เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สถานประกอบการชู Safety First ถอดบทเรียนโรงเบียร์ลาดพร้าว
Economic สถานประกอบการชู Safety First ถอดบทเรียนโรงเบียร์ลาดพร้าว
กลุ่มยานยนต์ สะท้อนภาครัฐ มาตรการ EV ต้องไม่ใช้การจูงใจทางการเงิน แนะปกป้องรถผลิตในประเทศอย่างยั่งยืน
Automotive กลุ่มยานยนต์ สะท้อนภาครัฐ มาตรการ EV ต้องไม่ใช้การจูงใจทางการเงิน แนะปกป้องรถผลิตในประเทศอย่างยั่งยืน
ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
News ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
News เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
World ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
Real Estate ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
Politics ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน อดีตพนักงานแบงก์ ยักยอกทรัพย์สินลูกค้า
Finance ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำลงทุน อดีตพนักงานแบงก์ ยักยอกทรัพย์สินลูกค้า
ROH ผิดสัญญาไม่ซื้อคืน ” โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน” 4,873 ล้าน สะเทือนแผนคืนเงินผู้ถือหน่วย
Finance ROH ผิดสัญญาไม่ซื้อคืน ” โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน” 4,873 ล้าน สะเทือนแผนคืนเงินผู้ถือหน่วย
“ชัชชาติ” สั่งตรวจเข้ม สถานประกอบการทั่วกรุง ถกมหาดไทยปรับโซนนิ่งใหม่
Politics “ชัชชาติ” สั่งตรวจเข้ม สถานประกอบการทั่วกรุง ถกมหาดไทยปรับโซนนิ่งใหม่
ดูทั้งหมด

‘รื้อภาษี’ ต้องอธิบายให้ชัด

09 ธ.ค. 2567 | 09:59น.
dismantle taxes
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : อำนาจ ประชาชาติ

รัฐบาลกำลังโยนหินเรื่อง “ปรับโครงสร้างภาษี” ครั้งใหญ่

เพื่อแก้ปัญหาการ “ขาดดุลงบประมาณ” ที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง ในระยะเวลาแค่ 10 กว่าปี เพิ่มจากระดับแค่ 1-2 แสนล้านบาท ล่าสุดในปีงบประมาณ 2568 ทะลุ 8 แสนล้านบาทขึ้นไปแล้ว แถมยังปริ่ม ๆ จะทะลุ 9 แสนล้านบาทอีกต่างหาก และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกหากไม่มีการจัดการอะไร

ระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีที่ขยับกรอบเพดานความยั่งยืน จากไม่เกิน 60% ของจีดีพี เป็น 70% ของจีดีพี ก็มีวี่แววว่าจะเกินเพดานอีก หากไม่เร่งจัดการอะไร

นั่นเพราะรายจ่ายภาครัฐมีแต่เพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่รายได้เพิ่มน้อย จนตามไม่ทัน ยิ่งช่วงหลายปีมานี้ เศรษฐกิจไทยโตต่ำมาตลอด ก็ยิ่งทำให้รายได้โตไม่ทันรายจ่าย หนี้จึงยิ่งพุ่ง

แล้วยิ่งประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์แบบแล้ว และจะก้าวไปสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด รายจ่ายด้านสวัสดิการยิ่งบานตะไท

แน่นอนว่าเวลาพูดถึงการปรับโครงสร้างภาษี ก็จะมีเสียงค้านเรื่องการขึ้นภาษี แต่ก็จะไม่ค่อยพูดถึงภาษีที่ลดลงกัน

โดยรัฐบาลยอมรับว่ามีแนวคิดที่จะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากที่เก็บที่ 7% มานาน ขณะเดียวกัน ก็จะลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากปัจจุบันที่เก็บเป็นขั้นบันไดอยู่ที่ 5-35% และภาษีนิติบุคคลที่ปัจจุบันเก็บที่ 20%

นอกจากนี้ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ก็ต้องใช้ภาษีทรัพย์สินเข้ามาจัดการด้วย

ขณะที่การจ่ายสวัสดิการก็จะใช้ระบบภาษีนี้ด้วยเช่นกัน ที่เรียกว่า Negative Income Tax (NIT) ซึ่งต่อไปคนไทยทุกคนไม่ว่ารวยหรือจนก็ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปี ยื่นไปแล้วใครมีเงินได้ไม่ถึงเกณฑ์ก็ไม่ต้องเสีย แถมถ้ามีเงินได้ต่ำกว่าเกณฑ์ก็จะได้รับการช่วยเหลือ จ่ายเป็นเงินคืนให้เป็นขั้นบันได

ก็ต้องบอกว่า การปรับโครงสร้างภาษีควรต้องทำ แต่ทำแค่ไหน ทำเมื่อไหร่ อันนี้ต้องพิจารณาให้เหมาะสม

ภาษี VAT จะเพิ่มกลับไปเป็น 10% ตามกฎหมายกำหนด หรือจะพรวดไป 15% เหมือนที่ประโคมข่าวกัน ตรงนี้คงต้องตอบให้ชัด จะปรับเท่าไหร่ ปรับอย่างไร แน่นอนว่าการเก็บ VAT เพิ่ม จะทำให้รัฐมีรายได้เป็นกอบเป็นกำขึ้นแน่นอน เพราะเพิ่ม 1% ทำให้รัฐมีรายได้เพิ่ม 7 หมื่นล้านบาท (สุทธิหลังหักคืนภาษีแล้ว)

หรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากลดลง เช่น เหลือ 15% อัตราเดียว ก็ต้องอธิบายว่าเรื่องค่าลดหย่อนต่าง ๆ จะยังมีอยู่ไหม มีอยู่บางรายการ หรือยกเลิกทั้งหมด ซึ่งหากเก็บตามแนวทางนี้ แน่นอนว่าคนที่เคยเสียสูงกว่านี้ ไม่มีปัญหาแน่นอน แล้วคนที่เคยเสียต่ำกว่าล่ะ จะกลายเป็นถูกขึ้นภาษีหลายเด้งหรือเปล่า

ส่วนภาษีนิติบุคคล หากลดเหลือ 15% แล้ว แน่นอนว่าภาคธุรกิจจะได้ประโยชน์แน่นอน แต่จะสะท้อนมาดูแลประชาชนด้วยหรือไม่ เช่น การลดราคาสินค้า หรือบริการ เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ กระทรวงการคลังคงต้องอธิบายชัด ๆ ให้ครบลูป จะได้เกิดความเข้าใจร่วมกัน