แบงก์ชาติไฟเขียว “ธนาคารกรุงไทย” ไถ่ถอนตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 ที่ครบกำหนดปี 2572 ก่อนกำหนดทั้งจำนวน 2.4 หมื่นล้านบาท ในวันที่ 12 ก.ค. 2567 จ่ายดอกเบี้ย 3.70% ต่อปี ปิดรายชื่อสมุดทะเบียนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยวันที่ 28 มิ.ย.นี้
วันที่ 4 มิถุนายน 2567 นางสาวศรัณยา เวชากุล ประธานผู้บริหาร Financial, Strategy & Resources Management รักษาการผู้บริหารสายงานบริหารการเงิน ธนาคารกรุงไทย (KTB) รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตามที่ธนาคารกรุงไทย ได้ออกตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 ครั้งที่ 1/2562 ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2572
ซึ่งผู้ออกตราสารเงินกองทุนมีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดและมีข้อกำหนดให้สามารถตัดเป็นหนี้สูญ (ทั้งจำนวนหรือบางส่วน) หากทางการตัดสินใจเข้าช่วยเหลือทางการเงิน (ตราสาร KTB297A) มูลค่ารวม 24,000 ล้านบาท มูลค่ที่ตราไว้หน่วยละ 1,000 บาท จำนวน 24,000,000 หน่วย วันออกตราสารคือวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 วันครบกำหนดไถ่ถอน 12 กรกฎาคม 2572 นั้น
อ้างถึงข้อ 9.3 (ก) ของข้อกำหนดว่าด้วยสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกตราสารเงินกองทุนและผู้ถือตราสารเงินกองทุน สำหรับตราสาร KTB297A (ข้อกำหนดสิทธิ) ซึ่งกำหนดว่า ธนาคารสามารถใช้สิทธิไถ่ถอนตราสาร KTB297A ทั้งจำนวนก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนตราสารได้ ณ วันครบรอบ 5 ปี นับแต่วันออกตราสารเมื่อได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว โดยไถ่ถอนตามมูลค่าที่ตราไว้ต่อหน่วยของตราสารนั้น
ธนาคารขอแจ้งว่า ธนาคารได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ดำเนินการไถ่ถอนตราสาร KTB297A ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนแล้ว ดังนั้นธนาคารจึงขอใช้สิทธิในการไถ่ถอนตราสาร KTB297A ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567
พร้อมกันนี้ ธนาคารขอแจ้งรายละเอียดการชำระคืนเงินต้น พร้อมดอกเบี้ยงวดสุดท้ายในการไถ่ถอนตราสารเงินกองทุนก่อนวันครบกำหนด ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.70 ต่อปี โดยใช้ระยะเวลาในการคำนวณ 91 วัน ระหว่างวันที่ 12 เมษายน ถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2567 ใช้หลักเกณฑ์ 1 ปี มี 365 วัน โดยจะไถ่ถอนตราสาร KTB297A ก่อนกำหนดทั้งจำนวนของเงินต้นคงค้าง ให้แก่ผู้ถือตราสารที่มีชื่ออยู่ในสมุดทะเบียนพักโอนกรรมสิทธิ์เพื่อการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2567