Skip to content

‘จุลพันธ์’ เร่งสางหนี้ ธ.ก.ส.-เล็งแฮร์คัดให้เกษตรกรสูงวัย

24 ก.ค. 2568 | 08:49น.
‘จุลพันธ์’ เร่งสางหนี้ ธ.ก.ส.-เล็งแฮร์คัดให้เกษตรกรสูงวัย

“จุลพันธ์” ชี้ยังไม่สรุปตั้ง AMC แก้หนี้ ธ.ก.ส. ยันต้องเดินหน้าแก้หนี้เกษตรกร ระบุแบงก์เกษตรมีกติกาพิเศษ “ห้ามยึดที่ดิน” เล็งตัดหนี้ให้เกษตรกรสูงวัย อายุ 70 ปีขึ้นไป เผยเป็นหนี้เรื้อรังชำระไม่ได้ร่วม 1 หมื่นราย มูลหนี้ 5 พันล้าน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนนั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลคิดไว้อยู่แล้ว ที่ผ่านมา ก็มีการดำเนินการมาต่อเนื่อง มีการตั้งบริษัทร่วมลงทุนไปแล้ว อย่างไรก็ดี การแก้หนี้คงยังไม่ได้จบแค่นี้ โดยการแก้หนี้ภาคเกษตร ก็จะเป็นในส่วนของ ธ.ก.ส. ซึ่งได้มีการสั่งการไปแล้วว่าให้ไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ไม่ได้กำหนดตายตัวว่าจะต้องตั้ง AMC

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

“เราเคยมีการตั้ง AMC มาแล้ว อย่าง JVAMC ก็มีการทดลองในบางรูปแบบ แต่กรณีของ ธ.ก.ส. อาจต้องมีรูปแบบเฉพาะ เพราะเรามีกติกาชัดเจนว่า ห้ามยึดที่ดิน ดังนั้นการแก้หนี้ จึงต้องออกแบบให้เหมาะสมกับลูกค้า ธ.ก.ส. อย่างเช่น ผู้สูงอายุ อายุ 70 ปีขึ้นไป อาจต้องมีการตัดหนี้บางส่วน หรือใช้แนวทางอื่นที่ไม่ใช่การขายหนี้ต่อ” นายจุลพันธ์กล่าว

รายงานจาก ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า สำหรับลูกหนี้ ธ.ก.ส. ที่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ อายุ 70 ปีขึ้นไป มีอยู่ประมาณ 650,000 ราย คิดเป็นยอดสินเชื่อคงเหลือประมาณ 160,000 ล้านบาท โดยพบว่าในกลุ่มดังกล่าว มีที่ประสบปัญหาเป็นหนี้เสียเรื้อรังและไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ได้ เข้าข่ายอยู่ประมาณ 10,000 ราย คิดเป็นมูลหนี้รวม 4,000-5,000 ล้านบาท

โดยทาง ธ.ก.ส. ระบุว่า แนวทางการช่วยเหลือจะอยู่บนหลักการลดผลกระทบต่อภาครัฐให้น้อยที่สุด อย่างไรก็ดี ทางกระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าว เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป

ด้านภาพรวมผลดำเนินงานของ ธ.ก.ส. ปัจจุบันสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ราว 300,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25,000 ล้านบาท ซึ่งในปีบัญชี 2568 (เม.ย. 68-มี.ค. 69) ธนาคารมีเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ 30,000-50,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างล่าสุดอยู่ที่ 1.67 ล้านล้านบาท

ส่วนระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปัจจุบันอยู่ที่ 91,109 ล้านบาท คิดเป็น 5.33% ลดลงจากปีก่อนที่ 5.41% เป็นผลมาจากการดูแลลูกค้าผ่านมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เรื้อรัง โดยคำนึงถึงศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ รวมถึงลูกค้าเริ่มมีการปรับพฤติกรรมการชำระหนี้ เมื่อมีกระแสรายได้เข้ามาก็จ่ายหนี้ทันทีโดยไม่รอจนกระทั่งครบกำหนดชำระ ในส่วนของบัญชีทั้งปี 2568 ประเมินว่า NPL จะอยู่ที่ราว 5.5%

ทั้งนี้ ธ.ก.ส. มีการกันเงินสำรองอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้าที่มีความเปราะบาง จากภาวะเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติ ที่ส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรและรายได้ครัวเรือนของลูกค้า โดยกันเงินสำรองแล้วทั้งสิ้น 525,733 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรา Allowance to NPLs อยู่ที่ 577.04%