค-AI
Economic กกร.ปรับเพิ่ม GDP ไทย ปี’69 โต 1.6-2% ส่งออกพุ่ง 8-10% รับแรงหนุนสินค้าเทค-AI
Super LBA ผู้นำรับวิกฤต – กลยุทธ์ เจรจาต่อรอง-นวัตกรรมประกันภัย-ศิลปะบริหารความเสี่ยง
Biz Movement Super LBA ผู้นำรับวิกฤต – กลยุทธ์ เจรจาต่อรอง-นวัตกรรมประกันภัย-ศิลปะบริหารความเสี่ยง
‘ศุภวุฒิ’ จี้รัฐบาลผลักดัน ‘Longevity Eonomy’ เป็นเครื่องยนต์ใหม่ดันเศรษฐกิจไทย-แนะ 4 ข้อ ปรับภาพลักษณ์ประเทศ
Finance ‘ศุภวุฒิ’ จี้รัฐบาลผลักดัน ‘Longevity Eonomy’ เป็นเครื่องยนต์ใหม่ดันเศรษฐกิจไทย-แนะ 4 ข้อ ปรับภาพลักษณ์ประเทศ
‘ไทย-อินโดนีเซีย’ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์  โอกาสทองอาเซียน ?
Economic ‘ไทย-อินโดนีเซีย’ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ โอกาสทองอาเซียน ?
ดูทั้งหมด

เสียงสะท้อน 2 ซีอีโอประกัน เตือนระวังความเสี่ยง “รถ EV”

24 ธ.ค. 2566 | 14:50น.
สมพร สืบถวิลกุล-อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน

เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถ EV ในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยนโยบายภาครัฐที่ให้การสนับสนุนและเดินหน้าดึงผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่การรับประกันภัยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจประกันภัยต้องศึกษารายละเอียดความเสี่ยงในการเข้าไปรับประกันรถ EV ให้ชัดเจนมากขึ้น

คาดประกันรถ EV พุ่งแสนคัน

นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย (TIP) ในฐานะนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า สำหรับในปี 2567 สมาคมได้มีการประมาณการว่าจะมีรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) เข้าสู่ระบบประกันวินาศภัยจำนวน 100,000 กรมธรรม์ ตามคาดการณ์ยอดขายรถอีวีใหม่เพิ่มขึ้น 100,000 คัน

ซึ่งจะมีส่วนผลักดันให้เบี้ยรับรวมทั้งระบบอยู่ที่ 301,050-303,900 ล้านบาท เติบโต 5-6% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY)

“คาดว่าเบี้ยอีวีปีหน้าจะโต 5-6% ขณะนี้พอร์ตรถอีวีทั้งระบบมีเบี้ยรับรวมประมาณ 2,000 ล้านบาท มีอัตราเบี้ยประกันเฉลี่ยของตลาดอยู่ที่ 17,000-20,000 บาทต่อคันต่อปีกรมธรรม์”

โดยตอนนี้จะเห็นได้ว่ามีค่ายรถยนต์แข่งขันกันมาก โดยเฉพาะค่ายรถอีวีจีนที่มีการทำตลาดอย่างกว้างขวางในประเทศไทย ขณะเดียวกันค่ายรถอีวียุโรปและญี่ปุ่นก็เริ่มจะมีแนวโน้มเข้ามาแข่งขันมากขึ้นด้วย ดังนั้นคาดว่าปี 2567 ตลาดนี้น่าจะมีความคึกคักแน่นอน

เตือนประกันคิดเบี้ยเหมาะสม

นายสมพรกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมค่อนข้างมีความกังวล เพราะเมื่อรถอีวีมีการประกันภัยเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งทราบกันดีว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว โอกาสแบตเตอรี่จะได้รับความเสียหายมีค่อนข้างสูง ซึ่งมูลค่าของแบตเตอรี่คิดเป็น 75-80% ของราคารถ จึงได้พูดคุยกับบริษัทสมาชิกอยู่ตลอด ว่าต้องมีความระมัดระวังในการทำอัตราเบี้ยประกันภัยให้มีความเหมาะสม

เนื่องจากขณะนี้สมาคมได้ตรวจสอบข้อมูลการรับประกันรถอีวีทั่วโลก ปรากฏว่าในอเมริกาเริ่มมีปัญหา เพราะมีต้นทุนการซ่อมบำรุงและค่าสินไหมที่สูงมาก ทำให้เบี้ยประกันรถอีวีในอเมริกาเฉลี่ยสูงกว่ารถสันดาปถึง 30% และมีแนวโน้มจะเป็นลักษณะนี้ต่อไป ขณะที่เบี้ยประกันรถอีวีในประเทศไทยยังไม่สูงกว่ารถสันดาปอย่างมีนัยสำคัญ

“เราต้องใช้เวลาเก็บสถิติ 1-2 ปี ถึงจะมีประสบการณ์ที่ชัดเจนขึ้น สิ่งสำคัญมากที่น่าจะเป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทยต้องระมัดระวังก็คือ รถสันดาปจะมีอายุใช้งานได้ถึง 15-20 ปี แต่รถอีวีใช้งานได้น้อยกว่านั้นมาก และถ้าแบตเตอรี่มีปัญหาต้องเปลี่ยน เป็นค่าใช้จ่ายมหาศาล พอ ๆ กับการซื้อรถใหม่ จึงเป็นธุรกิจที่ต้องระมัดระวังในอนาคต”

หวั่น “ตัดราคาเบี้ย” เป็นจุดเสี่ยง

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย (BKI) กล่าวว่า ตอนนี้อัตราความเสียหายหรือเคลมสินไหม (Loss Ratio) ของรถอีวีในประเทศไทย อาจยังไม่ใช่ตัวสะท้อนความเสียหายที่แท้จริง

เนื่องจากการใช้งานรถน้อย จึงมีความเสียหายต่ำอยู่ ขณะนี้นำไปสู่การตัดราคาเพื่อให้ได้จำนวนเบี้ยเข้าสู่แต่ละบริษัท ซึ่งในระยะยาวจะไม่ส่งผลดีหากความเสียหายเกิดขึ้นและสะท้อนความเสียหายที่แท้จริง ดังนั้นนี่คือจุดเสี่ยงของภาคธุรกิจ

“เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการใช้รถอีวีอย่างเต็มที่เหมือนรถสันดาป เวลาเกิดความเสียหายขึ้นพวกค่าซ่อม ค่าแรง และค่าอะไหล่ จะสูงกว่าการซ่อมรถสันดาป เพราะต้องซ่อมศูนย์ห้างของดีลเลอร์เป็นหลัก ซึ่งราคาสูงกว่าซ่อมอู่ทั่วไป”

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า เมื่อเกิดความเสียหายโดยสิ้นเชิง (Total Loss) ต้องถือว่ามูลค่าซากของรถอีวีต่ำมาก เพราะมีชิ้นส่วนอะไหล่น้อย แบตเตอรี่ไม่ได้ถูกนำกลับมาใช้ซ้ำ (Recovery) ไม่เหมือนรถสันดาปที่นำชิ้นส่วนกลับมาใช้เป็น Second Hand ต่อได้

นอกจากนี้ รถอีวีเป็นรถอิเล็กทรอนิกส์มีเซ็นเซอร์มาก แต่ถ้าคนที่เคยลองขับจะเห็นว่าการออกตัวของรถอีวีค่อนข้างเร็วกว่ารถสันดาป เพราะฉะนั้นการขับที่ไม่คุ้นชินหรือการขับขี่โดยผู้ที่มีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ มีความเสี่ยงจะเกิดความเสียหายสูง

“ลอสเรโชของรถอีวีปีแรก ๆ มีสัดส่วนแค่ 10% ต่อมาขยับขึ้นมาอยู่ 30% และปี 2566 ขึ้นมาเกือบแตะ 60% ไปแล้ว อย่างไรก็ดี เคลมสินไหมรถอีวีของบริษัทกรุงเทพประกันภัยปิดช่วง 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 55% และคาดว่าจนถึงสิ้นปี 2566 อาจจะยังต่ำกว่า 60%”

BKI ถอนตัวร่วมแคมเปญเสี่ยง

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า สำหรับนโยบายการรับประกันรถอีวีของบริษัทกรุงเทพประกันภัย พยายามใช้ข้อมูลตลาดสากลเป็นพื้นฐานในการอ้างอิงกำหนดเบี้ย และจัดสรรประกันภัยต่อในรูปแบบของโควตาแชร์ เนื่องจากการรับประกันรถอีวีในประเทศไทยยังมีสถิติไม่มากพอ

โดยปิดสิ้นปี 2566 คาดว่าพอร์ตรับประกันรถอีวีน่าจะอยู่ประมาณ 10,000 คัน คิดเป็นมาร์เก็ตแชร์ 10% ของตัวเลขรถอีวีที่จดทะเบียน โดยพอร์ตงานในมือประกอบด้วย BYD, MG, ORA GOOD CAT, BMW, Tesla, Audi, Porsche

อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 คาดว่ามาร์เก็ตแชร์จะลดลงเหลือ 7% เนื่องจากบริษัทจะไม่เข้าร่วมแคมเปญเบี้ยประกันภัยคงที่ 2 ปีกับพันธมิตร (ต้องต่ออายุอัตโนมัติ 2 ปี ด้วยเบี้ยเท่าเดิมเพื่อจูงใจลูกค้า) เนื่องจากกังวลว่าจะไม่เป็นประโยชน์ในระยะยาว และไม่สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทด้วย

“นโยบายของเราคือการรับประกันภัยอย่างระมัดระวัง ซึ่งแคมเปญดังกล่าวไม่เป็นไปตามการบริหารความเสี่ยงภายในของบริษัท อย่างไรก็ดีเชื่อว่าจะไม่กระทบเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตเบี้ยประกันรถยนต์ในปี 2567 ที่จะโตระดับ 10% เนื่องจากปีแรกขายโดยดีลเลอร์ แต่ปีที่ 2 มักขายโดยโบรกเกอร์หรือตัวแทน ฉะนั้นเขาจะเลือกบริษัทประกันภัยที่มั่นคงในการส่งงาน เพราะผ่านประสบการณ์จากบริษัทที่ล้มหายตายจากไปแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่บริษัทจะได้งานจากตรงนี้มากขึ้น”

เป็นเสียงสะท้อนจากผู้บริหารของ 2 ค่ายประกันใหญ่ ที่น่าสนใจเลยทีเดียว และน่าจะมีผลต่อการขับเคลื่อนตลาดรถ EV ในประเทศไทยไม่น้อย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจประกัน รถอีวี EV