ดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ ตลาดจับตาดูการประชุมเฟด

ธนบัตร U.S.dollar banknotes
REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ดอลลาร์สหรัฐยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ ตลาดจับตาดูผลการประชุมเฟด นักลงทุนคาดเฟดคงดอกเบี้ย แม้เงินเฟ้อมีทิศทางชะลอตัวลง

วันที่ 30 มกราคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 30 มกราคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/1) ที่ระดับ 35.34/35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (29/1) ที่ระดับ 35.56/58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับปัจจัยบวกจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ เนื่องจากสถานการณ์สงครามที่ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ในส่วนของดอลลาร์สหรัฐทรงตัวในกรอบแคบ โดยนักลงทุนรอการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ อาทิ ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรับ (Fed) (30-31/1) และข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ม.ค. (2/2)

ทั้งนี้นักลงทุนได้คาดการณ์ว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐนั้น แม้เงินเฟ้อมีทิศทางชะลอตัวลง แต่ก็อาจจะยังไม่เร็วเพียงพอที่จะทำให้ Fed เริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในเดือน มี.ค. และคาดว่า Fed น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้จนถึงเดือน พ.ค.

สำหรับปัจจัยในประเทศ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬามีการเปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 1.62% โดยมีกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ ชาวจีนและชาวมาเลเซีย เนื่องจากเป็นการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ และความต้องการท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวจีนที่เพิ่มขึ้น

สำหรับสัปดาห์นี้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา จากปัจจัยเรื่องการลงนามควาตกลงยกเว้นการตรวจลงตราหรือการยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย-จีน ที่คาดว่าจะสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.35-35.37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.36/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/1) ที่ระดับ 1.0815/17 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (29/1) ที่ระดับ 1.0835/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร นักลงทุนรอการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของยูโรโซนในสัปดาห์นี้ อาทิ ดัชนี GDP ของเยอรมนี ไตรมาส 4/2566, ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเยอรมนี เดือน ม.ค. เพื่อรอดูสัญญาณเกี่ยวกับกรอบเวลาในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ECB

นอกจากนี้ ทางด้านตลาดยูโรโซนยังคงรอการประชุมนโยบายการเงินของ BOE ในวันที่ 1/2 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0822-1.0828 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0825/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท เปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/1) ที่ระดับ 147.46/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (29/1) ที่ระดับ 147.34/35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ กระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลในวันนี้ (30/1) พบว่า อัตราการว่างงานของญี่ปุ่นลดลงอยู่ที่ระดับ 2.4% โดยมีจำนวนผู้มีงานทำเพิ่มขึ้น 380,000 ราย เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มครั้งที่ 17 ติดต่อกัน อุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ได้แก่ ภาคการผลิตภาคที่พักอาศัย และภาคบริการอาหาร

อย่างไรก็ตาม ด้านกระทรวงแรงงานญี่ปุ่นมีการเปิดเผยว่า แม้อุปสงค์แรงงานจะลดลงเล็กน้อย จากอัตราส่วนงานต่อผู้สมัครที่ลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 1.27 จากระดับ 1.28 แต่โดยรวมตลาดแรงงานของญี่ปุ่นยังคงส่งสัญญาณตึงตัวในเดือน ธ.ค. 2566 เนื่องจากภาคส่วนต่าง ๆ ยังคงขาดแคลนกำลังคนในขณะที่บริษัทต่าง ๆ กำลังเจรจาเรื่องค่าจ้างกับสหภาพแรงงาน ซึ่งเป็นที่ติดตามอย่างใกล้ชิดจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เนื่องจาก BOJ กำลังมองหาสัญญาณบ่งชี้ว่า หากค่าจ้างเพิ่มขึ้นจะทำให้อุปสงค์เพิ่มขึ้นจนดันให้ราคาเพิ่มขึ้นตาม

โดย BOJ คาดการณ์เอาไว้ว่า อัตรารายได้ในรูปเงินสดตามที่กำหนดไว้ (scheduled cash eamings) จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของราคาและสภาวะตลาดแรงงานที่ยังคงตึงตัว โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.33-147.39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 147.33/35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือน พ.ย.จาก S&P Case-Shiller (30/1), รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB (30/1), ตำแหน่งว่างงานเปิดใหม่จาก JOLTs เดือน ธ.ค. (30/1), ประชุมนโยบายการเงินของ Fed (30-31/1), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน ม.ค.จาก ADP (31/1), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (1/2), การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (2/2), อัตราการว่างงาน (2/2)


สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.2/-7.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.5/-5.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ