Skip to content

กรุงศรีฯ ปักธงปี’73 หนุนสินเชื่อความยั่งยืน 1 แสนล้าน

29 พ.ค. 2567 | 18:05น.
กรุงศรีฯ ปักธงปี’73 หนุนสินเชื่อความยั่งยืน 1 แสนล้าน

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ร่วมกับ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป หรือ MUFG จัดงาน “Krungsri-MUFG ESG Symposium 2024” สัมมนาด้าน ESG โดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่อง ESG ให้กับลูกค้าธุรกิจและบุคคลทั่วไปที่สนใจ พร้อมปักธงปี 2573 ตั้งเป้าหนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน 1 แสนล้านบาท ตอกย้ำสู่การเป็น “ธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน”

วันที่ 29 พฤษภาคม 2567 นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายใต้แผนธุรกิจระยะกลางฉบับที่ 4 (2567-2569) กรุงศรี ตั้งใจอย่างแน่วแน่สู่การเป็น “ธนาคารชั้นนำแห่งภูมิภาคเพื่อความยั่งยืน” โดยได้นำกรอบแนวความคิด ESG มาปรับใช้ทั้งการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนมุ่งมั่นให้การสนับสนุนและส่งเสริมลูกค้าธุรกิจให้สามารถเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินงานด้าน ESG อย่างแท้จริงผ่านกิจกรรมต่าง ๆ

และตั้งเป้าให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืน 100,000 ล้านบาท (จากปีฐาน 2564) ภายในปี 2573 ซึ่งก็สอดคล้องกับเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและพันธกิจของ MUFG ในการสร้างอนาคตที่สดใส (Committed to Empowering a Brighter Future) ด้วยการผลักดันการดำเนินงานด้านความยั่งยืน การเป็นธนาคารที่มีความรับผิดชอบ และพัฒนาชุมชน

และในโอกาสนี้ กรุงศรีได้ร่วมมือกับ MUFG เดินหน้าทำงานแบบองค์รวม ผสานพลังร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งพันธมิตรธุรกิจ ลูกค้า รวมถึงองค์กรภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและระดับสากล พาธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้วยองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญรอบด้าน

พร้อมจัดงานสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่ Krungsri-MUFG ESG Symposium 2024 ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ธุรกิจจะได้เสริมสร้างความรู้และศักยภาพเพื่อมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน โดยจะได้มาอัพเดตสถานการณ์และการขับเคลื่อนเรื่อง ESG และเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกจากผู้ที่มีบทบาทในการตัดสินใจเชิงนโยบาย และผู้เชี่ยวชาญทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ตลอดจนช่วยขยายโอกาสให้ธุรกิจเข้าถึงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน เพื่อสร้างพันธมิตรในการต่อยอดด้าน ESG พร้อมพาธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง

“ด้วยความร่วมมือจากเครือข่ายที่แข็งแกร่ง และความเชี่ยวชาญด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนระดับโลกของ MUFG กรุงศรีสามารถนำเสนอโซลูชันและเครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ สู่ตลาดในประเทศไทย และประสบความสำเร็จในการนำพาธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน โดยในปีที่ผ่านมา กรุงศรีได้จัดตั้งหน่วยงาน EFD (ESG Finance Department) ซึ่งปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดกับเครือข่าย MUFG เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการเงินเพื่อความยั่งยืน รวมถึงการให้คำแนะนำปรึกษากับลูกค้าธุรกิจเพื่อช่วยวางแผนในช่วงการเปลี่ยนผ่านตามมาตรฐานสากล

โดยเฉพาะปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก ซึ่งทาง MUFG ได้ร่วมให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย กลไกเพื่อการเปลี่ยนผ่าน และบทบาทของภาคการเงินในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเอเชียบนเวทีการประชุมสุดยอดรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพ ครั้งที่ 28 (COP28)

พร้อมนำเสนอรายงานสมุดปกขาว (MUFG Asia Transition White Paper 2023) โดยมีใจความสำคัญมุ่งเน้นถึงการพัฒนาด้านการเงิน เพื่อสนับสนุนการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมพลังงานในประเทศไทย ซึ่งจะมีการกล่าวถึงรายละเอียดเชิงลึกในงานประชุมสัมมนาครั้งนี้” นายยามาโตะ กล่าวเสริม

นายริชาร์ด ยอร์ก, Executive Officer & Head of Global Corporate & Investment Banking, Asia Pacific, MUFG Bank กล่าวว่า งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม MUFG’s Net Zero World หรือ MUFG NoW ที่จัดขึ้นในหลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกง ออสเตรเลีย อินเดีย มาเลเซีย และเวียดนาม การจัดงานดังกล่าวจะช่วยจุดประกายพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อเร่งดำเนินการสู่เป้าหมาย Net Zero ในระดับโลก โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วมากที่สุดในโลก ซึ่งก็แลกมาด้วยการเผชิญกับภาวะการเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเช่นกัน”

“ในฐานะสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และเป็นสถาบันการเงินชั้นนำอันดับ 7 ของโลกในด้านสินทรัพย์ MUFG จึงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ซึ่งภายใต้แผนธุรกิจระยะกลางฉบับใหม่ MUFG ได้ตั้งเป้าให้การสนับสนุนการเงินเพื่อความยั่งยืนจากเดิม 35 ล้านล้านเยน เป็น 100 ล้านล้านเยน ภายในปี 2573 สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาโซลูชันต่างๆ เพื่อร่วมแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศอย่างเร่งด่วน และมุ่งสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

โดยการจัดงาน Krungsri-MUFG ESG Symposium จะช่วยหยั่งรากฐานที่แข็งแรงให้ธุรกิจในทุกระดับตั้งแต่ SMEs จนถึงองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ให้พร้อมที่จะลงมือสร้างแผนการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และจากการเข้าร่วมงานของธุรกิจมากมายในวันนี้ ถือเป็นอีกภาพสะท้อนที่บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะร่วมแก้ไขปัญหาระดับโลกอย่างเร่งด่วนแท้จริง” นายยอร์ก กล่าว