ค่าเงินบาทผันผวน รอตัวเลขการจ้างงานสหรัฐ
วันที่ 5 มิถุนายน 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 5 มิถุนายน 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/6) ที่ระดับ 36.59/60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคารที่ (4/6) ที่ระดับ 36.57/58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ คืนวานนี้ (4/6)
สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐได้เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่าตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลงสู่ระดับ 8.06 ล้านตำแหน่งในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี หรือนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2564 ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 8.4 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 8.36 ล้านตำแหน่งในเดือน มี.ค.
โดยนักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานทั้งการจ้างงานนอกภาคเอกชนโดยสถาบัน ADP ที่จะมีการเปิดเผยในคืนนี้ (5/6) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือน พ.ค.ในวันศุกร์นี้ (7/6)
ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 185,000 ตำแหน่งในเดือน พ.ค. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 175,000 ตำแหน่งในเดือน เม.ย.และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 3.9% ในเดือน พ.ค. ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.51-36.70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.67/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/6) ที่ระดับ 1.0884/85 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (4/6) ที่ระดับ 1.0870/74 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในวันนี้ (5/6) ฮัมบูร์ก คอมเมอร์เชียล แบงก์ (HCOB) ได้เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการของยูโรโซน ที่รวบรวมโดยเอสแอนด์พี โกลบอล ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.2 ในเดือน พ.ค. จากระดับ 51.7 ในเดือน เม.ย. แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2566
ผลสำรวจดังกล่าวระบุว่า กิจกรรมภาคธุรกิจของยูโรโซนได้รับแรงหนุนจากภาคบริการ โดยดัชนี PMI ภาคบริการปรับตัวลงเล็กน้อยแตะที่ระดับ 51.2 ในเดือน พ.ค. จากระดับสูงสุดในรอบ 11 เดือนที่ระดับ 53.3 ในเดือน เม.ย. เท่ากับว่าอยู่ในภาวะหดตัว
นอกจากนี้ตลาดยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยตลาดคาดว่า ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0871-1.0885 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0841/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/6) ที่ระดับ 155.31/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (4/6) ที่ระดับ 155.11/14 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันนี้ (5/6) สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เงินเยนอ่อนค่าลงประมาณ 10% นับตั้งแต่ต้นปี
ขณะเดียวกันอัตราราคาปัจจัยการผลิตลดลงเล็กน้อยในเดือน พ.ค.จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน แต่ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยอยู่มาก ในส่วนของค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าเชื้อเพลิงและต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น ได้รับแรงหนุนจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงเป็นปัจจัยกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งผู้ให้บริการได้ผลักภาระต้นทุนค่าจ้างและค่าวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นไปยังลูกค้าในเดือน พ.ค. โดยอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาอยู่ต่ำกว่าระดับของเดือน เม.ย.ที่สูงเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์เพียงเล็กน้อย
ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งยุติอัตราดอกเบี้ยติดลบในเดือน มี.ค. คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ตาม BOJ ได้ส่งสัญญาณถึงแนวทางในการคุมเข้มนโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง เนื่องจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีการฟื้นตัวอย่างเปราะบาง ทั้งนี้ ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและบริการขั้นสุดท้าย อยู่ที่ระดับ 52.6 ในเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้นจากระดับ 52.3 ในเดือน เม.ย. และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค.ปีที่แล้ว ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 154.80-156.30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 156.17/20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐในสถาบันเอดีพี (ADP) (5/6), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการของสหรัฐเดือน พ.ค. (5/6), การประชุมนโยบายการเงินของ ECB (6/6), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้่งแรกของสหรัฐ (6/6), การจ้างงานนอกภาคการเกษตรและอัตราการว่างงานของสหรัฐเดือน พ.ค. (7/6)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.2/-8.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.2/-5.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ