เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,550 บาท
Fitch ขยับ Outlook ไทยสู่ Stable หนุนฟันด์โฟลว์ จับตา BBL-SCB-KTB-KBANK
Finance Fitch ขยับ Outlook ไทยสู่ Stable หนุนฟันด์โฟลว์ จับตา BBL-SCB-KTB-KBANK
อนุทิน ย้ำพร้อมมือภาคยานยนต์ญี่ปุ่น เชื่อมั่นยังสนใจลงทุนไทย
Politics อนุทิน ย้ำพร้อมมือภาคยานยนต์ญี่ปุ่น เชื่อมั่นยังสนใจลงทุนไทย
เปิดแถลงการณ์ เครือข่าย นวก.สื่อสารมวลชน กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ ต่อ “สุญญากาศ กสทช.”
Tech เปิดแถลงการณ์ เครือข่าย นวก.สื่อสารมวลชน กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ ต่อ “สุญญากาศ กสทช.”
เงินบาทสัปดาห์นี้ 33.00-33.60 บาท/ดอลลาร์ เจอแรงกดดันน้ำมันสูง-ดอกเบี้ยโลกขาขึ้น
Finance เงินบาทสัปดาห์นี้ 33.00-33.60 บาท/ดอลลาร์ เจอแรงกดดันน้ำมันสูง-ดอกเบี้ยโลกขาขึ้น
เขื่อนเจ้าพระยา จ่อเพิ่มการระบาย 1,000 – 1,300 ลบ.ม./วินาที หลังน้ำเหนือยังไหลเพิ่ม
Economic เขื่อนเจ้าพระยา จ่อเพิ่มการระบาย 1,000 – 1,300 ลบ.ม./วินาที หลังน้ำเหนือยังไหลเพิ่ม
รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน กลับมาเปิดให้บริการตามปกติทุกเส้นทางแล้ว
Economic รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน กลับมาเปิดให้บริการตามปกติทุกเส้นทางแล้ว
‘บี.กริม’ ลุย มาเลย์-เวียดนาม ผุดโรงไฟฟ้าก๊าซเพิ่มพอร์ตพลังงาน
Economic ‘บี.กริม’ ลุย มาเลย์-เวียดนาม ผุดโรงไฟฟ้าก๊าซเพิ่มพอร์ตพลังงาน
ซีพี โฟตอนเร่งศึกษาโครงการรถบรรทุกEV เพื่อการขนส่ง มุ่งสู่ Green Logistics 
EV ซีพี โฟตอนเร่งศึกษาโครงการรถบรรทุกEV เพื่อการขนส่ง มุ่งสู่ Green Logistics 
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคลายความกังวลต่ออุปทานตึงตัว
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคลายความกังวลต่ออุปทานตึงตัว
ดูทั้งหมด

เงินเฟ้อ กับถ้วยกาแฟ…

05 พ.ย. 2567 | 07:45น.
coins-coffee
คอลัมน์ : เช้านี้ที่ซอยอารีย์
ผู้เขียน : ดร.พงศ์นคร โภชากรณ์ ([email protected])

เงินเฟ้อภาษาชาวบ้าน คือ การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของราคาข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน หน่วยงานที่ทำเงินเฟ้อ คือ กระทรวงพาณิชย์ เขาทำทุกเดือนโดยการสำรวจราคาสินค้าและบริการต่าง ๆ ในตลาดหลัก ๆ ในแต่ละจังหวัด แล้วนำมาสรุปว่า เงินเฟ้อเดือนนี้เป็นเท่าไร ในเงินเฟ้อเขาจะแยกเป็นหมวดต่าง ๆ เช่น หมวดอาหารเครื่องดื่ม บริโภคในบ้าน บริโภคนอกบ้าน เครื่องนุ่งห่ม เคหสถาน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโดยสาร น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น

เงินเฟ้อสำคัญอย่างไร เงินเฟ้อถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบอกว่าของแพงหรือของถูก เช่น ถ้าอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นแปลว่าราคาข้าวของแพงขึ้น ถ้าอัตราเงินเฟ้อลดลงแปลว่าข้าวของถูกลง ถ้าแพงไปเรื่อย ๆ จะกระทบกับค่าครองชีพ ผู้บริโภคจะไม่ชอบ ผู้ผลิตของขายจะชอบ แต่ถ้าแพงมากไปจนผู้บริโภคไม่ซื้อ ผู้ผลิตก็อาจจะแย่ด้วย ในทางกลับกัน ถ้าถูกไปเรื่อย ๆ ผู้บริโภคจะชอบ ผู้ผลิตจะไม่ชอบ แต่ถ้าถูกมากไปก็จะกลายเป็นเงินฝืดได้

ดังนั้น เงินเฟ้อจึงเป็นเครื่องชี้เศรษฐกิจที่สำคัญมากในฐานะที่เป็นตัวแทนของเสถียรภาพของเศรษฐกิจ

แล้วเงินเฟ้อเขาเอาไปใช้ทำอะไร แม้คนคำนวณเงินเฟ้อ คือ กระทรวงพาณิชย์ คนที่เอาไปวิเคราะห์เศรษฐกิจ คือ หน่วยงานวิเคราะห์เศรษฐกิจต่าง ๆ แต่คนนำเงินเฟ้อไปใช้กำหนดเป็นเป้าหมายเชิงนโยบาย คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยการกำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อไว้ที่ร้อยละ 1-3 ต่อปี คือ ยอมให้เงินเฟ้อรายปีเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงดังกล่าว แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา รวมปีนี้ด้วย (ปีนี้เงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 0.4-0.5 เท่านั้น) พบว่า หลุดกรอบไป 7 ครั้ง ใน 7 ครั้ง หลุดขอบล่าง 6 ครั้ง หลุดขอบบน 1 ครั้ง จึงดูประหนึ่งว่าเรากำลัง

“ติดกับดักเงินเฟ้อต่ำ”

ส่วนตัวผมมองว่ามันต่ำจนเกินไป เรื่องนี้ต้องมองเป็นระบบเศรษฐกิจ มองเป็น Ecosystem เพราะการที่เงินเฟ้อต่ำ ในระยะแรกคนจะชอบ เพราะราคาข้าวของถูก มีเงินซื้อ แต่ถ้าผู้ผลิตของขาย ต้องขายของถูกไปเรื่อย ๆ รายได้ก็จะน้อย กำไรน้อย รัฐบาลก็เก็บภาษีได้น้อย และที่สำคัญผู้ผลิตก็ไม่อยากลงทุน ไม่อยากขยายกิจการ ไม่อยากเพิ่มกำลังการผลิต ไม่อยากจ้างงานเพิ่ม ไม่อยากขึ้นค่าแรง

ท้ายที่สุดเศรษฐกิจ หรือ GDP ก็ “โตต่ำ” “รายได้ประชาชนต่ำ” มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เป็นตัวเงินจึงต่ำกว่าที่ควรจะเป็นตามไปด้วย ผมจึงมองว่าการที่เรามีเงินเฟ้อต่ำมายาวนานจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าดีใจ แต่สูงมากจนหลุดกรอบอันนี้ก็ไม่ดีอยู่แล้ว

ผมจึงนำการมองเงินเฟ้อมาเปรียบเทียบกับ “ถ้วยกาแฟ” ถ้ามองถ้วยกาแฟด้านหนึ่งจะเห็นหูถ้วยกาแฟ

ถ้ามองด้านตรงกันข้ามจะไม่เห็นหูถ้วยกาแฟ พอถามคนแรก คนแรกบอกถ้วยกาแฟนี้มีหูนะ อีกคนบอกไม่มี

ทั้ง ๆ ที่เป็นถ้วยเดียวกัน แปลว่า ถ้าเราสวมหมวกเป็นผู้บริโภค เราคงชอบเงินเฟ้อต่ำ ๆ แต่ถ้าเราสวมหมวกเป็นผู้ผลิตของขาย เราคงชอบให้มีเงินเฟ้อสูงกว่าที่เป็นในปัจจุบันสักหน่อย ฉะนั้น ผู้ที่มีหน้าที่ในการบริหารเศรษฐกิจจึงต้องมองทั้ง 2 ด้านของถ้วยกาแฟ เพราะในกฎหมายธนาคารแห่งประเทศไทยก็ระบุถึงอำนาจหน้าที่ไว้ว่า “กำหนดเป้าหมายของนโยบายการเงินของประเทศโดยคำนึงถึงแนวนโยบายแห่งรัฐ สภาวะเศรษฐกิจ และการเงินของประเทศ และต้อง “กำหนดมาตรการที่จำเป็นให้สอดคล้องกับเป้าหมาย” ข้างต้นด้วย

ดังนั้น เราสามารถมองถ้วยกาแฟจากมุมมองเดียวกันได้ เพียงแค่หมุนถ้วยกาแฟหรือลุกมานั่งด้วยกันเท่านั้นเอง

บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มิได้ผูกพันเป็นความเห็นขององค์กรที่สังกัด