สมาคมธนาคาร มองแบงก์ประกาศ โครงการเกษียณอายุพนักงาน รับเป็นเรื่องปกติ และเป็นโครงการสมัครใจ ยันธุรกิจหลายแห่งทำ เผยรายงานกนง.ห่วงเอสเอ็มอี มองธุรกิจเอสเอ็มอี-รายใหญ่ต้องปรับตัวรับภาษีสหรัฐ
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย (TBA) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า สำหรับกรณีสถาบันการเงินประกาศโครงการเกษียณพนักงานอายุ 45 ปีนั้น จะเห็นว่า โครงการลักษณะนี้ในอดีตเคยเกิดขึ้น และเป็นเครื่องมือปกติ แต่ที่อาจจะโดดเด่น คือ อายุเกษียณถอยจาก 50 ปี มาเป็น 45 ปี ซึ่งเป็นการบูรณาการเชิงระบบ เพราะมาตรการที่เห็นเป็นมาตรการสมัครใจ และเป็นมาตรการที่หลายผู้เล่นได้ทำ แต่เพิ่งมาเป็นข่าวเท่านั้นเอง
“เรื่องของการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Re-Skill) และการพัฒนาทักษะที่มีอยู่ให้ดีขึ้น (Up-Skill) เป็นเรื่องปกติของระบบสถาบันการเงิน ซึ่งบุคลากรอาจจะไม่ชอบการ Re-Skill และ Up-Skill แต่ชอบมิติอื่นๆ ดังนั้น เรื่องของการเกษียณ ถือเป็นทางเลือก ไม่ได้เป็นเรื่องของการบังคับแต่อย่างใด”
ทั้งนี้ ภายใต้เทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น การบริหารจัดการคนนั้น ในส่วนของธนาคารกรุงไทย จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ธนาคารทำมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งธนาคารทำวางแผนกำลังคน (Work Force) พนักงานตั้งแต่มีอยู่กว่า 2 หมื่นคน ปัจจุบันเหลือต่ำกว่า 1.6-1.7 หมื่นคน และมองไปข้างหน้าธนาคารพยายามทำให้เป็นไปตามธรรมชาติและเหมาะสม
สำหรับประเด็นคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีรายงานแสดงความเป็นห่วงเรื่องธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีความเปราะบางและคุณภาพด้อยลงนั้น มองว่า แนวโน้มธุรกิจเอสเอ็มอีอยู่ในเทรนด์เดิม ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเกิดขึ้นตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นเรื่องเกิดขึ้นอยู่บนพื้นรากฐานของระบบเศรษฐกิจนอกระบบ (Informal Economy) ที่อยู่สูง มีอาชีพอิสระก็เยอะ
ดังนั้น จะทำอย่างไรให้มีข้อมูลและความสามารถในการแข่งขัน ธุรกิจท่องเที่ยวมาเที่ยวน้อยลง เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ (Reciprocal Tariffs) ลดลง จึงต้องเพิ่มคุณภาพในการท่องเที่ยว หรือการใช้จ่ายต่อหัว เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมอื่น โครงสร้างต้นทุนเปลี่ยนไปจาก Tariffs ธนาคารก็ต้องดูว่าลูกค้าเอสเอ็มอี และรายใหญ่ มีวัตถุดิบ (Source) จากไหน และส่งออกไปตลาดไหน คู่แข่งเปลี่ยนไปหรือไม่ เป็นเรื่องที่ธนาคารต้องทบทวนหมดเลย
ขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพ เป็นเรื่องปกติที่ธนาคารจะต้องประคอง เพราะยังอยู่ในเทรนด์เดิมตั้งแต่ในช่วงระบาดของโควิด-19 โดยการรักษาคุณภาพสินเชื่อยังเป็นโจทย์หลักของธนาคาร พร้อมกับการสนับสนุนรัฐบาล และทุกภาคส่วนบนความร่วมมือกับภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) ในการปรับโครงสร้าง
“อย่าลืมว่าเศรษฐกิจไม่เหมือนเดิม ตลาดเปลี่ยน วัตถุดิบเปลี่ยน การผลิตก็เปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด เราต้องมีการปรับโครงสร้าง”