เงินบาทอ่อนค่า แม้ถ้อยแถลงพาวเวลล์ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน
ค่าเงินบาท ธนบัตร แบงก์
ค่าเงินบาทอ่อนค่า แม้ถ้อยแถลงพาวเวลล์ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน หลังเขาส่งสัญญาณต่อความเป็นไปได้ที่มีการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 24 กันยายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/09) ที่ระดับ 31.89/90 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (23/09) ที่ระดับ 31.81/82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอย่างไร้ทิศทาง และค่าเงินบาทอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง แม้ว่านายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวเมื่อวานนี้ (23/9) ว่า ความอ่อนแอในตลาดแรงงานกำลังมีน้ำหนักมากกว่าความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ส่งผลให้เขาสนับสนุนการตัดสินใจของเฟดในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
อย่างไรก็ดี นายพาเวลล์กล่าวว่า เขาไม่มีความกังวลต่อแนวทางนโยบายปัจจุบันของเฟด แม้เขาส่งสัญญาณต่อความเป็นไปได้ที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เห็นความจำเป็นในการผ่อนคลายนโยบายมากขึ้น
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐโพสต์ข้อความบน Truth Social โดยระบุว่า เขาจะยกเลิกการประชุมกับแกนนำพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรส เพียงไม่กี่วันก่อนที่รัฐบาลสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ จากการถูกปฏิเสธในการของบใช้จ่ายใหม่กว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อดำเนินโครงการต่าง ๆ ต่อไป เนื่องจาก ปธน.ทรัมป์มองว่าการประชุมดังกล่าวจะไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด
ในส่วนของตัวเลขทางเศรษฐกิจ เอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 53.6 ในเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน จากระดับ 54.6 ในเดือน ส.ค. โดยดัชนี PMI และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 54.6 โดยได้รับผลกระทบจากการะชะลอตัวของการจ้างงานและคำสั่งซื้อสินค้าใหม่
อย่างไรก็ตาม ดัชนี PMI ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้การขยายตัวของภาคธุรกิจสหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจาการขยายตัวของภาคการผลิตและภาคบริการ
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (24/09) สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือน ส.ค. 68 พบว่า การส่งออกมีมูลค่า 27,743 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 5.8% การนำเข้ามีมูลค่า 29,707 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 15.8% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 1,964 ล้านดอลลาร์ โดยในเดือน ส.ค.นี้ มูลค่าการส่งออกยังคงขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 แต่เป็นการขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง และไม่ได้ขยายตัวในระดับ 2 digit ดังเช่นตลอดช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา
ขณะที่ภาวะการค้าระหว่างประเทศในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ส.ค. 68) การส่งออก มีมูลค่า 223,175 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 13.3% การนำเข้า มีมูลค่า 224,880 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 11.3% ส่งผลให้ช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ไทยขาดดุลการค้า 1,704 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.88-32.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.98/99 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/09) ที่ระดับ 1.1807/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (23/09) ที่ระดับ 1.1799/1.1800 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเมื่อวานนี้ (24/09) S&P Global เปิดเผยข้อมูลว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นของเยอรมนีจาก HCOB ขยับขึ้นมาแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 เดือนที่ 52.4 ในเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นจาก 50.5 ในเดือน ส.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 50.6 โดยปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตในเดือนนี้มาจากภาคบริการ โดยดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นพุ่งขึ้นสู่ระดับ 52.5 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 8 เดือน
อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตกลับส่งสัญญาณน่าเป็นห่วง โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นต้นหดตัวลงสู่ระดับ 48.5 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน แต่ในส่วนของดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้นของฝรั่งเศสลดลงมาอยู่ที่ 48.9 จาก 49.8 ต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ซึ่งปัจจัยหลักที่ฉุดเศรษฐกิจคืออุปสงค์ของผู้บริโภคที่ซบเซาอย่างหนัก สะท้อนจากยอดคำสั่งซื้อใหม่โดยรวมที่ปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 ติดต่อกันแล้ว รวมถึงการที่ผู้ประกอบการในฝรั่งเศสต้องยอมปรับลดราคาสินค้าและบริการเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน พ.ค. แม้ว่าต้นทุนยังคงสูงขึ้นก็ตาม สะท้อนให้เห็นถึงผลจากการแข่งขันที่รุนแรงและอุปสงค์ที่อ่อนแอ
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินยูโรกลับมาอ่อนค่าในช่วงระหว่างวันจากที่สถาบัน Ifo ซึ่งป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีในเดือน ก.ย. ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 87.7 ลดลงจากระดับ 88.9 ในเดือน ส.ค. และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 89.3
การปรับตัวลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มเศรษฐกิจของเยอรมนียังคงอ่อนแอ และความหวังในการฟื้นตัวต้องเผชิญอุปสรรค ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1817-1.1767 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1772/73 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (24/09) ที่ระดับ 147.79/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (23/09) ที่ระดับ 147.63/64 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ (24/09) S&P Global ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของญี่ปุ่นขั้นต้นร่วงลงแตะระดับ 48.4 ในเดือน ก.ย. จากระดับ 49.7 ในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดสั่งซื้อใหม่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับภาคบริการที่ยังคงเป็นตัวพยุงเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ดัชนี PMI ที่ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว และเมื่อพิจารณาในรายละเอียด พบว่าดัชนีผลผลิตภาคการผลิตและดัชนียอดสั่งซื้อใหม่ต่างปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนตามลำดับ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 147.52-148.30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 148.29/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐ (24/09), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศขั้นสุดท้ายของสหรัฐ (25/09), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างานรายสัปดาห์ (25/09), ดัชนีคำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ (25/09), ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคลของสหรัฐ (26/09), ดัชนีราคาค่าใช้จ่ายการบริโภคส่วนบุคคลของสหรัฐ (26/09), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกนของสหรัฐ (26/09)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.7/-7.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.85/-3.85 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ