เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

ธปท. เผยสินเชื่อติดลบ 4 ไตรมาสต่อเนื่อง ห่วง SME เจอพิษภาษีซ้ำเติม

19 ส.ค. 2568 | 17:18น.
สุวรรณี เจษฎาศักดิ์

ธปท. เผยสินเชื่อระบบธนาคารหดตัวต่อเนื่องติดต่อ 4 ไตรมาส ยอมรับเป็นระยะเวลานานพอสมควร มองไปข้างหน้าไตรมาสที่ 3/68 มีโอกาสจะติดลบต่อ ด้านหนี้เสียขยับเล็กน้อยอยู่ที่ 2.91% อยู่ที่ 5.54 แสนล้านบาท ส่วน SM ลดลงจากการปรับจัดชั้นหนี้ ย้ำ ห่วงเอสเอ็มอีโดนผลกระทบนโยบายภาษีสหรัฐ ระบุ แบงก์เปิดโครงการ “เออร์ลี่รีไทร์” ไม่กระทบการบริการ แต่ลดต้นทุนการดำเนินงาน

นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) ในไตรมาส 2/2568 โดยรวมยังหดตัวต่อเนื่อง จากสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และสินเชื่ออุปโภคบริโภคที่หดตัวต่อเนื่องตามความเสี่ยงที่อยู่ในระดับสูง

โดยสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสที่ 2/2568 หดตัว -0.9% ชะลอตัวลงจากไตรมาสที่ 1/2568 หดตัว -1.3% แต่ถือเป็นสินเชื่อติดลบต่อเนื่อง 4 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/2567 หดตัว -2.0% และไตรมาสที่ 4/2567 หดตัว -0.4% ถือเป็นระยะเวลานานพอสมควร และคาดว่าในไตรมาสที่ 3/2568 มีแนวโน้มจะยังหดตัวติดลบ ส่วนในไตรมาสที่ 4/2568 อาจจะต้องรอติดตามสถานการณ์ หากมีแรงส่งก็สามารถปรับตัวเป็นบวกได้

ทั้งนี้ หากดูไส้ในสินเชื่อในไตรมาสที่ 2/2568 พบว่า สินเชื่อธุรกิจหดตัว -0.1% แบ่งเป็นสินเชื่อขนาดใหญ่ขยายตัวได้ 2.7% ทั้งภาคการผลิตและบริการ ส่วนหนึ่งมาจากการส่งออกที่ยังขยายตัว และสินเชื่อเอสเอ็มอี หดตัว -6.2% จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ -6.0% เป็นการหดตัวทุกเซ็กเตอร์ จะเห็นธนาคารให้ความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ แต่ยังคงปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าเดิมและมีหลักประกัน ส่วนลูกค้าใหม่จะเข้าถึงสินเชื่อยาก
ส่วนสินเชื่ออุปโภคบริโภคหดตัว -2.2%

โดยหดตัวเกือบทุกประเภทสินเชื่อ สินเชื่อที่อยู่อาศัย ขยายตัวชะลอลง 0.1% แม้สินเชื่อชะลอ แต่ในแง่เม็ดเงินปรับเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV และมาตรการภาครัฐ ส่วนสินเชื่อเช่าซื้อ หดตัว -9.7% จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ -10.2% ซึ่งเห็นสัญญาณเชิงบวกจากยอดขายรถยนต์ และอัตรารถยึดน้อยลง ทำให้ราคารถมือ 2 เสถียรขึ้น ด้านสินเชื่อบัตรเครดิต หดตัว -1.9% มาจากยอดการใช้จ่ายผ่านบัตร (Spending) ลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีรายได้ 5 หมื่นบาทต่อเดือนใช้จ่ายน้อยลง และสินเชื่อส่วนบุคคล หดตัว -0.1% จาก 0.3% ในไตรมาสก่อน

“การปล่อยสินเชื่อ หากดูเครดิตต่อจีดีพี โดยในปี 63-64 จีดีพีปรับลดลง แต่สินเชื่อยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งมาจากการปล่อยสินเชื่อเพื่อรักษาโมเมนตัมสภาพคล่อง แต่แนวโน้มสินเชื่อในปัจจุบัน เรายังเห็นเม็ดเงินใหม่ที่ปล่อยสินเชื่อมีอยู่ แต่การชำระหนี้คืนทำให้ยอดสินเชื่อคงค้างชะลอลง หากถามว่าที่ผ่านมาเราเคยอยู่ในภาวะสินเชื่อติดลบเกิดขึ้นในปี 52 ก่อนน้ำท่วม แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นสินเชื่อผงกขึ้นมาแล้ว หากเกิดแรงส่งมากพอ และมีการปรับตัวทางด้านการแข่งขันอาจกลับมาเป็นบวกได้”

สำหรับคุณภาพสินเชื่อ ตัวเลขหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ขยับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 2.91% อยู่ที่ 5.54 แสนล้านบาท จากไตรมาสที่ 1/2568 อยู่ที่ 2.90% โดยหนี้เสียในกลุ่มอุปโภคบริโภคปรับลดลงเหลือ 3.29% จากไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 3.35% หนี้เสียกลุ่มธุรกิจอยู่ที่ 2.74% ขยับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/2568 ที่อยู่ 2.68%

และหากดูไส้ใน จะพบว่า สินเชื่อธุรกิจ เอ็นพีแอลในส่วนธุรกิจขนาดใหญ่อยู่ที่ 1.04% จาก 1.01% ส่วนหนึ่งมาจากการจัดชั้นหนี้เชิงคุณภาพของธนาคาร เพราะธุรกิจอาจจะมีผลการดำเนินงานที่ลดลง ไม่ได้มีการผิดนัดชำระหนี้แต่อย่างใด ขณะที่เอสเอ็มอี อยู่ที่ 7.62% ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/2568 อยู่ที่ 7.28% ขณะที่เอ็นพีแอลสินเชื่ออุปโภคบริโภค ปรับลดลงทุกหมวดประเภทสินเชื่อ ทั้งในส่วนสินเชื่อบ้านอยู่ที่ 4.06% จาก 4.10% สินเชื่อเช่าซื้อ 2.15% จาก 2.20% สินเชื่อส่วนบุคคล 2.86% จาก 2.95% และสินเชื่อบัตรเครดิต 3.21% จาก 3.35%

ส่วนสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) ปรับลดลงทุกพอร์ตสินเชื่อ โดยอยู่ที่ 6.88% จาก 6.97% ซึ่งสินเชื่อธุรกิจ 6.42% จาก 6.47% และสินเชื่ออุปโภคบริโภค 7.90% จาก 8.06% ทั้งนี้ หากแยกตามประเภท สินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ 4.09% ปรับเพิ่มขึ้นจาก 3.98% มาจากการจัดชั้นเชิงคุณภาพ และเอสเอ็มอีอยู่ที่ 13.04% จาก 13.26%

โดยในส่วนของสินเชื่ออุปโภคบริโภค สินเชื่อบ้านอยู่ที่ 6.04% จาก 6.16% สินเชื่อเช่าซื้อ 14.97% จาก 15.19% สินเชื่อบัตรเครดิต 4.96% จาก 5.10% และสินเชื่อส่วนบุคคล อยู่ที่ 6.63% จาก 6.72%
“ทิศทางหนี้เสียเรายังมองว่ามีแนวโน้มทยอยปรับเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในอัตราที่ธนาคารสามารถบริหารจัดการได้ โดยกลุ่มที่ ธปท.ยังคงมีความเป็นห่วง คือ กลุ่มเอสเอ็มอีที่เห็นสินเชื่อติดลบต่อเนื่อง และเอ็นพีแอลปรับเพิ่มขึ้น แม้จะลดลงบ้าง โดยเอสเอ็มอีที่เป็นซัพพลายเชน ที่จะโดนเรื่องของสินค้าราคาถูกทะลัก (Import Flooding) เพิ่มเติมจากนโยบายภาษีสหรัฐ แม้จะรู้อัตราภาษีแล้วก็ตาม”

นางสาวสุวรรณี กล่าวเพิ่มเติม สำหรับความคืบหน้ามาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ณ ครึ่งปีแรกของปี 2568 มียอดปรับโครงสร้างหนี้สะสม 2.54 ล้านบัญชี ยอดภาระหนี้ 1.50 ล้านล้านบาท ขณะที่ความคืบหน้าโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เฟส 1 และเฟส 2 นับตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2567-18 สิงหาคม 2568 มียอดลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการอยู่ที่ 3.7 ล้านราย ยอดหนี้ 1.2 ล้านล้านบาท

โดยมีลูกค้าที่ลงทะเบียนทั้งหมด 1.7 ล้านราย จำนวนบัญชี 2.2 ล้านบัญชี และลูกหนี้ลงทะเบียนที่เข้าข่าย จำนวน 7.4 แสนราย คิดเป็น 20% และยอดหนี้ 5.3 แสนล้านบาท คิดเป็น 44% ซึ่งในจำนวนดังกล่าวประมาณ 85% จะเข้ามาตรการ จ่ายตรง คงทรัพย์ หรือ 6.3 แสนล้านบาท เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพราะมีมูลค่าค่อนข้างสูง อย่างไรก็ดี ในจำนวน 7.4 แสนราย ลูกหนี้จะต้องเข้ามาทำเงื่อนไขสัญญา เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือได้จริง

นางสาวสุวรรณี กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยหลักจากรายได้เงินปันผลตามปัจจัยฤดูกาล ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองปรับเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นจากผลกระทบนโยบายการค้าโลก ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับลดลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและปริมาณสินเชื่อที่ลดลง รวมทั้งจากมาตรการคุณสู้ เราช่วย ที่มีการลดดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้

“ส่วนที่มีแบงก์จัดโครงการเออร์ลี่รีไทร์เป็นการเปิดตามรอบ ๆ และเป็นการสมัครใจ ไม่ได้ปลดคน และยังไม่กระทบการให้บริการ เนื่องจากธนาคารก็มีการปรับตัว และมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติ ถือเป็นค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และจะมีเรื่องของเวอร์ชวลแบงก์เข้ามาอีก 3 รายที่มีต้นทุนสาขา และพนักงานที่สูงกว่า โดยมองว่าทุกธนาคารพยายามลดต้นทุน”