LH Bank กางแผนปี’67 เติบโตสินเชื่อ 8-10% รุกรายย่อย-SMEs หวังโกยรายได้ค่าฟี

LH Bank

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ประกาศแผนปี’67 ตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อโต 8-10% หรือคิดเป็นปล่อยสินเชื่อใหม่ 2 หมื่นล้านบาท รุกธุรกิจรายย่อย-เอสเอ็มอี หวังสร้างรายได้ค่าธรรมเนียม พร้อมบริหารหนี้เสียไม่เกิน 3% ด้านผลประกอบการปี’66 มีกำไรสุทธิ 1,693 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.9% อานิสงส์รายได้ดอกเบี้ย

วันที่ 1 มีนาคม 2567 นายฉี ชิง-ฟู่ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (LHFG) กล่าวถึงเป้าหมายทางธุรกิจของธนาคารในปีนี้ว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่ระดับ 8-10% หรือคิดเป็นสินเชื่อปล่อยใหม่ 20,000 ล้านบาท จากยอดคงค้าง ณ สิ้นปี 2566 ที่ 2.5 แสนล้านบาท

โดยกลุ่มสินเชื่อรายย่อยเติบโต 20% กลุ่มธุรกิจรายใหญ่ และเอสเอ็มอีเติบโต 10% ซึ่งจะเน้นเติบโตในสินเชื่อรายย่อย และเอสเอ็มอี ที่มีผลตอบแทนสูง รวมทั้งกลับมาสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมให้เป็นบวกจากเดิมที่ติดลบหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ผ่านไปและเศรษฐกิจโดยรวมกลับมาฟื้นตัว ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มเทรดไฟแนนซ์ กลุ่มเวลท์ เป็นต้น

และการควบคุมต้นทุนต่อรายได้ (Cost to Income) เพื่อรักษาระดับระดับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ไม่ว่าจะเป็นการนำ Digital, AI เข้ามาใช้ รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมเพื่อให้ Cross Sale ได้เพิ่มขึ้น และด้านสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ตั้งเป้าหมายให้อยู่ในระดับไม่เกิน 3% จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับ 2.6% ซึ่งก็เป็นไปตามการเน้นเติบโตในกลุ่มรายย่อยและเอสเอ็มอีต่อเนื่อง

ฉี ชิง-ฟู่
ฉี ชิง-ฟู่

ทั้งนี้ ทิศทางการดำเนินธุรกิจของธนาคารนั้นยังยึดหลักแผน 5 ปีเหมือนเดิม โดยเน้น 6 ประเด็นในการกำหนดทิศทางของธนาคารในอนาคตได้แก่ การเพิ่ม NIM โดยรักษา Cost to Income, การยกระดับเป็นขนาดกลางในปี 2030 หรือ ปี 2573 โดยการขยายฐานลูกค้า การนำดิจิทัล แพลตฟอร์มเข้ามาใช้ และการหาพันธมิตรรายใหญ่มาเพิ่มเติม

การเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมหลังจากเศรษฐกิจฟื้นตัวทั้งในส่วนของเทรดไฟแนนซ์ FX และกลุ่มเวลท์, การ Cross Sale ระหว่างผลิตภัณฑ์, การหาพันธมิตรเพิ่มเติม และการเติบโตอย่างยั่งยืน (ESG) ทั้งในส่วนขององค์กรและลูกค้า พร้อมกันนั้น จะปรับสัดส่วนพอร์ตให้มีความสมดุลมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อรายย่อย, สินเชื่อเอสเอ็มอี และสินเชื่อรายใหญ่ใกล้เคียงกันที่ 30-35% จากปัจจุบันที่สินเชื่อรายใหญ่มีสัดส่วนมากที่สุด

“แม้ปัจจุบันกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะมีความเสี่ยงสูงอยู่ แต่เรายึดหลักการปล่อยกู้อย่างระมัดระวัง เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป เลือกในกลุ่มที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่าง พลังงานสะอาด เป็นต้น ขณะที่สินเชื่อรายย่อยปีก่อนสินเชื่อบ้านเราเติบโต 20% ปีนี้เราก็จะรักษาระดับเติบโตต่อไป ส่วนการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม เรามีเครือข่ายแบงก์แม่ที่ไต้หวันที่จะช่วยหนุนธุรกิจเทรดไฟแนนซ์ได้เป็นอย่างดี ขณะที่การยกระดับเป็นธนาคารระดับกลางนั้น เราไม่มีแผนที่จะซื้อกิจการเข้ามา แต่จะเน้นโตตามธรรมชาติจากภายในของธนาคารเอง”

สำหรับผลประกอบการของธนาคารในปี 2566 ถือว่าเป็นปีที่ดีสำหรับธนาคาร โดยกลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีกำไรสุทธิ 2,096 ล้านบาท เติบโต 32.8% เมื่อเทียบกับปี 2565 และธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีกำไรสุทธิ 1,693 ล้านบาท 54.9% เมื่อเทียบกับปี 2565 ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ย เนื่องจากสินเชื่อที่เติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะจากสินเชื่อบ้าน โดยกลุ่มธุรกิจทางการเงินยังคงความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น และควบคุมหนี้เสียให้อยู่ในระดับต่ำ 2.65% รวมทั้งได้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญอย่างระมัดระวังโดย NPL Coverage อยู่ในระดับสูงที่ 200%

LH Bank ได้ดำเนินการตามแผนกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพในการเพิ่มสินเชื่อบ้าน การเพิ่มลูกค้าเงินฝากรายย่อยผ่านช่องทางดิจิทัลใหม่ ๆ รวมถึงแอปพลิเคชั่น LHB You และ Profita ที่ใช้งานง่ายและมีฟังก์ชั่นครบครัน สินเชื่อรวมเติบโตได้ 8% นำโดยสินเชื่อรายย่อยเติบโตได้อย่างต่อเนื่องตามแนวทางของธนาคารที่ต้องการปรับพอร์ตสินเชื่อให้มีความสมดุลมากขึ้น จากเดิมที่เป็นกลุ่มสินเชื่อรายใหญ่มีสัดส่วนสูงสุด