Skip to content

ครม.ไฟเขียวงบฯกระตุ้นศก. 1.85 หมื่นล้าน เตรียมชงอีก 2.5 หมื่นล้านรับมือภาษีสหรัฐ

05 ส.ค. 2568 | 14:02น.
ครม.ไฟเขียวงบฯกระตุ้นศก. 1.85 หมื่นล้าน เตรียมชงอีก 2.5 หมื่นล้านรับมือภาษีสหรัฐ

จุลพันธ์เผย ครม.อนุมัติงบฯ 18,500 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 พร้อมเตรียมพิจารณาใช้เงินที่เหลืออีกกว่า 25,000 ล้านบาท รับมือผลกระทบภาษีสหรัฐอเมริกา

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบงบประมาณวงเงินรวม 18,500 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่คณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจเสนอ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่

1.งบประมาณสำหรับกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ วงเงิน 10,000 ล้านบาท

ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มุ่งเน้นการลงทุนในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

2.งบประมาณสำหรับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) วงเงิน 8,500 ล้านบาท

เพื่อเพิ่มจำนวนผู้กู้รายใหม่ และดูแลผู้กู้รายเก่าที่มีความจำเป็นในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้านการศึกษา ซึ่งจะส่งผลต่อศักยภาพของแรงงานในอนาคต ทั้งสองโครงการได้รับความเห็นชอบจาก ครม. โดยไม่มีข้อทักท้วงใด ๆ

ขณะเดียวกัน ยังมีงบประมาณที่เหลือสำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกประมาณ 25,000 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะพิจารณาร่วมกับบริบททางเศรษฐกิจและผลจากข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น การเจรจาภาษีนำเข้า ซึ่งล่าสุดไทยได้รับอัตราภาษีจากสหรัฐอเมริกาที่ระดับ 19% ซึ่งถือเป็นข้อตกลงที่เอื้อประโยชน์ต่อประเทศในภาพรวม แม้ยังต้องดูแลกลุ่มสินค้าเกษตรและบางภาคส่วนที่ยังเปราะบาง

นายจุลพันธ์กล่าวว่า งบฯที่เหลือดังกล่าวยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะนำไปใช้ในโครงการเยียวยาหรือไม่ โดยขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดกรอบชัดเจน อย่างไรก็ตาม วันนี้ ครม.ยังได้พิจารณามาตรการเยียวยาในส่วนของเหตุการณ์ชายแดนเพิ่มเติมด้วย

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังรับทราบ Joint Statement หรือถ้อยแถลงร่วมกับรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการดำเนินงานในรายละเอียดเพิ่มเติมในแต่ละหน่วยงาน เช่น ศุลกากร และการจัดทำข้อตกลงให้สอดคล้องกัน ก่อนที่จะนำเข้าสู่ขั้นตอนการลงนามอย่างเป็นทางการ

“แม้ Joint Statement จะผ่าน ครม.แล้ว แต่ยังต้องจัดทำรายละเอียดให้ครบถ้วน เนื่องจากบางส่วนอาจเข้าข่ายมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ จึงต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งสุดท้ายก็อาจต้องเสนอเข้าสภาโดยรวมทั้งหมด” นายจุลพันธ์กล่าว

ทั้งนี้ ยังไม่มีกำหนดแน่ชัดว่าการลงนามในถ้อยแถลงร่วมจะเกิดขึ้นเมื่อใด ขึ้นอยู่กับความพร้อมของรายละเอียดในแต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงการคลัง งบประมาณ