เศรษฐกิจถดถอย ไทยเสี่ยงระดับไหน ?

ศก.ไทยเสี่ยง

เศรษฐกิจ “วิกฤต” หรือ “ไม่วิกฤต” เป็นเรื่องที่กำลังถกเถียงกันค่อนข้างมาก ซึ่งอาจจะขึ้นอยู่กับว่ามองจากมุมใด มองผ่าน “แว่น” ของใคร

ล่าสุด มีประเด็นร้อนเรื่องเอกสารลับ การปรับประมาณการตัวเลขการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2566 และปี 2567 ของกระทรวงการคลัง ถูกเผยแพร่ออกมาก่อนวันแถลง อย่างไรก็ดี ต่อมากระทรวงการคลังก็แถลงและยืนยันตัวเลขตามที่ออกมานั้น

คือ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2566 จะขยายตัวที่ 1.8% (ช่วงคาดการณ์ที่ 1.6% ถึง 2.0%) ชะลอลงจากปี 2565 ที่ขยาย 2.6%

โดย “พรชัย ฐีระเวช” ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า “เป็นตัวเลขที่หารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันแล้ว”

สำหรับปี 2567 กระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 2.8% โดยแรงขับเคลื่อนจะมาจากภาคการส่งออกที่จะกลับมาชัดเจนขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น และมีการจับจ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ภาคการต่างประเทศจะมีส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้

“ตัวเลขดังกล่าว คลังได้พิจารณาด้วยความรอบคอบ ถี่ถ้วน คิดมาอย่างดีแล้ว โดยเศรษฐกิจอยู่ในศักยภาพที่ดี โดยการประมาณการดังกล่าวยังไม่ได้รวมมาตรการดิจิทัลวอลเลตของรัฐบาล” โฆษกกระทรวงการคลังระบุ

ส่วนการที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 1.8% ลดลงจากประมาณการครั้งก่อนที่ 2.7% ถือว่าอยู่ในระดับวิกฤตแล้วหรือไม่ “พรชัย” กล่าวว่า คำถามนี้อยากให้นักวิชาการเป็นคนตอบ เพราะคำว่าวิกฤตไม่มีนิยามที่ชัดเจน แต่ในเชิงเศรษฐศาสตร์ก็มีมุมมองว่า ถ้าเศรษฐกิจหดตัวติดลบ 2 ไตรมาสติดต่อกัน จะเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค (Technical Recession)

“ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยก็มีสัญญาณชี้วัดที่ส่งสัญญาณอ่อนตัวและติดลบหลายด้าน เปราะบางในบางจุด มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ลดลงต่อเนื่องมาโดยตลอด หากดูแลไม่ดี ก็อาจจะเกิดวิกฤตได้ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ถึงในทางทฤษฎีด้านเศรษฐศาสตร์ ว่าเศรษฐกิจติดลบ 2 ไตรมาสติดต่อกัน”

ทั้งนี้ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐ หรือ NBER ให้นิยามคำว่า “เศรษฐกิจถดถอย” ว่าหมายถึง กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจ กินเวลานานกว่า 2-3 เดือน ซึ่งโดยปกติจะมองเห็นได้ในกิจกรรมการผลิต การจ้างงาน รายได้ที่แท้จริง และตัวชี้วัดอื่น ๆ

โดย “กอบสิทธิ์ ศิลปชัย” ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์จะพิจารณาว่า เศรษฐกิจถดถอย เมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน นั่นคือ ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่ปรับฤดูกาลแล้ว 2 ใน 4 ไตรมาส ติดลบแบบไตรมาสต่อไตรมาส

ทั้งนี้ หากถามว่าใครบ้างที่เสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจ ในอีก 12 ปีข้างหน้า มีผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ ที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์ก ชี้ว่า “ยูโรโซน” มีโอกาสที่จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยมากขึ้น จาก 50% เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 65%

ขณะที่ “สหรัฐ” นักเศรษฐศาสตร์มองเห็นโอกาสที่สหรัฐจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยลดลง จาก 55% เมื่อ 3 เดือนก่อน เหลือ 50%

ส่วน “ไทย” นักเศรษฐศาสตร์มองว่า ในอีก 12 เดือนข้างหน้า เศรษฐกิจไทยมีโอกาสที่จะเกิดภาวะถดถอยเพิ่มขึ้น จาก 5% เป็น 15%


สุดท้ายแล้ว ตัวเลขจีดีพีของไทยจะออกมาเท่าใด และมองไปข้างหน้าแนวโน้มจะเป็นอย่างไรนั้น ทางสภาพัฒน์จะแถลงในวันที่ 19 ก.พ.นี้ ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไป