กดปุ่มขาย “บอนด์ออมพลัส” ผ่านบัญชีหุ้นไทยชูช่องทางใหม่ เพิ่มโอกาสรายย่อยเข้าถึงอย่างเท่าเทียม
เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว สำหรับ “ออมพลัส” พันธบัตรรัฐบาลมิติใหม่ ที่เพิ่มช่องทางเสนอขายผ่าน Bond Connect Platform ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยความร่วมมือกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อยกระดับการเข้าถึง “พันธบัตรออมทรัพย์” ได้ง่ายขึ้นด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท ซึ่งเตรียมประเดิมเปิดจองลอตแรกวันที่ 3-5 ส.ค. นี้
โดย“อัสสเดช คงศิริ” กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มคิดโครงการ Bond Connect มาตั้งแต่เมื่อครั้งเสนอแผนการทำงาน เมื่อปี 2567 ซึ่งรู้สึกยินดีในวิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้ช่วยผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้นมาได้
โดยสอดคล้องกับพันธกิจของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ตั้งใจจะสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ผู้ลงทุนได้เข้าถึงสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ ช่วยเสริมการออม และความเสี่ยงต่ำ ด้วยความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน รวมถึงตัวแทนจำหน่าย 24 ราย แบ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ 6 แห่ง และบริษัทหลักทรัพย์อีก 18 แห่ง
“เราคิดกันมาตลอดว่าทุกวันนี้คนเข้าถึงหุ้นที่เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงระดับหนึ่งได้ง่ายเหลือเกิน แต่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ที่มีผลตอบแทนที่ต่อเนื่องและปลอดภัย ทำอย่างไรให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นมากกว่าเดิม ซึ่งนี่เป็นคำตอบหนึ่ง เป็นจุดเริ่มต้นที่จะให้นักลงทุนหรือประชาชนเข้าถึงสินทรัพย์ที่มีคุณภาพอย่างพันธบัตรรัฐบาลออมทรัพย์ได้ง่ายขึ้น ผ่านบริษัทหลักทรัพย์และธนาคารที่ร่วมโครงการ และซื้อขายเปลี่ยนมือได้ง่ายขึ้นด้วย ในกรณีจำเป็นต้องใช้เงิน มีเหตุการณ์ต้องใช้สินทรัพย์นี้มาแปลงเป็นเงิน เพื่อใช้ในธุรกิจหรืออื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น”
“ตรีวิทย์ วังวรวุฒิ” ผู้ช่วยผู้จัดการ รักษาการรองหัวหน้าสายงาน ดูแลงานด้านการตลาด ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า สิ่งที่อยากย้ำ คือ Bond Connect เป็นการ “ขยายโอกาส” เปิดโอกาสให้รายย่อยเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาล ที่เป็นสินทรัพย์มั่นคง ปลอดภัยสูงได้ “ง่ายขึ้น ทั่วถึง และเท่าเทียม”
“ตรงนี้เป็นคีย์หลักสำคัญ เราอยากทำให้โอกาสไปถึงมือประชาชนทั่วไป ให้นักลงทุนทั่วไปได้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งการจองซื้อขั้นต่ำไม่ว่าคุณจะเป็น First Jobber หรือยังมีเงินออมไม่เยอะ อยากแบ่งเงินออมมาไว้ในพันธบัตรรัฐบาล แค่ 1,000 บาทก็ซื้อได้ ขณะที่การจัดสรรแบบ Small Lot First จะทำให้เกิดการกระจายได้มากขึ้น”
ขณะที่ “บุษกร ธีระปัญญาชัย” ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายโครงสร้างพื้นฐานและบริการระบบชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า Bond Connect Platform จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการพัฒนาตลาดเงินและตลาดทุนไทย ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงช่องทางใหม่ในการซื้อขาย แต่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการออม การลงทุน และการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกันได้อย่างสะดวก และปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วย
“ธปท. ในฐานะนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินของพันธบัตรรัฐบาล เราได้เตรียมความพร้อม ทั้งในด้านกระบวนการและระบบงานไว้แล้ว เพื่อรองรับการจัดจำหน่ายและการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ การวางหลักประกัน ตลอดจนการจ่ายเงินต้น และจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ลงทุน โดย ธปท.เชื่อว่าครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนของตลาดพันธบัตรออมทรัพย์ไทย และเป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในอนาคต โดยสามารถต่อยอดไปสู่ตราสารหนี้ประเภทอื่น ไปสู่ระบบตราสารไร้ใบ หรือ Scripless อย่างเต็มรูปแบบต่อไป”
ด้าน “พลช หุตะเจริญ” ที่ปรึกษาด้านตลาดตราสารหนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า การออกบอนด์ออมพลัสครั้งนี้ สบน.มีความตั้งใจที่จะเพิ่มความสะดวก เพิ่มช่องทางให้แก่ผู้ลงทุน เนื่องจากเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการออมของประชาชนชาวไทย และที่สำคัญยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะช่วยบริหารจัดการหนี้สาธารณะให้มีความยั่งยืนทางการคลังต่อไป
“สบน. มีภารกิจที่จะจัดหาแหล่งเงินกู้ให้ทางรัฐบาล เพื่อนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ และที่สำคัญคือการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งในปีนี้เราต้องหาเงินกู้ประมาณ 2.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ช่วงโควิด
โดยที่ผ่านมา สบน. มีความจำเป็นที่จะต้องกระจายเครื่องมือในการกู้เงิน เพื่อลดความเสี่ยงในการกู้เงินให้ได้ครบ และลดผลกระทบต่อตลาดตราสารหนี้ด้วย ที่ทราบกันดีคือเครื่องมือหลักของเราคือ การขายพันธบัตรให้สถาบัน แต่เนื่องจากบางช่วงเวลาความต้องการกู้เงินสภาพตลาดผันผวนสูงมาก เราจึงต้องกระจายการกู้เงินไปแหล่งอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะประชาชนรายย่อย”
“การจำหน่ายผ่านช่องทางดิจิทัลจะช่วยให้มีความโปร่งใส ชัดเจน ไม่มีการฝากจองก่อน ทุกคนต้องมาตามกติกา ซึ่งเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมาโดยตลอด โดยครั้งนี้เราได้รับความร่วมมือจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ธปท. ในการพัฒนาช่องทางต่าง ๆ ของพันธบัตรออมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งครั้งนี้ใช้ชื่อพันธบัตรออมพลัส ตามนโยบายท่านรองนายกรัฐมนตรี โดยผลตอบแทนจะมีความจูงใจระดับหนึ่ง และตอบโจทย์ของ สบน. ที่จะขยายผู้ลงทุน จากเดิมอาจจะเป็นกลุ่มผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ช่องทางใหม่อาจจะจูงใจกลุ่มที่มีอายุน้อยลงมาให้เข้ามามากขึ้น”
ทั้งนี้ พันธบัตรออมพลัสจะมีช่องทางที่เพิ่มขึ้น คือ การซื้อผ่านช่องทางสตรีมมิ่งของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทำให้ผู้ที่คุ้นเคยกับการลงทุนหุ้นอยู่แล้วก็จะเข้าถึงบอนด์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์ใหม่ จากอดีตที่ต้องซื้อผ่านธนาคาร นอกจากนี้ ยังมีตลาดรองรองรับ ขณะเดียวกันบอนด์ออมพลัสยังสามารถนำไปวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Collateral) ต่อไปได้ด้วย
“ที่ปรึกษาด้านตลาดตราสารหนี้ สบน.” กล่าวอีกว่า ในปีงบประมาณ 2569 ที่เหลืออีก 2 เดือนจะสิ้นสุด ได้ตั้งวงเงินจำหน่ายบอนด์ออมพลัสไว้ที่ 8,000 ล้านบาท โดยลอตแรก 4,000 ล้านบาท จะจำหน่าย ผ่าน 2 ช่องทางจำหน่าย คือ แอปเป๋าตัง ซึ่งเป็นแบบ First Come First Serve และช่องทางใหม่ Bond Connect ซึ่งจัดสรรแบบ Small Lot First โดยมี 2 รุ่น คือ รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.8% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.8% ต่อปี จากนั้นเดือน ก.ย. 2569 ก็จะจำหน่ายอีก 4,000 ล้านบาท ซึ่งจะประกาศดอกเบี้ยก่อนเริ่มขายประมาณ 2 สัปดาห์
“ส่วนปีงบประมาณหน้าก็ยังมีแผนว่าจะออกบอนด์ออมทรัพย์ทุกเดือน แต่รายละเอียด จำนวนเงิน อัตราดอกเบี้ย ก็คงขอดูฟีดแบ็กในช่วง 2 เดือนแรกก่อน และจะแถลงให้ทราบในเดือน ก.ย. ก่อนที่จะเริ่มปีงบประมาณใหม่ต่อไป”
สุดท้ายการยกระดับช่องทางจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ในครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการออม การลงทุนได้มากขึ้น ตามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งใจ