Skip to content

ดร.นิเวศน์ กางสเป็ก “ผู้จัดการตลาดหุ้น” คนใหม่

13 พ.ค. 2567 | 13:49น.
ดร.นิเวศน์ กางสเป็ก “ผู้จัดการตลาดหุ้น” คนใหม่

ดร.นิเวศน์ ต้นแบบนักลงทุนวีไอ กางสเป็ก “ผู้จัดการตลาดหุ้น” คนใหม่ พร้อมฝากมาตรการเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการ

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสรรหาผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) คนใหม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตา เพราะหลังจากเปิดให้ยื่นใบสมัคร เมื่อช่วงวันที่ 21 มี.ค.-30 เม.ย. 2567 แต่ปรากฏว่ายังไม่มีใครยื่นใบสมัครเข้ามาชิงตำแหน่ง ดังนั้นทางตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขยายระยะเวลาออกไปอีกจนถึงวันที่ 15 พ.ค.นี้ เนื่องจากยังมีเวลา เพราะนายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลท. คนปัจจุบัน จะหมดวาระในเดือน ก.ย. 2567

ตามที่มีกระแส คือ “คนใน” จะมีคนลงสมัครแน่นอน เพียงแต่คณะกรรมการต้องการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และมีความเข้าใจตลาดทุน รวมถึงมีความมุ่งมั่นในการเข้ามาร่วมขับเคลื่อนตลาดทุนไทย เข้ามาสมัครกันมากขึ้น จะได้มีตัวเลือกที่หลากหลาย

วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” จะพาไปฟังเสียงสะท้อนของ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนรายใหญ่สายเน้นคุณค่า (Value Investor) ที่มีพอร์ตลงทุนเกือบหมื่นล้านบาท ได้กล่าวไว้ว่า คุณสมบัติของผู้จัดการตลาดหุ้นไทยคนใหม่ ต้องเป็นคนที่มีความรู้รอบด้าน เพราะถือเป็น CEO ขององค์กรที่มีบทบาทสำคัญมาก โดยเฉพาะความรู้เรื่องตลาดทุน และต้องเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์เรื่องการพัฒนาตลาดทุนมุ่งไปสู่ระดับภูมิภาค (Go-Regional) หรือระดับโลก (Go-Global) ด้วย

ซึ่งก็ดูแล้วไม่ง่าย ที่จะหาคนที่มีความรู้ขนาดนั้นในคน ๆ เดียวได้ และที่สำคัญจะต้องเป็นคนที่มี Connection ที่ดี สามารถประสานงานได้กับทุกฝ่าย

ถ้าเป็นคนที่มาจากผู้ให้บริการ (บริษัทหลักทรัพย์) ก็จะเข้าใจภาพรวมตลาดทุนดี แต่บางทีอาจจะไม่เข้าใจมุมมองของนักลงทุน มุมมองของทางราชการ หรือสาธารณะที่ต้องการพัฒนาประเทศโดยรวม ดังนั้นตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างหาคนยากอยู่ ถ้าเป็นคนในองค์กรอยู่แล้วก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะมีประสบการณ์มานาน แต่ต้องมีมาตรฐานสูงเรื่องการผลักดันตลาดทุนไปสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลกได้

ทั้งนี้ ถ้าให้มองในฐานะนักลงทุนที่รู้จริง คือ อยากให้ผู้จัดการตลาดหุ้นไทยคนใหม่สนใจนักลงทุนมากกว่านี้ เพราะหลาย ๆ ครั้งมาตรการที่ออกมาไม่ตอบสนองต่อนักลงทุน แต่กระนั้นก็เป็นเพราะว่าผู้จัดการตลาดหุ้นไม่ได้มี Background การเป็นนักลงทุน อาจมองข้ามบางอย่างที่นักลงทุนเห็น ความรู้สึกในฐานะนักลงทุนจึงอยากได้รับการดูแลและถูกปกป้องที่มากกว่านี้

“ผมคิดว่านักลงทุนมีความสำคัญมากต่อตลาดหุ้น เท่า ๆ กับบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียน แต่ที่ผ่านมาผมรู้สึกว่านักลงทุนเป็น The Last เป็นสิ่งที่เขาพิจารณาสุดท้าย คือเขาจะต้องตอบสนองคนอื่นให้หมดก่อน เพราะว่านักลงทุนไม่มีหัวโขน ไม่มีอำนาจ และกระจัดกระจาย ความต้องการของแต่ละคนก็ยังแตกต่างกันเยอะ เพราะมีทั้งนักลงทุนสายเก็งกำไร นักลงทุนระยะยาว หรือนักลงทุนสถาบัน” ดร.นิเวศน์กล่าว

ส่วนมาตรการเร่งด่วนที่มองว่าต้องรีบดำเนินการคือ ต้องเร่งหานักลงทุนใหม่มาเพิ่ม โดยเฉพาะนักเทรดเพื่อเพิ่มปริมาณการซื้อขาย เนื่องจากตอนนี้เห็นชัดว่าวอลุ่มซื้อขายเข้าขั้นถดถอย ซึ่งเป็นเทรนด์เล็ก ๆ ที่อาจจะเข้าขั้นวิกฤต เพราะคนหนีออกจากตลาดหุ้นไปมากขึ้น จึงเป็นประเด็นปัญหาที่ต้องรีบจัดการ เช่น เพิ่มโปรดักต์ใหม่ เพื่อทำให้เกิดความคึกคักได้มากขึ้น

“ส่วนเรื่องการควบคุมหุ้นขึ้นหุ้นลงนั้น อาจจะไม่ใช่ประเด็นมาก เพราะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและปัจจัยพื้นฐานของตัวหุ้นเป็นหลัก ส่วนเรื่องธรรมาภิบาล (Governance) ถือว่าทำได้ดีระดับหนึ่ง การเก็งกำไร การปั่นหุ้น ยังมีอยู่แต่ก็เบาลง แต่ไม่ใช่เพราะเรามีกฎเกณฑ์ที่ดีขึ้น อาจจะเป็นเพราะภาวะตลาด ซึ่งอีกหน่อยตลาดหุ้นไทยฟื้นขึ้นมาก็คงปั่นกันใหม่ ฉะนั้นยังต้องจัดการเรื่องพวกนี้” ดร.นิเวศน์กล่าว