Skip to content

หุ้นไทยลุ้นแนวต้าน 1,385 จุด เฟดส่งสัญญาณไม่ขึ้นดอกเบี้ย จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ

15 พ.ค. 2567 | 09:20น.
หุ้นไทยลุ้นแนวต้าน 1,385 จุด เฟดส่งสัญญาณไม่ขึ้นดอกเบี้ย จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินหุ้นไทยวันนี้ แนวต้าน 1,380-1,385 จุด หลังประธานเฟดส่งสัญญาณไม่ขึ้นดอกเบี้ย เป็นแรงหนุน SET ด้านกรอบล่างมีแนวรับ 1,370 และ 1,365 จุด วันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ

วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด รายงานว่า ประเมิน SET วันนี้แนวโน้มตลาด หลังถ้อยแถลงประธานเฟด ส่งสัญญาณไม่ขึ้นดอกเบี้ย เป็นแรงหนุน SET อย่างไรก็ตาม สัญญาณเทคนิคในกราฟระดับ 60 นาที เข้าสู่ภาวะ overbought อีกครั้ง ทำให้มอง upside ระยะสั้น ยังถูกจำกัด โดยมีแนวต้านที่ 1,380-1,385 จุด ด้านกรอบล่างมีแนวรับ 1,370 และ 1,365 จุด ตามลำดับ ประเด็นสำคัญ วันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ

โดยช่วงสั้นมอง SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยยังให้น้ำหนักกับการติดตามโค้งสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการ 1Q67 ของกลุ่ม Real Sector ที่จะทยอยออกมาในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะยังเห็นภาพการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานที่ช้า

ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐและยูโรโซนที่จะประกาศออกมาคาดยังไม่เห็นสัญญาณการปรับลง ซึ่งอาจกดดันตลาดการเงินในช่วงสั้นได้ แต่อย่างไรก็ดี ภาพการผลิตของจีนคาดจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวอย่างช้า ๆ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ประเด็นสำคัญวันนี้ที่ต้องติดตาม

1.ประธาน Fed ส่งสัญญาณจะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก แม้ตัวเลขเงินเฟ้อสูงกว่าคาดก็ตาม พร้อมกับกล่าวว่าเงินเฟ้อยังคงปรับตัวลงล่าช้ากว่าที่คาด ซึ่งจะทำให้ Fed ต้องตรึงดอกเบี้ยต่อไปอีกระยะหนึ่ง

2.สหรัฐรายงานดัชนี PPI ทั่วไป เม.ย. เพิ่มขึ้น 0.5% MOM และดัชนี PPI พื้นฐาน เม.ย. เพิ่มขึ้น 0.5% MOM สูงกว่าตลาดคาด ทำให้ตลาดกังวล Fed จะตรึงดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาดไว้

3.ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ระบุภาคธนาคารของยุโรปจำเป็นต้องมีการควบรวมกิจการกันมากขึ้น แม้หมายความว่าธนาคารฝรั่งเศสรายใหญ่จะถูกซื้อกิจการโดยธนาคารคู่แข่งในยุโรปก็ตาม

4.หุ้นเดลิเวอรี่ฮีโร่ปรับขึ้น 26.3% DOD หลังบริษัทอูเบอร์ของสหรัฐประกาศข้อตกลง 1.25 พันล้านเหรียญ เพื่อเทกโอเวอร์ธุรกิจฟู้ดแพนด้าในไต้หวันและซื้อหุ้นในเดลิเวอรี่ฮีโร่

5.ครม.มีมติเห็นชอบการตรวจลงตรากรณีพิเศษสำหรับชาวต่างชาติที่มีศักยภาพในกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาทำงานในเขต EEC ได้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี และได้ลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาคงที่ 17%

6.ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานสินเชื่อภาคอสังหาฯ 1Q67 สินเชื่อบ้านระบบธนาคารไทยลดลง ทั้งยอดปล่อยกู้ใหม่และบ้านมือสอง จากความเข้มงวดปล่อยกู้ กังวลหนี้ คุณภาพลูกหนี้ เศรษฐกิจชะลอตัว ดอกเบี้ยสูง

7.กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ระบุสัปดาห์ที่ผ่านมา (6-12 พ.ค.) ไทยมีจำนวน นทท. ต่างชาติ 569,172 คน ลดลง 11.04% WOW แต่จำนวน นทท. สะสมตั้งแต่ 1 ม.ค.-12 พ.ค. 67 รวม 13,157,997 คน สร้างรายได้จาก นักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว 631,249 ล้านบาท

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนวันนี้

ตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยให้น้ำหนักกับการติดตามโค้งสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการ 1Q67 ของกลุ่ม Real Sector ในสัปดาห์นี้ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก ดังนี้

1.หุ้นธีม Earnings Play สำหรับเก็งกำไรผลประกอบการ 1Q67 ซึ่งคาดจะเติบโตดี YOY และจะประกาศในสัปดาห์นี้ อีกทั้งมองราคาหุ้นยังไม่ได้ปรับตัวขึ้นไม่มาก เลือก AOT BDMS BEM ERW MINT BCH OSP

2.สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรในหุ้นคาดมีโมเมนตัมกำไร 2Q67 เติบโตดีทั้ง YOY และ QOQ เลือก BEM KCE HMPRO THRE TIDLOR

3.สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มเบาบางลง และรายงานสต๊อกน้ำมันที่เพิ่มมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งยังเป็นทิศทางตามฤดูกาล ในกรณีฐานที่เป็นสงครามเงา ราคาน้ำมันดิบ Bent จะอยู่ในระดับที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดังนั้นการมีหุ้นน้ำมันสำหรับป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากกรณีความไม่สงบในตะวันออกกลาง สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เลือกหุ้นน้ำมันขั้นต้นอย่าง PTTEP

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น หุ้นไทย