กรมอุตุนิยมวิทยา วันนี้ เตือน 5 พื้นที่หลัก เฝ้าระวังฝนตกสะสมอีก 1-2 วัน
พยากรณ์ฝนสะสม วันที่ 29 พ.ค.2568
กรมอุตุนิยมวิทยา วันนี้ เตือน 5 พื้นที่หลัก ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก ภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออก (จ.ระยอง จันทบุรี ตราด) และภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ระนอง พังงา) ต้องระวังฝนตกสะสมไปอีก 1-2 วัน เหตุยังมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง
กรมอุตุนิยมวิทยาอัพเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุก ๆ 24 ชม. : (นับตั้งแต่ 07.00 น. ถึง 07.00 น. วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925hPa (750 ม.) 15 วันล่วงหน้า ระหว่าง 29 พ.ค.-12 มิ.ย. 68 init. 2025052812 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) วิเคราะห์ตามผลจากแบบจำลอง เฉดสีแดงหมายถึงฝนหนัก สีเขียวหมายถึงฝนเล็กน้อย
วันที่ 29-31 พ.ค. 68 บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออก ภาคกลางด้านตะวันตก ภาคตะวันออก (จ.ระยอง จันทบุรี ตราด) และภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ระนอง พังงา) ยังต้องเฝ้าระวังฝนที่ตกสะสมไปอีก 1-2 วัน เนื่องจากยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมรสุมมีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน มีแนวโน้มจะแรงขึ้นและเคลื่อนตัวไปทางเหนือเข้าสู่ประเทศบังกลาเทศ ไม่มีผลกระทบโดยตรงกับประเทศไทย
ส่วนแนวร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบน มีกำลังค่อนข้างแรง เรือเล็กขอให้งดออกจากฝั่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันตอนล่างควรใช้ความระวังในการเดินเรือ หลังจากนั้นช่วงวันที่ 1-7 มิ.ย. 68 ฝนลดน้อยลง ยังมีฝนบางแห่งด้านรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ยังคงพัดปกคลุม
และช่วงวันที่ 8-12 มิ.ย. 68 จะมีฝนเพิ่มขึ้นบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งอันดามันด้านรับมรสุม เนื่องจากมรสุมจะมีกำลังแรงขึ้น ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและกลับมาเฝ้าระวังกันอีกครั้ง
(ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามข้อมูลนำเข้าและประมวลผลใหม่ ใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจและติดตามสภาพอากาศ)
อนึ่ง ในช่วงวันที่ 29-30 พ.ค. 68 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศบังกลาเทศและอินเดีย โดยไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย
06 : 00 น. วันนี้ ถึง 06 : 00 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่
สุโขทัย ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร
ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีษะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี และสระบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดพังงา ขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพฯและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

(ออกประกาศ 29 พฤษภาคม 2568)