กรุงศรีฯ คาดเงินบาทซื้อขายกรอบ 32.10-32.75 บาท จับตาเฟดประชุม Jackson Hole
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.10-32.75 บาทต่อดอลลาร์ จับตารอความเห็นประธานเฟดในงานสัมมนาที่ Jackson Hole วันที่ 22 สิงหาคมนี้ หนุนตลาดคาดการณ์คาดเฟดลดดอกเบี้ย 0.50% ในรอบการประชุมถัดไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10-32.75 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.43 บาทต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.24-32.46 บาทต่อดอลลาร์ เงินดอลลาร์อ่อนค่าเล็กน้อยเทียบสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่
ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนกรกฎาคมของสหรัฐสูงเกินคาด สะท้อนแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่อาจจะเพิ่มขึ้นอันเป็นผลของอัตราภาษีนำเข้า ทำให้ตลาดลดความคาดหวังที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดดอกเบี้ย 50bp ในการประชุมรอบถัดไป
อย่างไรก็ดี ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนมุมมองว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 25bp ในเดือนกันยายน โดยนักลงทุนยังคงเชื่อว่าเฟดจะเริ่มผ่อนคลายนโยบายเพื่อตอบสนองต่อความอ่อนแอในตลาดแรงงาน แม้ว่ามีความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 7,764 ล้านบาท และ 7,219 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับในสัปดาห์นี้ ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐไม่ได้เปลี่ยนแปลงความคาดหวังของตลาด เกี่ยวกับโอกาสที่เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนกันยายน โดยนักลงทุนจะจับตาความเห็นประธานเฟดในงานสัมมนาที่ Jackson Hole วันที่ 22 สิงหาคม ทางด้านเศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโต 5 ไตรมาสติดต่อกัน ขณะที่เรามองว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าที่ลดลงอาจทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มั่นใจมากขึ้นที่จะกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้ เราคาดว่าภาวะเช่นนี้จะหนุนค่าเงินเยนในระยะข้างหน้า
สำหรับปัจจัยในประเทศ คาดว่าจีดีพีไทยไตรมาส 2/68 จะขยายตัว 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอลงจาก 3.1% ในไตรมาส 1/68 ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยด้วยมติเอกฉันท์เพื่อบรรเทาภาระของกลุ่มเปราะบางในระบบเศรษฐกิจ
โดยระบุว่าแรงส่งทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปี’68 เนื่องจากนโยบายการค้าสหรัฐและการลดลงของนักท่องเที่ยวระยะใกล้ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในภูมิภาค การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มซบเซา อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะยังอยู่ในระดับต่ำ
นอกจากนี้ สินเชื่อหดตัวขณะที่ความเสี่ยงด้านเครดิตเพิ่มขึ้น อนึ่ง แม้ กนง.ยืนยันว่าควรรักษาพื้นที่นโยบายไว้ เราคาดว่า กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้งภายในต้นปี’69 สอดคล้องกับแนวทาง Outlook Dependent ขณะที่ความเสี่ยงด้านลบของเศรษฐกิจยังดำเนินต่อไป