Skip to content

ดอลลาร์แข็งค่าหลังเฟดไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม

01 ก.พ. 2567 | 19:16น.
ดอลลาร์แข็งค่าหลังเฟดไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/2) ที่ระดับ 35.53/54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (31/1) ที่ระดับ 35.46/47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาทางธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.25-5.5% ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 4 ภายหลังจากประชุม นายพาวเวลล์ประธานเฟดได้แถลงการณ์ว่า ข้อมูลที่เฟดได้รับมาเมื่อไม่นานมานี้บ่งชี้ว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง ขณะที่การจ้างงานปรับตัวขึ้นปานกลางนับตั้งแต่ต้นปี แต่ยังคงมีความแข็งแกร่งและอัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ ส่วนอัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงในปีที่แล้วแต่ยังคงอยู่ในระดับสูง ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยนั้นได้อยู่ในระดับสูงสุดแล้ว

โดยเฟดกล่าวว่าการลดอัตราดอกเบี้ยนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อมีการยืนยันว่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ โดยหากตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญออกมาแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง การเติบโตของการจ้างงานและเศรษฐกิจมีความยั่งยืน ทั้งนี้คณะกรรมการ FOMC จะหาแนวทางที่ทำให้บรรลุเป้าหมายการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ และบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ในระยะยาว ทั้งนี้ความเสี่ยงที่จะมีผลต่อการบรรลุเป้าหมายการจ้างงานและเงินเฟ้อนั้นอยู่ในทิศทางที่มีความสมดุลมากขึ้น

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอน และคณะกรรมการยังคงให้ความสนใจต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ทั้งนี้เองเฟดยังไม่ได้ส่งสัญญาณถึงการลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในเดือนมีนาคม นอกจากนี้ คืนที่ผ่านมา ADP ได้มีการรายงานว่าการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐเพิ่มขึ้น 107,000 ตำแหน่ง ในเดือนมกราคม ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 150,000 ตำแหน่ง ทั้งนี้ตัวเลขเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมที่อยู่ที่ 158,000 ตำแหน่ง

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ได้คาดการณ์ว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะขยายตัว 2.9% และหากดิจิทัลวอลเลตสามารถดำเนินการได้น่าจะขยายตัวอยู่ที่ 3.7% ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยยังคงฟื้นตัวช้า โดยการฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคท่องเที่ยวและการฟื้นตัวของการส่งออกยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักในปีนี้

ขณะที่การกระตุ้นเศรษฐกิจจากนโยบายภาครัฐยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.44-35.58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.46/48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/2) ที่ระดับ 1.0809/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (31/1) ที่ระดับ 1.0831/32 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการแข็งค่าขึ้นของดอลลาร์สหรัฐ โดยทางยูโรโซนได้มีการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตในเดือนมกราคม ออกมาทรงตัว ทั้งนี้วันนี้ตลาดจับตารอดูอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนในเดือนมกราคม

โดยตลาดคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 2.7% ลดลงจากเดือนมกราคมที่ 2.9% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะอยู่ที่ 3.2% ชะลอตัวจากเดือนมกราคมที่อยู่ที่ 3.4% เช่นกัน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0780-1.0822 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0797/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/2) ที่ระดับ 146.92/93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (31/1) ที่ 147.45/46 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ จากการที่ทางญี่ปุ่นได้มีการเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 38.0 ในเดือนมกราคม จาก 37.2 ในเดือนธันวาคม และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ที่ระดับ 37.6

รวมถึงตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านใหม่ในเดือนมกราคมหดตัว 4.0% ซึ่งหดตัวน้อยกว่าในเดือนธันวาคมที่หดตัวอยู่ที่ระดับ 8.5% จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมา ส่งผลทำให้นักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวขึ้น และอาจส่งผลทำให้ธนาคารกลางเปลี่ยนนโยบายการเงินจากขยายตัวเป็นหดตัว ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 146.60-147.05 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 146.85/86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ธนาคารกลางอังกฤษ (1/2), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐประจำเดือน ม.ค.จากสถาบัน ADP (31/1), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตจากสถาบัน ISM ของสหรัฐ (1/2), ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตร อัตราการว่างงานและค่าจ้างรายชั่วโมงประจำเดือน ม.ค.ของสหรัฐ (2/2)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.1/-7.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.0/-4.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ