บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินหุ้นไทยวันนี้ ยังเผชิญปัจจัยกดดันจากการปรับฐานของตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากกังวลเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย รวมถึงปัจจัยด้านการเมืองก่อนคำวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกลในวันพรุ่งนี้ ทำให้ดัชนีมีแนวโน้มปรับลงต่อ แนวรับ 1,250 จุด แนวต้าน 1,290 จุด
วันที่ 6 สิงหาคม 2567 บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด รายงานว่าประเมิน SET ยังเผชิญปัจจัยกดดันจากการปรับฐานของตลาดหุ้นต่างประเทศ ขณะที่ในประเทศมีความกังวลด้านการเมืองก่อนคำวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกลในวันพรุ่งนี้ ทำให้ดัชนีมีแนวโน้มปรับลงต่อ โดยมีแนวรับบริเวณ 1,260 และ 1,250 จุด ตามลำดับ เป็นจุดติดตามที่คาดมีโอกาสรีบาวนด์ ด้านแนวต้านอยู่ที่ 1,280 และ 1,290 จุด ตามลำดับ
ช่วงสั้นมอง SET จะปรับลงตามตลาดหุ้นโลก เนื่องจากกังวลเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย อีกทั้งยังอยู่ระหว่างรอความชัดเจนของปัจจัยการเมืองในประเทศ และต้องติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและสงครามเทคโนโลยีที่มีท่าทีรุนแรงขึ้นซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกได้
อย่างไรก็ดีมอง SET ยังมีโอกาสปรับลงน้อยกว่าตลาดหุ้นโลก จากการเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ 2Q67 ของ บจ.ไทยกลุ่ม Real Sector ซึ่งคาดจะฟื้นตัวดีขึ้น และเริ่มเห็น Fund Flow ไหลเข้าสู่ตลาด EM มากขึ้น ซึ่งคาดไทยมีแนวโน้มจะได้รับกระแสเงินนี้ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ประเด็นสำคัญวันนี้ที่ต้องติดตาม
1.ตลาดหุ้นทั่วโลกและสินทรัพย์เสี่ยงถูกขาย หลังกังวลเศรษฐกิจสหรัฐเผชิญภาวะถดถอย โดยวานนี้ Nikkei225 ปรับลง -12.4% DOD รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และตลาดหุ้นสหรัฐปรับลงต่ออีกราว -3% DOD
2.Goldman Sachs เพิ่มความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยเป็น 25% จาก 15% และคาด Fed จะลดดอกเบี้ย 25bps ใน ก.ย. พ.ย. และ ธ.ค. แต่ระบุยังมีอีกหลายเหตุผลที่ไม่ควรกังวลเกี่ยวกับภาวะถดถอย
3.ดัชนี PMI ภาคบริการ ก.ค. ของจีนโดยไฉซิน ปรับขึ้นดีกว่าตลาดคาดและขยายตัวต่อเนื่อง 19 เดือน ส่วน PMI ภาคบริการ ก.ค. ของสหรัฐ โดย ISM เพิ่มสูงกว่าตลาดคาด จากคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงานเพิ่ม
4.ราคาหุ้น Apple -4.8% DOD หลัง Berkshire Hathaway ลดการถือครองหุ้นลงเกือบ 50% ส่งผลให้กระแสเงินสดของ Berkshire เพิ่มขึ้นแตะระดับ 2.77 แสนล้านเหรียญ
5.ประธานาธิบดีไบเดน จัดการประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐและอีกหลาย ประเทศต่างก็เตือนให้ประชาชนรีบเดินทางออกจากเลบานอนโดยเร็วที่สุด
6.ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในส่วนการผ่อนชำระขั้นต่ำของบัตรเครดิต โดยให้คงอยู่ที่ 8% ออกไปอีก 1 ปีจนถึงปี 2568 เพื่อช่วยกลุ่มเปราะบางลดภาระการจ่ายหนี้ คาดกระทบรายได้ ธพ. ราว 1 พันล้านบาทต่อปี
7.กระทรวงการคลังระบุยอดการลงทะเบียนโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเลต ล่าสุดกว่า 25 ล้านคน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และยืนยันว่าทุกอย่างยังเป็นไปตามกรอบเวลา
กลยุทธ์การลงทุน
มองตลาดหุ้นไทยจะปรับลงจากกังวลเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย แต่ยังมีโอกาสปรับลงน้อยกว่าตลาดหุ้นโลก จากงบ 2Q67 ของ บจ.ไทยกลุ่ม Real Sector ซึ่งคาดจะฟื้นตัวดีขึ้น และเริ่มเห็น Fund Flow ไหลเข้าสู่ตลาด EM มากขึ้น กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 4 ธีม ดังนี้
1) หุ้นกลุ่ม Earnings Play ซึ่งจะมีการประกาศงบ 2Q67 ในสัปดาห์หน้า โดยคาดกำไรจะยังสามารถเติบโต YOY อีกทั้ง Valuation ยังไม่แพง เลือก ADVANC TU CPAXT BTG CBG BCP GPSC AU
2) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจากปรับเงื่อนไขกองทุน Thai ESG ใหม่ โดยขยายวงเงินเป็น 3 แสนบาทและลดระยะเวลาถือครองเหลือ 5 ปี ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว เลือก ADVANC AOT CPALL BDMS BBL KTB GULF
3) หุ้นคาดได้อานิสงส์ Cover Short หลัง ตลท. เริ่มใช้มาตรการ Uptick และเป็นหุ้นพื้นฐานดีมี ESG Rating ระดับ A-AAA หรืออยู่ใน Global Sustainability Index เลือก DELTA TOP BEM AOT
4) ราคาน้ำมันดิบ Brent ฟื้นตัว จากความไม่สงบในตะวันออกกลางที่รุนแรงมากขึ้น และยังมีการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในทะเลแดง อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในรัสเซียกลับมาเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยประเมินกรอบราคา 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งมองยังสามารถมีหุ้นน้ำมันสำหรับป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ได้ ดังนั้นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง จึงยังคงเลือกหุ้นน้ำมันขั้นต้นอย่าง PTTEP
หุ้นแนะนำ CPAXT ไตรมาส 2/67 คาดกําไรปกติ 2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YOY จากยอดขายและมาร์จิ้นที่ดีขึ้น และ SG&A/Sales ที่ลดลง ส่วนไตรมาส 3/67 คาดกำไรโตต่อเนื่อง YOY และทำระดับสูงสุดของปีใน ไตรมาส 4/67 อีกทั้งมี Upside Risk จากโครงการดิจิทัลวอลเลต (ยังไม่รวมในประมาณการ) แนะนำราคาซื้อวันนี้ไม่เกิน 29.25 บาท
KTB 3Q67 คาดกำไรทรงตัว YOY ส่วน ไตรมาส 4/67 คาดกำไรเพิ่มขึ้น YOY หนุนให้ปี 2567 คาดกำไรเพิ่มขึ้น 11% จาก Credit Cost ลดลง สินเชื่อเติบโต NIM ดีขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต ขณะที่ความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่า ธพ. อื่น ๆ Valuation ถูก PER 67F ที่ 6.0x (-2SD) แนะนำราคาซื้อวันนี้ไม่เกิน 17.30 บาท