เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
FBI ขอบคุณไทยปราบสแกมเมอร์ สานต่อความร่วมมือปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
Politics FBI ขอบคุณไทยปราบสแกมเมอร์ สานต่อความร่วมมือปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ซีไอเอ็มบี ไทย โชว์กำไรสุทธิ ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 47% รายได้เพิ่มทุกหมวด-NIM ขยับขึ้น-ค่าใช้จ่ายลด
Finance ซีไอเอ็มบี ไทย โชว์กำไรสุทธิ ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 47% รายได้เพิ่มทุกหมวด-NIM ขยับขึ้น-ค่าใช้จ่ายลด
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘ประเสริฐ’ เตรียมถก ครม. ช่วยนักศึกษา สกร. ไม่ให้หลุดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Politics ‘ประเสริฐ’ เตรียมถก ครม. ช่วยนักศึกษา สกร. ไม่ให้หลุดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
‘กสิกรไทย’ กำไรครึ่งปี 2569 กว่า 27,900 ล้าน พุ่ง 6.22% แม้ไตรมาส 2 ชะลอลง
Finance ‘กสิกรไทย’ กำไรครึ่งปี 2569 กว่า 27,900 ล้าน พุ่ง 6.22% แม้ไตรมาส 2 ชะลอลง
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
SET วันนี้ (21 ก.ค.) กรอบ 1,640-1,660 จุด กระแสเงินทุนยังหนุน-หุ้นแบงก์ประกาศกำไร
Finance SET วันนี้ (21 ก.ค.) กรอบ 1,640-1,660 จุด กระแสเงินทุนยังหนุน-หุ้นแบงก์ประกาศกำไร
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางยังทวีความรุนแรง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางยังทวีความรุนแรง
ค่าเงินบาทวันนี้ (21 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.66 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (21 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.66 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
สงครามอิหร่าน ผู้ไกล่เกลี่ยเสนอข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน ฟื้น MOU
World สงครามอิหร่าน ผู้ไกล่เกลี่ยเสนอข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน ฟื้น MOU
ดูทั้งหมด

ECB ลดดอกเบี้ย ขณะตลาดจับตาตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐ

07 มิ.ย. 2567 | 18:23น.
ธนาคารกลางยุโรป ECB

ECB ลดดอกเบี้ย ขณะตลาดจับตาตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐ

วันที่ 7 มิถุนายน 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 4-7 มิถุนายน 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันอังคาร (4/6) ที่ระดับ 36.59/60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (31/5) ที่ระดับ 36.68/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบสกุลเงินหลัก หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตที่อ่อนแอเกินคาด ซึ่งทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แม้ว่าเมื่อวันศุกร์ (31/5) สหรัฐได้มีการเปิดเผยข้อมูลที่บ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐเพิ่มขึ้นตามคาดในเดือนเมษายน

โดยกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงานประจำเดือนเมษายน ปรับตัวขึ้น 2.7% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE ทั่วไปประจำเดือนเมษายน ปรับตัวขึ้น 0.3% สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงานประจำเดือนเมษายน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญปรับตัวขึ้น 2.8% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐานประจำเดือนเมษายนปรับตัวขึ้น 0.2% ต่ำว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3%

อย่างไรก็ดี เมื่อวันจันทร์ (3/6) สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 84.7 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 49.2 ในเดือนเมษายน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 49.6 โดยดัชนีปรับตัวต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐอยู่ในภาวะหดตัว

นอกจากนี้ สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐได้เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลงสู่ระดับ 8.06 ล้านตำแหน่งในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 8.4 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 8.36 ล้านตำแหน่งในเดือนมีนาคม สถาบัน ADP มีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนประจำเดือนพฤษภาคม ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 152,000 ตำแหน่ง หลังจากที่การปรับตัวเพิ่มขึ้น 188,000 ตำแหน่ง ในเดือนเมษายน ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 173,000 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ สถาบันจัดการอุปทานของสหรัฐ (ISM) ยังมีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการประจำเดือนพฤษภาคม อยู่ที่ระดับ 53.8 พุ่งขึ้นจากระดับ 49.4 ในเดือนเมษายน ซึ่งอยู่ระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และอยู่เหนือระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 51.1 โดยดัชนีที่อยู่เหนือ 50.0 บ่งชี้ว่าภาคการบริการของสหรัฐยังคงขยายตัว

สำหรับตัวเลขที่มีการเปิดเผยวันพฤหัสบดี (6/6) ตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 229,000 ตำแหน่ง สูงกว่าระดับคาดการณ์ที่ระดับ 220,000 ตำแหน่ง จากผลการสำรวจล่าสุดโดย CME FedWatch Tool บ่งชี้ว่า นักลงทุนได้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์ความเป็นไปได้ว่าเฟดมีโอกาสประมาณ 70% ที่จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 17-18 กันยายน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำกว่า 50% ในการสำรวจเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงจับตาดูการเปิดเผยตัวเลขภาคตลาดแรงงานของสหรัฐ ทั้งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐ ประจำเดือนพฤษภาคมในวันศุกร์ (7/6) เพื่อประเมินหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับช่วงเวลาในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 186,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เพิ่มขึ้น 175,000 ตำแหน่ง ในเดือนเมษายน และตัวเลขอัตราว่างงานซึ่งคาดว่าจะคงทรงตัวที่ระดับ 3.9% ในเดือนพฤษภาคม

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าจากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ S&P Global เปิดเผยว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตของไทยในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.3 สูงกว่าเดือนเมษายนที่ระดับ 48.6 ตัวเลขที่สูงกว่าระดับ 50 ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจขยายตัว อย่างไรก็ดี ยังพบแรงเทขายจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติในดัชนีหุ้นของไทยอย่างต่อเนื่อง โดยถ้าเริ่มนับมูลค่าตั้งแต่ต้นปี 2567 มียอดขายรวมสะสมรวมกว่า 9 หมื่นล้านบาท

สำหรับในวันศุกร์ (7/6) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย (เงินเฟ้อ) ประจำเดือนพฤษภาคมเท่ากับ 108.84 จุด ทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น 1.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการปรับตัวสูงสุดในรอบ 13 เดือน โดยปัจจัยที่กระทบเงินเฟ้อมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน

ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราวจากฐานราคาที่ต่ำในปีก่อน น้ำมันเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.30-36.89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และเปิดตลาดในวันศุกร์ (7/6) ที่ระดับ 36.35/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดวันอังคาร (4/6) ที่ระดับ 1.0906/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (31/5) ที่ระดับ 1.0833/36 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร สำหรับการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (6/6) โดยเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2562 รายละเอียด ดังนี้

1.อัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ (refinancing operation rate) ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ระดับ 4.25% 2.อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (deposit facllity rate) อยู่ที่ระดับ 3.75% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (marginal lending facllity rate) อยู่ที่ระดับ 4.5% โดย ECB คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 2.2% ในปี 2566 เพิ่มขึ้นจากประมาณการครั้งก่อนที่ระดับ 2% ซึ่งหมายความว่าเงินเฟ้อจะอยู่สูงกว่าเป้าหมายที่ระดับ 2% ของ ECB ไปจนถึงปีหน้า

ทั้งนี้นางคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB กล่าวว่า มีกรรมการ ECB เพียงรายเดียวที่คาดการณ์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังกล่าวว่า ยังเห็นการปรับตัวลงอย่างมากของอัตราเงินเฟ้อทั่วไป และความเชื่อมั่นในการคาดการณ์ของ ECB สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยในวันศุกร์ (7/6) ตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีประจำเดือนพฤษภาคมออกมาที่ระดับ -0.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ต่ำกว่าระดับคาดการณ์ ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0825-1.0915 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (7/6) ที่ระดับ 1.0888/90 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันอังคาร (4/6) ที่ระดับ 156.34/35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (31/5) ที่ระดับ 157.06/07 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี ค่าเงินเยนยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่า โดยข้อมูลเมื่อวันศุกร์ (31/5) บ่งชี้ว่า เงินเฟ้อจากราคาผู้บริโภคพื้นฐานในกรุงโตเกียวประจำเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 2.2% ปรับตัวขึ้นจากระดับ 1.8% ในเดือนเมษายน

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นเผยแพร่ข้อมูลว่าทางการญี่ปุ่นได้ใช้เงิน 9.79 ล้านล้านเยน (6.22 หมื่นล้านดอลลาร์) ในการแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อพยุงค่าเงินเยนจากการอ่อนค่าอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ช่วยไม่ให้ค่าเงินเยนร่วงทดสอบระดับต่ำสุดใหม่ แต่ไม่มีแนวโน้มที่จะพลิกฟื้นจากแนวโน้มการลดลงในระยะยาว ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 154.53-157.47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (7/6) ที่ระดับ 157.17/20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารกลางยุโรป (ECB)