เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Politics นายกฯ นำคณะถก ผู้นำอินโดฯ ยกระดับความร่วมมือเศรษฐกิจ-ปราบภัยออนไลน์
Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
Tech Visa เปิดเกมใหม่ ดัน Passkey แทน OTP ยกระดับจ่ายออนไลน์
แบรนด์เลิฟ ‘ซมโปะ-ยามาซากิ’ น้ำใจแห่งการแบ่งปัน ในห้วงวิกฤตเราไม่เคยทิ้งกัน
Biz Movement แบรนด์เลิฟ ‘ซมโปะ-ยามาซากิ’ น้ำใจแห่งการแบ่งปัน ในห้วงวิกฤตเราไม่เคยทิ้งกัน
เลขาฯ กอช. ยันเดินหน้าหวยเกษียณ คาดเตรียมการหลังบ้านเสร็จภายในปีนี้
Politics เลขาฯ กอช. ยันเดินหน้าหวยเกษียณ คาดเตรียมการหลังบ้านเสร็จภายในปีนี้
KH Academy ปั้นคนรุ่นใหม่ สู่ Next C-Suite ยุค AI
Business KH Academy ปั้นคนรุ่นใหม่ สู่ Next C-Suite ยุค AI
สภาผู้บริโภค ชี้นัดพร้อมครั้งหน้า 9 พ.ย. คดีฟ้องเฟซบุ๊ก ดันแพลตฟอร์มร่วมรับผิด
News สภาผู้บริโภค ชี้นัดพร้อมครั้งหน้า 9 พ.ย. คดีฟ้องเฟซบุ๊ก ดันแพลตฟอร์มร่วมรับผิด
โตโยต้า เพิ่มรุ่นย่อย ‘ALPHARD- VELLFIRE’ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
Automotive โตโยต้า เพิ่มรุ่นย่อย ‘ALPHARD- VELLFIRE’ ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายขึ้น ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
บอร์ดประมงเคาะยืดหนี้ 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง เร่งสกัดปลาหมอคางดำ
Economic บอร์ดประมงเคาะยืดหนี้ 10 ปี ช่วยเสริมสภาพคล่อง เร่งสกัดปลาหมอคางดำ
AirAsia MOVE ชี้คนไทยฟื้นแผนเที่ยววันแม่ ยอดค้นหาพุ่ง 86% แห่ปักหมุดญี่ปุ่น-เมืองรอง
Biz Movement AirAsia MOVE ชี้คนไทยฟื้นแผนเที่ยววันแม่ ยอดค้นหาพุ่ง 86% แห่ปักหมุดญี่ปุ่น-เมืองรอง
นายกฯไทย เยือนอินโดฯ เป็นทางการในรอบ 15 ปี ก่อนร่วมโต๊ะกำหนดทิศทางร่วมมือ
Politics นายกฯไทย เยือนอินโดฯ เป็นทางการในรอบ 15 ปี ก่อนร่วมโต๊ะกำหนดทิศทางร่วมมือ
ดูทั้งหมด

กนง. มีมติ 6 ต่อ 1 คงดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.75% ต่อปี

25 มิ.ย. 2568 | 14:01น.
กนง.

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 6 ต่อ 1 คงดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.75% ต่อปี ชี้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงในระยะถัดไป และมีความเสี่ยงที่การส่งออกสินค้าจะได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐ รวมทั้งยังมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากภูมิรัฐศาสตร์ และปัจจัยภายในประเทศ

นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการมีมติ 6 ต่อ 1 คงดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.75% ต่อปี

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้จากภาคการผลิตและการเร่งส่งออกสินค้า อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงในระยะถัดไป โดยมีความเสี่ยงที่การส่งออกสินค้าจะได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐ รวมทั้งยังมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากภูมิรัฐศาสตร์ และปัจจัยภายในประเทศ

ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำจากปัจจัยด้านอุปทาน ในขณะที่สินเชื่อชะลอลง ส่วนหนึ่งจากความต้องการสินเชื่อที่ลดลงในบางกลุ่มและความเสี่ยงด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น

คณะกรรมการเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในระยะถัดไป ซึ่งการลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมาสามารถรองรับความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ดี ในการประชุมครั้งนี้ กรรมการส่วนใหญ่เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยให้ความสำคัญกับจังหวะเวลาและประสิทธิผลของนโยบายการเงินภายใต้บริบทที่มีความไม่แน่นอนสูงและขีดความสามารถของนโยบายการเงิน (Policy Space) มีจำกัด ขณะที่กรรมการ 1 ท่านเห็นควรให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี เพื่อลดภาระดอกเบี้ยและเอื้อต่อการปรับตัวของกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มอ่อนแอลง

เศรษฐกิจไทยในปี 2568 และ 2569 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 2.3% และ 1.7% ตามลำดับ โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ที่ร้อยละ 2.3 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากข้อมูลเศรษฐกิจจริงในไตรมาสที่ 1 และเครื่องชี้เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 มีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้ โดยการส่งออกที่ขยายตัวได้สูงจากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่มีการเร่งส่งออกไปสหรัฐ ส่งผลบวกต่อภาคการผลิตและภาคบริการที่เกี่ยวข้อง

มองไปข้างหน้า เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 โดยคาดว่าการส่งออกสินค้าจะได้รับผลกระทบมากขึ้นจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐ การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงตามแนวโน้มรายได้และความเชื่อมั่นที่ลดลง ด้านจำนวนนักท่องเที่ยวปรับลดลง แม้รายรับนักท่องเที่ยวยังขยายตัวได้จากค่าใช้จ่ายต่อหัว โดยธุรกิจส่วนหนึ่งยังถูกกดดันจากสินค้านำเข้าและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2568 และ 2569 คาดว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำที่ 0.5% และ 0.8% ตามลำดับ จากหมวดพลังงานและอาหารสด ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปี 2568 และ 2569 อยู่ที่ 1.0% และ 0.9% ตามลำดับ

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ทรงตัวในระดับต่ำเป็นผลจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก และไม่ได้นำไปสู่ภาวะที่ราคาสินค้าลดลงเป็นวงกว้าง อีกทั้งเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมาย ในระยะข้างหน้า ต้องติดตามความเสี่ยงด้านสูงจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานโลก

สินเชื่อโดยรวมหดตัว สถาบันการเงินยังระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อโดยเฉพาะ SMEs และครัวเรือนกลุ่มรายได้ต่ำ ประกอบกับความต้องการของภาคธุรกิจที่ลดลงและการชำระคืนหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น สำหรับคุณภาพสินเชื่อยังปรับด้อยลงโดยเฉพาะสินเชื่อ SMEs และสินเชื่อที่อยู่อาศัย

ด้านอัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินและในระบบสถาบันการเงินปรับลดลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่ผ่านมา อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากปัจจัยภายนอกในทิศทางเดียวกับสกุลภูมิภาค คณะกรรมการเห็นควรให้ติดตามการขยายตัวและคุณภาพของสินเชื่อ ซึ่งอาจมีนัยต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการประเมินว่าแนวโน้มเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง และพร้อมปรับนโยบายการเงินให้เหมาะสมกับแนวโน้มและความเสี่ยงของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 มีมติ 5 ต่อ 2 ลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% จาก 2.00% มาอยู่ที่ 1.75% ต่อปี โดยให้เหตุผลส่วนหนึ่งว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับลดลง และมีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากนโยบายการค้าโลกและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มลดลงต่ำกว่ากรอบเป้าหมายจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ