Skip to content

จับตา 3 บริษัทชิงดำ G-Token ลุ้นคลังเคาะ มิ.ย.นี้-ฟันธงดอกเบี้ยดีกว่าบอนด์

05 มิ.ย. 2568 | 08:01น.
จับตา 3 บริษัทชิงดำ G-Token ลุ้นคลังเคาะ มิ.ย.นี้-ฟันธงดอกเบี้ยดีกว่าบอนด์

คลังเตรียมเคาะเลือกเอกชนดำเนินการออก G-Token ลอตแรกไม่เกิน 5,000 ล้าน วงในเผยมี 3 บริษัทที่ระบบพร้อม “Token X-Kubix-XSpring Digital” ชี้ “เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล” มีลุ้นมากสุด เหตุไม่ใช่ลูกแบงก์-ข้อจำกัดน้อย ด้านผู้อำนวยการ สบน. เชื่อผลตอบแทนจูงใจ “ดอกเบี้ยสูงกว่าบอนด์ออมทรัพย์” แน่นอน

แหล่งข่าวจากตลาดทุนเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหาข้อสรุปเกี่ยวกับการดำเนินการออกโทเค็นดิจิทัลของรัฐบาล (Government Token : G-Token) ว่าจะให้ใครเป็นผู้ดำเนินการเป็นผู้ออก รวมถึงตัวแทนจำหน่ายจะยอมให้ธนาคารเข้ามามีส่วนร่วมหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะหาข้อสรุปให้ได้ภายในเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมีการเรียกเอกชนที่สามารถออก G-Token ได้เข้าไปประชุม ซึ่งมีด้วยกันประมาณ 7 บริษัท แต่บริษัทที่มีระบบพร้อมสามารถทำได้จริง ๆ มีแค่ประมาณ 3 บริษัท คือ Token X (บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด) ของกลุ่มเอสซีบี เอกซ์ (SCBX), Kubix (บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด) ในเครือธนาคารกสิกรไทย และ XSpring Digital (บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด)

“ในจำนวน 3 บริษัทนี้ XSpring Digital มีโอกาสสูงที่จะได้รับคัดเลือกจากกระทรวงการคลังให้เป็นผู้ดำเนินการออก G-Token เนื่องจากอีกสองบริษัทคือ Token X และ Kubix ต่างก็เป็นบริษัทลูกของแบงก์ ทำให้การดำเนินการอาจจะไม่สะดวก จะมีข้อจำกัดมากกว่า เพราะแบงก์อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้โอกาสที่ XSpring Digital จะเป็นผู้ออกเป็นไปได้สูงที่สุด”

แหล่งข่าวกล่าวว่า เป้าหมายของกระทรวงการคลังต้องการให้หลายบริษัทร่วมกันในการออก G-Token แต่อาจจะทำได้ยาก เพราะแต่ละบริษัทก็มีระบบของตัวเองที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ หากไม่เปิดให้แบงก์เข้ามาร่วมเป็นตัวแทนจำหน่ายก็จะค่อนข้างลำบาก ซึ่งทางกระทรวงการคลังคงจะรีบหาข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้

นายพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า คาดว่าจะดำเนินการออก G-Token ให้แก่ประชาชนวงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ได้ภายใน 45 วัน โดยระหว่างนี้ต้องรอให้เกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกมาชัดเจนก่อน

“การออก G-Token ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในการระดมทุนของภาครัฐ และเป็นทางเลือกใหม่ของประชาชนในฐานะผู้ลงทุน ซึ่งจะออกภายใต้กรอบการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ โดยจะใช้วงเงินของพันธบัตรออมทรัพย์มาออก จะมีข้อดีก็คือ ต้นทุนจะต่ำกว่าการออกพันธบัตรตามปกติ โดยต้นทุนที่ประหยัดได้จะใส่กลับเข้าไปเป็นผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุน คือผลตอบแทนจะมากกว่าบอนด์ออมทรัพย์”

ผู้อำนวยการ สบน.กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน การซื้อขายเปลี่ยนมือ G-Token จะมีสภาพคล่องมากกว่าการออกพันธบัตร เพราะการเปลี่ยนมือในตลาดรองจะเป็นแบบ Pear to Pear ได้โดยตรง ต่างจากพันธบัตรที่ต้องขายคืนกองทุน หรือให้แบงก์มาซื้อ นอกจากนี้ ยังเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลด้วย

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ระบุว่า เป็นครั้งแรกที่ภาครัฐใช้รูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัลในการระดมทุนจากประชาชนโดยตรง จากเดิมที่ใช้การออกพันธบัตร ดังนั้น G-Token จึงเป็นการเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุน โดยยืนยันว่า G-Token เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความมั่นคง ไม่ใช่คริปโตเคอร์เรนซี ไม่สามารถนำไปใช้แทนเงินสด หรือซื้อขายสินค้าได้ ไม่ใช่เครื่องมือการชำระเงิน แต่ประชาชนจะได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินทั่วไป และสามารถเริ่มต้นลงทุนวงเงินน้อย ๆ ได้

พิชัย ชุณหวชิร
พิชัย ชุณหวชิร

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. ระบุว่า ก.ล.ต.เปิดรับฟังความคิดเห็นเกณฑ์การกำกับดูแล G-Token เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.เป็นต้นไป จากนั้นจะออกประกาศมาบังคับใช้

ทั้งนี้ G-Token ไม่ใช่ตราสารหนี้ แต่เป็นโทเค็นดิจิทัล

โดยกระบวนการออก G-Token กระทรวงการคลังจะต้องไปเลือก Chain ที่ทำหน้าที่ในการออกเหรียญ หรือ Mint เหรียญออกมา เพื่อนำไปขาย โดยกระทรวงการคลังจะทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนในการจ่ายเงินต้นและผลตอบแทนตามกำหนดระยะเวลาเหมือนพันธบัตร

“การเสนอขาย G-Token กระทรวงการคลังเป็นผู้ออกเสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไปเป็นหลัก เพื่อหวังให้ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ ซึ่ง ก.ล.ต.มีแนวคิดจะเปิดให้ผู้เล่น ทั้งผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลและบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) สามารถเข้ามาให้บริการซื้อขาย G-Token ได้”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

G-Token ดอกเบี้ย สบน.