กรุงศรีฯ คาดเงินบาทซื้อขาย 32.25-32.85 บาท มองภาษี 19% หนุนการแข่งขัน-ความเชื่อมั่น
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา โดยกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.25-32.85 บาทต่อดอลลาร์ หลังเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 5 สัปดาห์ ชี้ตัวเลขจ้างงานแย่เกินคาด ถ่วงการฟื้นตัวเงินดอลลาร์ เผยอัตราภาษี 19% หนุนการแข่งขันของไทย-เพิ่มความเชื่อมั่นนักลงทุน
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.25-32.85 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.84 บาทต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.33-32.84 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 5 สัปดาห์ เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่
ขณะที่ดัชนีดอลลาร์แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงดอกเบี้ยไว้ที่ 4.25-4.50% โดยตลาดตอบรับโทนการสื่อสารที่แข็งกร้าวของประธานเฟดในช่วงแถลงข่าว ซึ่งไม่ให้คำมั่นว่าจะลดดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. โดยระบุว่าเฟดต้องการเห็นข้อมูลมากขึ้น
อนึ่ง ผลโหวตให้คงดอกเบี้ยอยู่ที่ 9 ต่อ 2 เสียง โดยมีกรรมการสองรายสนับสนุนให้ลดดอกเบี้ยลงในรอบนี้ สองเสียงคัดค้านนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปีของการประชุมเฟด ซึ่งมักมีมติเกี่ยวกับการตัดสินใจด้านดอกเบี้ยอย่างเป็นเอกฉันท์ ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) คงดอกเบี้ยที่ 0.5% ตามคาด และปรับเพิ่มประมาณการเงินเฟ้อขึ้นเล็กน้อย
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 1,775 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตร 1,848 ล้านบาท สำหรับในสัปดาห์นี้ ขณะที่ข้อมูลจ้างงานเดือนกรกฎาคมของสหรัฐ แย่เกินคาด รวมถึงการทบทวนตัวเลขเดือนมิถุนายนและพฤษภาคมลงอย่างมีนัยสำคัญ สั่นคลอนการฟื้นตัวของค่าเงินดอลลาร์จากความชัดเจนเรื่องภาษีและมุมมองที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐสามารถรับมือแผนการเก็บภาษีศุลกากรที่รัฐบาลสหรัฐประกาศตลอดเดือนกรกฎาคม และการทำข้อตกลงนาทีสุดท้ายกับหลายประเทศในเอเชีย
อนึ่ง เรายังคงเชื่อว่ามาตรการภาษีนำเข้าส่งผลลบต่อค่าเงินดอลลาร์ในระยะยาว ผ่านผลกระทบต่อแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ และกดดันอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง ซึ่งจะสนับสนุนการกระจายการลงทุนบางส่วนออกจากสหรัฐในที่สุด ขณะที่ยุโรปและจีนดำเนินนโยบายกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ คาดว่าธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) จะลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 7 สิงหาคม
สำหรับปัจจัยในประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่าอัตราภาษี 19% ที่ตกลงกับสหรัฐจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระดับโลก เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสร้างโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราใหม่นี้ต่ำกว่าระดับ 36% ที่ประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายนอย่างมีนัยสำคัญ และสอดคล้องกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค ก่อนหน้านี้กระทรวงคลังปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2568 เล็กน้อยเป็น 2.2% จากเดิมประเมินไว้ที่ 2.1%