เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เพซ’ พรีเซ้นต์คอนโดวิวสวนลุม ‘นิมิต ลุมพินี’ ชูสถาปัตย์ผสานเวลเนส
Uncategorized ‘เพซ’ พรีเซ้นต์คอนโดวิวสวนลุม ‘นิมิต ลุมพินี’ ชูสถาปัตย์ผสานเวลเนส
เอกนิติ ชูโมเดล “AI นกกระซิบ”ธนาคารโลกเตรียมขยายผลใช้ทั่วโลก
Finance เอกนิติ ชูโมเดล “AI นกกระซิบ”ธนาคารโลกเตรียมขยายผลใช้ทั่วโลก
พลิกโฉมที่ดินบางซื่อ-ตลาดจตุจักร-ท่าเรือคลองเตย ปั้นย่านเศรษฐกิจ ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
Real Estate พลิกโฉมที่ดินบางซื่อ-ตลาดจตุจักร-ท่าเรือคลองเตย ปั้นย่านเศรษฐกิจ ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่
MONEY EXPO 2026 ปลุกเศรษฐกิจเชียงใหม่ “แบงก์ – น็อนแบงก์” จัดโปรฯแรงส่งท้ายปี
Biz Movement MONEY EXPO 2026 ปลุกเศรษฐกิจเชียงใหม่ “แบงก์ – น็อนแบงก์” จัดโปรฯแรงส่งท้ายปี
ยังแฮปปี้ ผนึก สสส. – กทม. ปลดล็อคศักยภาพเศรษฐกิจสูงวัย Silver Economy
Business ยังแฮปปี้ ผนึก สสส. – กทม. ปลดล็อคศักยภาพเศรษฐกิจสูงวัย Silver Economy
5 เรื่องต้องรู้ หลังไทยจ่อคลอด THB Stablecoin เด้งรับเทรนด์บิ๊กการเงินโลก
Tech 5 เรื่องต้องรู้ หลังไทยจ่อคลอด THB Stablecoin เด้งรับเทรนด์บิ๊กการเงินโลก
“เดอะมอลล์” ปรับพื้นที่ค้าปลีกสู่ Active Lifestyle & Wellness รับเทรนด์สุขภาพ
Biz Movement “เดอะมอลล์” ปรับพื้นที่ค้าปลีกสู่ Active Lifestyle & Wellness รับเทรนด์สุขภาพ
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 1,150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
เวนคืน ‘โคราช-หนองคาย’ 1.2 หมื่นล้าน สร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมลาว-จีน
Real Estate เวนคืน ‘โคราช-หนองคาย’ 1.2 หมื่นล้าน สร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมลาว-จีน
ฟ้องทวงหนี้แอร์พอร์ตลิงก์ 1.3 หมื่นล้าน จุดเริ่มต้นฉากจบไฮสปีด 3 สนามบิน
Economic ฟ้องทวงหนี้แอร์พอร์ตลิงก์ 1.3 หมื่นล้าน จุดเริ่มต้นฉากจบไฮสปีด 3 สนามบิน
ดูทั้งหมด

ปี 2567 เศรษฐกิจควรจะฟื้นตัวแบบมีพลัง ทั่วถึง และมีคุณภาพ

04 ม.ค. 2567 | 09:45น.
ศก.ฟื้นตัว
คอลัมน์ : เช้านี้ที่ซอยอารีย์
ผู้เขียน : ดร.พงศ์นคร โภชากรณ์ ([email protected])

กระทรวงการคลัง แบงก์ชาติ และสภาพัฒน์ คาดการณ์ตรงกันว่าเศรษฐกิจไทยปี 2567 จะขยายตัวได้ร้อยละ 3.2 ต่อปี ดีกว่าปี 2566 ที่คาดว่าน่าจะขยายตัวประมาณ 2.4-2.7 ต่อปี

นอกจากนี้ ธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ก็คาดการณ์ว่าปี 2567 จะขยายตัวได้ดีกว่าปี 2566 เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม ผมยังมองว่าการฟื้นตัวเชิงปริมาณอย่างเดียวไม่พอ “ต้องฟื้นแบบมีพลัง ฟื้นแบบทั่วถึง และฟื้นแบบมีคุณภาพ” ด้วย ดังนี้

ฟื้นแบบมีพลังหมายถึง การฟื้นตัวแบบมีแรงส่งให้เราหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง และต้องเลิกอ้างอิงอัตราการขยายตัวเต็มศักยภาพ หรือ Potential Growth ไว้ที่ร้อยละ 3.5 ต่อปี : เมื่อ 10 ปีก่อน ถ้าถามว่าตัวเลข Potential Growth อยู่ที่เท่าไร ส่วนใหญ่จะตอบว่าอยู่ที่ร้อยละ 5 แต่ถ้าถามวันนี้ส่วนใหญ่จะตอบว่า

ร้อยละ 3.5 ในทางวิชาการใช่ครับ แต่ในทางยุทธศาสตร์ไม่ใช่ ถ้ายึดว่าการเติบโตได้ร้อยละ 3.5 คือการเติบโตเต็มที่ของเศรษฐกิจไทยแล้ว ได้ตามเป้าแล้ว “เป็นการคิดที่ผิด” ด้วยอัตราการเติบโตแค่นี้ไม่มีทางจะหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง

หรือเป็นประเทศพัฒนาแล้วแน่นอน และที่สำคัญการเติบโตระยะหลังได้รับแรงสนับสนุนมาจากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่เป็นปัจจัยภายนอก มากกว่าการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยภายในที่สร้างความมั่นคงยั่งยืนได้มากกว่า

ดังนั้น การตั้งเป้าการเติบในอัตราที่สูงกว่านี้ (แต่เอื้อมถึง) เช่น ร้อยละ 5 จะช่วยยกระดับศักยภาพของประเทศให้สูงขึ้น รายได้สูงขึ้น “อย่าให้เขาว่าได้ ว่าไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ได้แค่นี้”

ฟื้นแบบทั่วถึงหมายถึง การฟื้นตัวถ้วนหน้าทุกหย่อมหญ้า โดยจัดลำดับความสำคัญว่าควรช่วยใครก่อน หลังภายใต้งบประมาณอันจำกัด และเลิกหลอกตัวเองว่าจำนวนคนจนลดลงเหลือ 3.8 ล้านคนแล้ว : ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการข้อมูลมีความทันสมัยอย่างมาก สามารถนำเลขบัตรประชาชนมาตรวจสอบเชื่อมโยงและจัดทำพีระมิดประชากร 67 ล้านคน

จำแนกได้หลายแบบ เช่น จำแนกตามรายได้จากน้อยไปมาก จำแนกจากความเปราะบางมากไปน้อย จำแนกเป็นกลุ่มอาชีพ เป็นต้น และจำแนกอีกชั้นเป็นรายจังหวัด อำเภอ ตำบล ซึ่งจะทำให้ภาครัฐทราบกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการช่วยเหลือเป็นรายคน รายครัวเรือน

ที่สำคัญการทำนโยบายแบบ “พาราเซตามอล” ควรเลิกได้แล้ว เพราะแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างหลากหลายของปัญหา เปรียบเสมือนคนเป็นโรคเบาหวานจ่ายยาพาราเซตามอลก็ไม่มีวันหายหรือทุเลา นอกจากนี้ ผมไม่อยากให้ภาครัฐหลงผิดไปว่า จำนวนคนจนล่าสุดของปี 2565 อยู่ที่ 3.8 ล้านคน ต่ำสุดนับตั้งแต่จัดเก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 2531 เพราะ 3.8 ล้านคน

เป็นตัวเลขแบบสุ่มสำรวจ และมองมิติรายจ่ายอย่างเดียว หาใช่ของแท้แบบการลงทะเบียนและตรวจสอบคัดกรองหลายมิติ เช่น รายได้ เงินฝาก ที่ดิน บัตรเครดิต ยานพาหนะ เป็นต้น ตัวเลขคนจนที่แท้จริงไม่น่าจะต่ำกว่า 10 ล้านคน

ดังนั้น การเอาแผนที่ประเทศไทยมากาง แล้วชี้ว่าปัญหาปากท้อง รายได้ เงินออม หนี้สินภาคครัวเรือนอยู่ตรงไหนของแผนที่ แล้วแก้ปัญหาไปทีละเปลาะ ๆ พร้อม ๆ กันทุกพื้นที่ ภายใต้งบประมาณอันจำกัด น่าจะลดปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ได้ชัดเจนกว่าที่ผ่านมา สิ่งที่ผมเชื่อเสมอมาคือ “การเติบโตของเศรษฐกิจไม่ว่าจะสูงแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์อันใด ถ้าชาวบ้านยังมีปัญหาปากท้องอยู่ทุกหย่อมหญ้า”

ฟื้นตัวแบบมีคุณภาพหมายถึง การขจัดหรือลดปัญหาที่เกิดกับคนและพื้นที่ ซึ่งเป็น Fifty Shades of Problem จริง ๆ และหน่วยงานนโยบายเลิกเอาข้อมูลที่มีคุณค่าขึ้นหิ้งไว้กราบไหว้บูชา : ภาครัฐควรให้ความสำคัญ (ซะที) กับข้อมูลมาก ๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ 3 ฐานข้อมูลสำคัญ ได้แก่ 1) ฐานข้อมูลความก้าวหน้าของคน (Human Achievement Index) มี 8 มิติ จำนวน 32 เครื่องชี้วัด แยกเป็นรายจังหวัด 2) ฐานข้อมูลสภาพปัญหาเศรษฐกิจและสังคมระดับหมู่บ้าน (กชช.2ค) มี 7 มิติ จำนวน 33 เครื่องชี้วัด แยกเป็นรายหมู่บ้าน

และ 3) ฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) มี 5 มิติ จำนวน 31 เครื่องชี้วัด แยกเป็นรายครัวเรือน แล้วสั่งให้แต่ละจังหวัดจัดทำเครื่องชี้ที่เป็นปัญหา หรือ Pain Point ของจังหวัดตัวเองออกมาทั้งหมด ศึกษาและวิเคราะห์อย่างละเอียด แล้วเลือกปัญหาเร่งด่วนออกมาสัก 10 เครื่องชี้ แล้วออกแบบนโยบายร่วมกัน

จากประสบการณ์ที่ผมเดินทางไปบรรยายทุกภูมิภาค ปีหนึ่งหลายจังหวัด สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ มีการนำข้อมูล 3 ตัวข้างต้นมาใช้ทำนโยบายน้อยมาก ๆ น่าเสียดายมีของดี แต่กลับไม่ได้ใช้ “เหมือนมีไอโฟน 15 แต่กลับใช้แค่ โทร.เข้า โทร.ออก”

ดังนั้น เมื่อพื้นที่มีโจทย์ที่ชัดเจน ส่วนกลางและท้องถิ่นร่วมกันออกแบบนโยบายแก้ปัญหา ผ่านนโยบายการคลังและการเงินเป็นหลัก และสร้างการมีส่วนร่วมกับชาวบ้าน “กระบวนการเช่นนี้จะทำให้การเติบโตเชิงคุณภาพ การยกระดับคุณภาพชีวิต และการปิดช่องว่างการพัฒนาระหว่างพื้นที่เกิดขึ้นทั่วประเทศทันทีแบบหน้ากระดาน”

หากภาครัฐบริหารจัดการให้เศรษฐกิจปี 2567 ฟื้นตัวแบบมีพลัง ทั่วถึง และมีคุณภาพ เพิ่มเติมจากการฟื้นตัวเชิงปริมาณ จะช่วยให้ประเทศไทยพัฒนาอย่างไฉไลขึ้นไปอีกขั้นแน่นอน

บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มิได้ผูกพันเป็นความเห็นขององค์กรที่สังกัด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงการคลัง แบงก์ชาติ