Skip to content

YLG ประเมินราคาทองไปต่อได้อีก หลังพุ่งแรงทำ All Time High ที่ 3,508 ดอลลาร์

02 ก.ย. 2568 | 16:17น.
YLG ประเมินราคาทองไปต่อได้อีก หลังพุ่งแรงทำ All Time High ที่ 3,508 ดอลลาร์

วายแอลจีมองทองคำยังอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น หลังทำ All New High ที่ 3,508.33 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป้าหมายราคาทองคำปีนี้ที่ 3,500-3,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขานรับความตึงเครียดการค้าสหรัฐ-อินเดีย และแรงหนุนจากกระแสลดดอกเบี้ยเฟด

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ราคาทองคำโลกเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ 3,508.33 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แรงหนุนสำคัญมาจากข้อความที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โพสต์ใน Truth Social โดยระบุว่าความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับอินเดียเป็น “หายนะด้านเดียวอย่างสิ้นเชิง” หลังขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าอินเดียสูงถึง 50% จนสร้างความตึงเครียดในตลาดการค้าโลก นักลงทุนจึงหันมาซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

โดยก่อนหน้านี้วายแอลจีมองว่า ภายในช่วงที่เหลือของปีนี้ราคาทองคำจะสามารถทำระดับสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง และล่าสุดราคาทองคำได้ปรับขึ้นมาตามคาดการณ์ โดยเชื่อว่าในไตรมาส 4 ราคาทองคำจะยังเคลื่อนไหวในแดนบวก แม้ว่าจะมีการเทขายทำกำไรสลับออกมาบ้าง อย่างไรก็ดี หากมองถึงปัจจัยในหลากหลายด้าน ก็ยังมีน้ำหนักต่อการเคลื่อนไหวของทองคำในเชิงบวก โดยเฉพาะแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ล่าสุดตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐ เช่น ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐนั้นอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ

อีกทั้งเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม Jackson Hole ว่า “ความเสี่ยงด้านการจ้างงานกำลังเพิ่มขึ้น และภาษีศุลกากรทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับราคาเพียงครั้งเดียว ความสมดุลของความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป อาจจำเป็นต้องปรับนโยบาย” ทำให้นักลงทุนมั่นใจมากขึ้นว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อเนื่อง ส่งผลบวกต่อราคาทองคำ

นอกจากนี้ นโยบายทางการเงินของเฟดยังมีความเป็นไปได้ที่สูงขึ้น ว่าจะมีจุดยืนที่ผ่อนคลาย (Dovish Stance) มากขึ้น นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ มีความพยายามที่จะมีอิทธิพลต่อนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการกดดันเจอโรม พาวเวลล์ ให้รีบปรับลดดอกเบี้ยลงและลาออกจากประธานเฟด รวมไปถึงการสั่งปลดลิซ่า คุก หนึ่งในผู้ว่าการเฟด ซึ่งนับเป็นการเข้าแทรกแซงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นตลอด 111 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ วายแอลจีได้ให้เป้าหมายราคาทองคำปีนี้ที่ 3,500-3,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ราคาจะทดสอบเป้าหมายแรกที่ระดับ 3,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปแล้วถึง 2 ครั้ง อย่างไรก็ดี หากสามารถยืนแล้วไปต่อได้พร้อมปัจจัยพื้นฐานเข้ามาสนับสนุน จะมีเป้าหมายถัดไปที่ระดับ 3,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และระดับ 3,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ

สำหรับการลงทุนระยะสั้น วายแอลจีแนะเก็งกำไรในกรอบแนวรับ 3,437-3,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้าน 3,508-3,540 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศ คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 52,500-54,100 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 33.24 บาทต่อดอลลาร์)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

YLG ทอง ทองคำ