กรุงศรี ประเมิน “GDP-ตลาดหุ้น” ต่อแผนโอนงบเงินหมื่นกระตุ้นเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจไทยว้าวุ่น
บล.กรุงศรี ประเมิน “GDP-ตลาดหุ้น” ต่อแผนโอนงบแจกเงิน 10,000 บาท มูลค่า 157,000 ล้านบาท ไปสู่โครงการลงทุนภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 ด้าน คาด SET ลุ้นวิ่งขึ้นทดสอบ 1,200 จุด GDP ไทยปี 68 มีโอกาสโตสูงจาก 1.3-1.8% สู่ 2-2.5% หากบริหารจัดการเบิกจ่ายได้ดี
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) รายงานว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติโอนงบ “ดิจิทัลวอลเล็ต” 10,000 บาท มูลค่า 157,000 ล้านบาท ไปสู่โครงการลงทุนภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 ด้านคือ 1. โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ-คมนาคม 2. การท่องเที่ยว 3. การลดผลกระทบภาคส่งออก/เพิ่มผลิตภาพ และ 4. เศรษฐกิจชุมชนและการศึกษา
โดยกระทรวงการคลังจะกำกับผ่านกลไกอนุกรรมการ โดยต้องส่งข้อเสนอโครงการภายใน พ.ค. 2568 และอนุมัติในระดับ ครม. ภายในเดือน ก.ค. 2568 เพื่อเริ่มเบิกจ่ายจริงในครึ่งปีหลัง ประเมินว่า 1. นโยบายนี้สะท้อนการปรับนโยบายการคลังเชิงโครงสร้าง
- จาก “นโยบายแจกเงิน” เพื่อบริโภค สู่การปรับใช้ “นโยบายลงทุนจริง” เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเบื้องต้น
- เป็น “Reallocation of Stimulus Capital” ที่ช่วยลดแรงกดดันการขาดดุลเชิงโครงสร้าง (เช่น การบริโภคเทียมจากเงินแจก) สู่การลงทุนที่สร้าง Productive Asset และ Multiplier Effect
2. ผลต่อ GDP ปี 2568 คาดจะเป็นแรงส่งเพื่อปิดดาวน์ไซด์ GDP ปี 2568 ไทยของ Consensus ที่วางกรอบหลัง Reciprocal Tariff ที่ 36% ที่กรอบ 1.3-1.8% ฝ่ายวิจัยกรุงศรีฯคาดว่า GDP มีโอกาสสูงราว 65% ที่จะมากกว่ากรอบนี้
- เม็ดเงิน 157,000 ล้านบาท (0.8% ของ GDP) น่าจะส่งผลบวกมากกว่าการแจกเงินที่มีผลบวก 0.3-0.5% ต่อ GDP เป็น 0.5-0.7% ต่อ GDP
- การขยับมาใช้เพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน, พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว, ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต สร้าง Multiplier Effect (1.3-1.6 เท่า)
- การกระจายตัวของโครงสร้าง เข้าถึงเมืองรอง-ชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ, หนุน GDP จากภายในประเทศกระจายตัวดีขึ้น
- เริ่มเบิกจ่ายจริงไตรมาส 3-4/2568 จะหนุน GDP ไตรมาส 4/2568 รับผลเต็มไตรมาส ลดผลกระทบความเสี่ยงเศรษฐกิจปลายปีจาก External Factors ได้บางส่วน
ทั้งนี้คาดว่า GDP ไทยปี 2568 มีโอกาสโตสูงขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 1.3-1.8% สู่มากกว่า 2-2.5% หากบริหารจัดการการเบิกจ่ายได้ดี
มองเป็นจิตวิทยาบวกต่อดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ระยะสั้น มีลุ้นปรับขึ้นมีโอกาสทดสอบ 1,200 จุด ในช่วง 1 สัปดาห์ ประเมินจาก 1. ตลาดอาจตอบรับเชิงบวกแบบ “Relief Rally” หลังคลายความไม่แน่นอนเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต และ 2. ทุนต่างชาติอาจยังรอดูความเร็วในการเบิกจ่าย แนะจับตา “รายละเอียดโครงการ” ที่จะประกาศภายในเดือน มิ.ย.นี้ แนะนำเน้นธีม “ลงทุนผ่านรัฐ + เมืองรอง + Digital Infra + Soft Power + Tourism” หุ้นเด่นแนะนำ
- Cement/Asphalt รับความต้องการเร่งขึ้นครึ่งปีหลัง SCC, TASCO
- รับเหมาโครงสร้างพื้นฐาน CK, STECON
- ท่องเที่ยวเมืองรอง ERW, CENTEL, AOT
- เทคโนโลยี Digital Infra ADVANC, GULF, INSET
- สินเชื่อชุมชน/SME MTC และจำนำทะเบียน
ปัจจัยเสี่ยงและเงื่อนไขสำคัญคือ 1. Delay Risk หากเบิกจ่ายล่าช้า ผลต่อบวกต่อ GDP จะเบาบาง 2. Execution Risk หากโครงการไม่ตอบโจทย์หรือขาดความโปร่งใส อาจทำให้ Productivity ต่ำกว่าคาด และ 3. การเมืองภายใน หากเกิดความขัดแย้ง งบอาจล่าช้า