กบข.ปรับพอร์ตลงทุน เพิ่ม “ทองคำ-น้ำมัน” ลดความเสี่ยงสินทรัพย์กระทบสงคราม

กบข.ปรับพอร์ตลดการลงทุนในตลาดทุน เพิ่มการลงทุนใน “ทองคำ-น้ำมัน-สินค้าโภคภัณฑ์” หลังมีความเสี่ยงสงครามอิหร่านและอิสราเอล การเลือกตั้งในต่างประเทศ อัตราดอกเบี้ย จ่อถกบอร์ดเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้กับสมาชิก มั่นใจปีนี้ผลตอบแทนดี

วันที่ 24 เมษายน 2567 นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า การจัดการการลงทุนในปีนี้ ยากกว่าปีที่แล้ว เพราะมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน และการเลือกตั้งในหลายประเทศ

รวมถึงมีความไม่แน่นอนในเรื่องทิศทางของอัตราดอกเบี้ย ดังนั้น ในปีนี้เราจึงจะปรับสัดส่วนการลงทุน ลดความเสี่ยงสินทรัพย์ที่จะได้รับผลกระทบจากสงคราม และลงในสินทรัพย์ทางเลือกมากขึ้น เช่น ทองคำและน้ำมัน ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยปิดความเสี่ยง ซึ่งปัจจุบันในพอร์ตของ กบข.มีทองคำและน้ำมันอยู่ราว 5%

“เราต้องดูสินทรัพย์ที่จะไม่ได้รับผลกระทบจากสงคราม โดยปีนี้ได้ลดการลงทุน ตราสารทุนในบางส่วนลง เพื่อที่จะลดความเสี่ยงในตลาดหุ้น ไม่ได้แปลว่าไม่ได้ลงทุน แต่เพิ่มในส่วนของสินทรัพย์การปิดความเสี่ยง ในสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างทองคำ น้ำมัน เพื่อปิดความเสี่ยงในกรณีที่เกิดสงคราม” นายทรงพลกล่าว

ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทย ตอนนี้มองว่าทยอยตัวดีขึ้น ตัวภาคบริการก็ดีขึ้น เพียงแต่ว่าภาวะของสงครามที่เกิดขึ้นปัจจุบันก็ทำให้เกิดความไม่สบายใจอยู่ และภาวะดอกเบี้ยของสหรัฐความไม่ชัดเจนในหลาย ๆ ด้าน ทำให้เกิดความลังเลในเรื่องของการลงทุน

Advertisment

อย่างไรก็ตาม การที่เฟดชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็แปลว่า เศรษฐกิจของสหรัฐไม่ได้แย่มาก และตลาดหุ้นสหรัฐทรงตัวหรือดีขึ้น ซึ่งผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง กับเศรษฐกิจในสหรัฐอาจแยกออกจากกัน ดังนั้นการลงทุนในตลาดสหรัฐยังดีอยู่ ซึ่ง กบข.ก็มีการลงทุนในตลาดสหรัฐด้วย ซึ่งเชื่อว่า 2 ตลาดมีการพัฒนาที่ดีขึ้น

นายทรงพลกล่าวว่า สำหรับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น สภาพของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกันกับผลการดำเนินการของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาด โดยบริษัทจดทะเบียนยังสามารถทำกำไร มีการจ่ายเงินปันผล หลายบริษัทยังอยู่ในทิศทางที่ดี แม้ว่ามีหลายบริษัทที่มีมูลค่า (ตลาด) ต่ำกว่า Book ซึ่งไม่ได้แปลว่า สถานะคุณภาพการบริหารจัดการของบริษัทไม่ดี

โดยนักลงทุนยังมองผลตอบแทนของราคาหุ้น มากกว่าเงินปันผล ดังนั้นต้องให้เวลาตลาดหุ้นไทยในการปรับตัว ส่วนปัจจัยสงครามที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยนั้น ในทางตรงข้ามหากเกิดสงครามจริง ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตอาหาร ก็ยังสามารถส่งออกอาหารได้

สำหรับเป้าหมายการลงทุนของ กบข.ในปีนี้ กำหนดเป้าหมาย ในด้านผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่ง กบข.ไม่ได้ดูผลตอบแทนแบบรายปี เพราะเป็นกองทุนที่ลงทุนในระยะปานกลางถึงยาว จะไม่ถึงเป้าหมาย ดังนั้น กบข.กำหนดผลตอบแทนการลงทุนโดย ใช้ค่าเฉลี่ยเงินเฟ้อ 10 ปี บวกไม่น้อยกว่า 2% เป็นเป้าหมายผลตอบแทนจากการลงทุน

Advertisment

“สิ่งที่สำคัญที่สุดของการบริหารเงินให้กับสมาชิก ก็คือระยะปานกลางถึงระยะยาว ให้ผลตอบแทนเอาชนะเงินเฟ้อให้ได้ เงินเฟ้อต้องบวกไม่น้อยกว่า 2% ของตัวค่าเฉลี่ย 10 ปี ก็ถือว่าเป็นเป็นค่าเฉลี่ยที่ไม่ใช่เป็นตัวที่แบบสั้นเกินไปหรือว่าไม่ได้ยาวจนเกินไป” นายทรงพลกล่าว

ทั้งนี้ ปีที่แล้วกบข.มีผลตอบแทนจากการลงทุนที่ 1.46 % และมีสินทรัพย์ในพอร์ตอยู่ 1.3 ล้านล้านบาท มีสมาชิกรวม 1.2 ล้านคน สำหรับในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างไม่เป็นทางการ อยู่ที่ราว 2-3%