เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
Biz Movement “อาย กัญญาลักษณ์” เสิร์ฟลุคแรก Miss Supranational 2026
ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
SD ศึกแชมป์ชิงแชมป์สเปน VS อาร์เจนตินาใครชนะก็ได้ใจคนดูทั้งคู่
‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
Business ‘อิมแพ็ค’ ยกระดับด้านดิจิทัล ปั้นเมืองทองฮับอีเวนต์โลก
นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
Politics นายกฯ โรดโชว์คุย 4 บริษัทชั้นนำจีน ดันไทยฐานผลิต EV–AI
เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
SD เปิดเส้นทางฝัน ‘เนเน่ รอยัล’ และพ่อที่ ‘ขายจิตวิญญาณเพื่อลูก’
‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
World ‘ไต้หวัน’ ขยายฟรีวีซ่าไทย 1 ปี ตอบรับกระแสท่องเที่ยวคึกคัก
อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
Finance อธิบดีบัญชีกลาง แจงปมข้าราชการใหม่ จะได้สวัสดิการแบบใหม่ ระบุยังอยู่ขั้นตอนศึกษา รับอนาคตอาจยืดหยุ่นขึ้น
นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
Politics นายกฯ เผยนักลงทุนจีน มั่นใจไทย ลั่นจะไม่ให้ทุจริตบั่นทอนความเชื่อมั่น
มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจเต็มร้อย “มรดกโลกเชียงใหม่” เน้นย้ำคุณค่าและความยั่งยืน
รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
Politics รบ.ปรับแผนศึกษา ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อมระบบราง-ถนน อัพเกรดท่าเรือระนอง-ชุมพร
ดูทั้งหมด

YLG ชี้ทองคำในประเทศ 50,000 บาท มีโอกาสเห็นขึ้นกับปัจจัยค่าเงินบาทด้วย

21 ส.ค. 2567 | 13:45น.
ฐิภา นววัฒนทรัพย์

บริษัท วายแอลจี มองเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า-โลกมีความผันผวน-สงคราม หนุนราคาทองคำพุ่ง แนวต้านที่ 2,550-2,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เผยมีโอกาสเห็นราคาทองแตะ 5 หมื่นบาท ชี้จีน-รัสเซียหันมาถือครองทองคำมากขึ้น แนะควรมีทองคำในพอร์ต 5-15%

วันที่ 21 สิงหาคม 2567 นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด หรือ YLG กล่าวในเวทีสัมมนาในหัวข้อ “ฝ่าลมต้านเศรษฐกิจ…สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน“ ที่จัดโดยหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ว่าแนวโน้มราคาทองคำโลกบริษัทคาดการณ์แนวต้านจะอยู่ที่ 2,550-2,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งอาจไปถึงระดับ 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้เช่นกัน และโอกาสเห็นราคาทองคำในไทยแตะระดับ 50,000 บาทก็มีความเป็นไปได้

แต่ทั้งนี้อาจจะขึ้นอยู่กับทิศทางค่าเงินบาทด้วย เพราะราคาทองคำจะปรับขึ้นหรือลงผลมาจากเงินบาทราว 35% ซึ่งจะเห็นว่าเงินบาทเคลื่อนไหวจากระดับ 36.00 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจุบันลงมาอยู่ที่ 34.00 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้ ทิศทางการลงทุนในทองคำต้องยอมรับว่าจะเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ ซึ่งตอนนี้เศรษฐกิจทั่วโลกยังมีความผันผวนและมีหลุมอากาศตลอดเวลา ซึ่งตลาดทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Sefe Haven) และเข้ามามีบทบาทในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี หากดูสถิติย้อนหลังในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าราคาทองคำโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2558 ราคาทองคำอยู่ที่ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,400-1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมาในช่วงการระบาดของโควิด-19 ราคาทองคำพุ่งแรงมาก และในช่วงที่มีความขัดแย้งระหว่างประเทศ (Geopolitics) ราคาทองคำก็ปรับตัวสูงขึ้น และมองว่าการเลือกตั้งในสหรัฐ ไม่ว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดีราคาทองคำจะยังปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ หากดูภาพเศรษฐกิจโลกที่มีผลต่อราคาทองคำ จะสามารถแบ่งได้ 3 ภาพ ได้แก่ 1.ในช่วงเศรษฐกิจขาลง ตลาดหุ้นร่วง ทำให้คนหันมาถือทองคำมากขึ้น และถือเงินสดส่วนหนึ่ง 2.ภาพเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย คนจะหันไปลงทุนในตลาดอื่นที่ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า และ 3.เศรษฐกิจปรับตัวดีมาก คนจะไม่ได้ถือทองคำ

สำหรับสัดส่วนการถือครองทองคำในพอร์ตที่เหมาะสม มองว่าสัดส่วนการถือทองคำที่ดีควรจะอยู่ที่ระดับประมาณ 5-15% ของพอร์ต แต่หากเป็นพอร์ตที่มีความเสี่ยงสูง มีการถือหุ้นร้อนแรง ควรถือทองคำในสัดส่วนราว 8-15% และหากเป็นพอร์ตที่มีความเสี่ยงไม่สูงจะอยู่ประมาณ 5%

“วันนี้เศรษฐกิจไม่ได้ฟื้นตัวดีมาก ตลาดทองคำยังดีอยู่ ส่วนหนึ่งคนไม่มั่นใจในดอลลาร์ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิด “De-Dollarization” โดยการหาวิธีลดบทบาทค่าเงินดอลลาร์ต่อการค้าและการลงทุนของประเทศตัวเองลง เช่น ประเทศจีน ปัจจุบันมีสัดส่วนถือทองคำเพิ่มเป็น 5% จาก 2% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และจีนยังมีเหมืองในประเทศ และมีการซื้อทองคำเฉลี่ย 1,000-1,300 ตันต่อปี หรือประมาณ 20-25% ต่อปี เมื่อเทียบกับคอนซูเมอร์ของโลก เช่นเดียวกับรัสเซีย อินเดีย และรอบประเทศไทยที่มีการถือครองทองคำมากขึ้น ส่วนหนึ่งหลาย ๆ ประเทศนำทองคำมาเป็นแบล็กให้สินทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนด้วย“

นางสาวฐิภากล่าวว่า สำหรับนโยบายที่ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยดูแลตลาดทองคำนั้น คือตลาดสีเทา ๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดที่เรียกว่า ”Forex” ซึ่งจะมีทั้งนักลงทุนและนักศึกษาให้ความสนใจ และเห็นกลุ่มนี้มีการจัดสัมมนาปีละ 5-6 ครั้ง จึงอยากให้รัฐบาลช่วยควบคุมในตลาดนี้ให้ทุกคนมีความมั่นใจมากขึ้น

“ประเทศไทยมีคนไทยราว 60% ที่มีการซื้อขายและออมทองตามบ้าน ซึ่งแตกต่างจากตลาดในสหรัฐและยุโรป ที่มีการซื้อผ่าน ETF แต่ไทยมีร้านทองมากกว่า 8,000 แห่ง ทำให้นักลงทุนสามารถซื้อขายทองคำได้สะดวก และไทยถือเป็นต้นแบบในการซื้อขายทองคำ และลงทุนทองคำ Digital Online มูลค่าถึง 4 ล้านล้านบาท ซึ่งในอนาคตผู้ประกอบการและสมาคมจะมีการพัฒนาแพลตฟอร์มออมทองมากขึ้น”