บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินตลาดหุ้นไทยลุ้นฟื้นครึ่งปีหลัง หวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย-เศรษฐกิจโลกอยู่ในทิศทางฟื้นตัว ดัชนีสิ้นปี 1,500 จุด กำไร บจ.โต 22% ชี้ความเสี่ยง “การเมืองไทย” ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสุด กระทบนโยบาย-เงินทุนไหลออก มอง กนง.คงดอกเบี้ยทั้งปี’67 ท่าทีแบงก์ชาติยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย มองเสถียรภาพทางการเงินมากกว่าภาพเศรษฐกิจ
วันที่ 11 มิถุนายน 2567 นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพตลาดหุ้นไทย (SET Index) ช่วงครึ่งปีหลัง 2567 น่าจะมีแนวโน้มการฟื้นตัวได้บ้าง เพราะมองว่าเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในทิศทางของการฟื้นตัว
จึงน่าจะหนุนภาพเศรษฐกิจไทยและกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เริ่มฟื้นตัวตามได้ โดยประเมินกำไรสุทธิ บจ.ปี 2567 จะเติบโต 22% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) กำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 95 บาท/หุ้น เป้าหมายดัชนี SET Index อยู่ที่ 1,500 จุด
เพียงแต่ตอนนี้ภาพของดัชนี SET ถูกกดดันจากปัญหาเรื่องนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากปัญหาทางการเมืองเป็นหลัก ทำให้ตลาดหุ้นไทยกลายเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนเกือบต่ำสุดในโลก โดยหากนับจากต้นปีจนถึง 10 มิ.ย. 2567 ดัชนี SET ติดลบ 8%
“ควรจะต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาให้ได้ในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ไม่การันตีว่าจะเป็นโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต นอกจากนั้น มีความคาดหวังเรื่องกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ประกอบกับเมื่อภาพความกังวลทางการเมืองไทยในเดือน มิ.ย. 2567 หายไป ก็น่าจะทำให้เห็นภาพสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยจะมีแนวโน้มฟื้นตัวได้” นายสิทธิชัยกล่าว
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่มีความเสี่ยงสูงสุดในครึ่งปีหลัง มองว่ายังคงเป็นความเสี่ยงทางการเมือง เพราะว่า 1.การเมืองมักส่งผลกระทบให้นโยบายไม่สามารถออกมาได้ 2.กดดันเงินลงทุนไหลออก เช่น โฟลว์หนีไปลงทุนเกาหลีใต้, ไต้หวัน ที่มีสตอรี่เรื่องเอไอ ซึ่งน่าสนใจกว่าไทยที่ขาดสตอรี่ใหม่ ๆ แต่อย่างไรก็ตามกระแสเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลออกจากตลาดหุ้นไทยไปช่วงนี้ จริง ๆ ไม่ใช่เฉพาะตลาดหุ้นไทย แต่เห็นฟันด์โฟลว์ไหลออกทั้งตลาดหุ้นเอเชีย จากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า
ส่วนทิศทางผลการประชุม กนง. ประเมินจะคงดอกเบี้ยนโยบายทั้งปี 2567 ที่ระดับ 2.5% เพราะท่าทีของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังไม่ส่งสัญญาณการจะลดดอกเบี้ย ยังคงคิดว่านโยบายการเงินในปัจจุบันเหมาะสมกับสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศ แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะแย่ในระดับหนึ่ง แต่แบงก์ชาติคงคิดถึงเสถียรภาพทางการเงินมากกว่าภาพเศรษฐกิจ โดยกังวลเรื่องค่าเงินดอลลาร์ ถ้า กนง.ลดดอกเบี้ย เงินบาทจะยิ่งอ่อนค่า และกดดันเงินลงทุนยิ่งไหลออก