เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
3 โจทย์ใหญ่ชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก IMF เตือน AI โหมเชื้อไฟเหลื่อมลํ้า
Finance 3 โจทย์ใหญ่ชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก IMF เตือน AI โหมเชื้อไฟเหลื่อมลํ้า
“ธนกร จินตนาธัญชาติ” ปั้นเครือข่ายห้างท้องถิ่นทั่วไทย เพิ่มแต้มต่อธุรกิจ
Business “ธนกร จินตนาธัญชาติ” ปั้นเครือข่ายห้างท้องถิ่นทั่วไทย เพิ่มแต้มต่อธุรกิจ
สนามบินภูเก็ต ผู้โดยสารทะลุ 17 ล้านคน เร่งขยายเทอร์มินัลอินเตอร์ รองรับเพิ่มอีก 5.5 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินภูเก็ต ผู้โดยสารทะลุ 17 ล้านคน เร่งขยายเทอร์มินัลอินเตอร์ รองรับเพิ่มอีก 5.5 ล้านคน
​กางสถิติ Golden Week จีนเข้าเชียงใหม่พุ่ง 37% Gen Z ขึ้นแท่นดันท่องเที่ยวปลายปี
เศรษฐกิจภูมิภาค ​กางสถิติ Golden Week จีนเข้าเชียงใหม่พุ่ง 37% Gen Z ขึ้นแท่นดันท่องเที่ยวปลายปี
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เนเน่ รอยัล และครอบครัว เฝ้าฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เนเน่ รอยัล และครอบครัว เฝ้าฯ
ไทย-ติมอร์ฯ เร่งสรุป MOU ค้าข้าว “ศุภจี” เปิดทางเกษตร-อาหารแปรรูปขยายตลาด
Economic ไทย-ติมอร์ฯ เร่งสรุป MOU ค้าข้าว “ศุภจี” เปิดทางเกษตร-อาหารแปรรูปขยายตลาด
ปักหมุด 1 พ.ย. เปิด “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” เนรมิตหนองแด 1,030 ไร่ สู่เวทีระดับโลก
Economic ปักหมุด 1 พ.ย. เปิด “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” เนรมิตหนองแด 1,030 ไร่ สู่เวทีระดับโลก
พาณิชย์ผนึก 45 พันธมิตร จัดเจ 9 วัน ลดสูงสุด 50% กระจายสินค้า-กดค่าครองชีพ
Economic พาณิชย์ผนึก 45 พันธมิตร จัดเจ 9 วัน ลดสูงสุด 50% กระจายสินค้า-กดค่าครองชีพ
เศรษฐกิจเจอแรงกดดัน 3 ประสาน
Finance เศรษฐกิจเจอแรงกดดัน 3 ประสาน
SNNP แจงเหตุไฟไหม้โรงงาน ‘เบนโตะ’ คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อกพร้อมขาย 1 เดือน
Business SNNP แจงเหตุไฟไหม้โรงงาน ‘เบนโตะ’ คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อกพร้อมขาย 1 เดือน
ดูทั้งหมด

เอฟเฟ็กต์แนวโน้มเครดิต ‘เป็นลบ’ เขย่า ‘แบงก์-รัฐวิสาหกิจ-บจ.’ โยงรัฐ

05 ต.ค. 2568 | 10:45น.

การปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทย จากระดับ “แนวโน้มมีเสถียรภาพ” มาเป็น “แนวโน้มเป็นลบ” จาก 2 บริษัทเครดิตเรตติ้งระดับสากล อย่าง “มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส (Moody’s)” และ “ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch)” ทำให้รัฐบาลไทยต้องตื่นตัวมากขึ้นกับการแก้ปัญหาทางด้านการคลัง เพราะหากปล่อยไว้จนถูกปรับลดอันดับเครดิต จะกระทบอย่างมากต่อต้นทุนการระดมทุน ทั้งของภาคธุรกิจและของภาครัฐเอง

ล่าสุด นอกจากปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศแล้ว “ฟิทช์ เรทติ้งส์” ยังประกาศปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตของสถาบันการเงิน รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชนของไทยที่มีความเชื่อมโยงกับภาครัฐด้วย ได้แก่ การปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Issuer Default Ratings : IDRs) ของ 5 ธนาคาร เป็น “แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ” ประกอบด้วย 1.ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) 2.ธนาคารกรุงไทย (KTB) 3.ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) 4.ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) (SCBT) 5.ธนาคารยูโอบี (ไทย) (UOBT)

ขณะที่บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ 2 แห่งคือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ. หรือ PTTEP) ก็ถูกปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสากลระยะยาวเป็นลบเช่นกัน รวมถึงรัฐวิสาหกิจอย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก็ถูกปรับลดแนวโน้มเครดิตเป็นลบอีกด้วย

นายโธมัส รูคมาเคอร์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฟิทช์ เรทติ้งส์ ฮ่องกง ระบุว่า ฟิทช์ฯปรับแนวโน้มอันดับเครดิตสากลของประเทศไทยเป็น “แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ” สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อฐานะการคลังของประเทศ จากความไม่แน่นอนด้านนโยบายที่ยืดเยื้อ

ประกอบกับอุปสงค์ในตลาดโลกที่ชะลอตัวลง การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ล่าช้า และระดับหนี้ของภาคครัวเรือน (Household Develaging)

“สถานะทางการคลังของประเทศไทยได้ปรับตัวด้อยลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่ารัฐบาลจะยังสามารถจัดหาเงินทุนเพื่อชดเชยการขาดดุลได้ด้วยต้นทุนต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอันดับเครดิตใกล้เคียงกัน”

นายพาสันติ์ สิงหะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสถาบันการเงิน ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ธนาคารที่มีความเชื่อมโยงกับภาครัฐ รวมถึงธนาคารที่มีอันดับอยู่ในระดับเพดานประเทศ (Country Ceiling) ถูกปรับแนวโน้มเป็น “ลบ” ด้วย ขณะที่ธนาคารอื่น ๆ ยังคงถูกจัดอยู่ในระดับ “มีเสถียรภาพ” (Stable)

อย่างไรก็ตาม “พื้นที่ปลอดภัย” ของอันดับความสามารถในการดำเนินงาน (Viability Ratings) ของธนาคารไทยกำลังลดลง สะท้อนถึงความเสี่ยงที่ระบบธนาคารอาจเปราะบางมากขึ้น หากเศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม

นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า การปรับลดมุมมองเครดิตไทยลงเป็น “ลบ” จากเดิม “มีเสถียรภาพ” โดยยังคงอันดับเครดิตที่ BBB+ นั้น มองว่าผลกระทบอาจจะไม่มาก แต่ถือเป็นสัญญาณเตือน เนื่องจากมีความเสี่ยงทางด้านฐานะทางการคลังมากขึ้น เพราะจะเห็นว่าทุกรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศจะใช้งบประมาณขาดดุลปีละ 3-4% ทุกปี ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวต่ำและไม่ได้ขยายตัว

ดังนั้น ภาครัฐและรัฐบาลจะต้องมีแผนการลดขาดดุลงบประมาณ และการจัดเก็บภาษีที่ชัดเจนมากขึ้น และเป็นคำมั่น (Commitment) ที่จะดำเนินการตามแผน โดยหากจะมีการใช้งบประมาณมากขึ้น จะต้องทำให้อัตราการเติบโตเศรษฐกิจขยายตัว และการเก็บรายได้มากขึ้น ลดภาระรายจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และสะท้อนถึงความโปร่งใสของการใช้เงิน

ทั้งนี้ แนวทางการแก้ปัญหา ภาครัฐอาจจะต้องมีแผนการขยายฐานภาษี เช่น การขยับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แม้จะเป็นสิ่งที่ยาก เพราะรัฐบาลไม่ค่อยกล้าทำ จึงไม่สามารถขยับจาก 7% ได้ โดยจะเห็นว่าไทยไม่ได้ขยับภาษี VAT มาเป็นเวลานานกว่าเกือบ 30 ปี นับตั้งแต่ปี 2538-2539

อย่างไรก็ดี การปรับขึ้น VAT อาจจะมีการยกเว้นในสินค้าบางประเภทได้ เช่น ยารักษาโรค ผ้าอนามัย เสื้อผ้าเด็ก เป็นต้น หรือการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นการเก็บคนที่มีความมั่งคั่ง เป็นต้น

โดยปัจจุบันจะเห็นว่ามีคนอยู่ในระบบฐานภาษี 11 ล้านคน แต่มีคนจ่ายภาษีจริงเพียง 4 ล้านคน สะท้อนว่าคนที่จ่ายก็จ่าย คนที่ยังไม่จ่ายก็ไม่จ่าย ภาครัฐจะต้องมีแผนเหล่านี้ให้ชัดเจน

“เราต้องทำแผนให้เห็นชัดเจน เพราะการปรับมุมมองครั้งนี้เป็นเหมือนสัญญาณเตือนภัยข้างหน้าที่รัฐบาลต้องคิด แม้ว่าผลกระทบอาจจะยังไม่มี แต่หากไม่ทำอะไรเลยอาจจะนำไปสู่การลดเครดิตประเทศได้ จากระดับปัจจุบันที่ BBB+ ทำให้เราเหลือเรตติ้งอีก 2 ครั้งที่จะไปสู่ Noninvestment Grade จะกระทบการลงทุนและต้นทุนการกู้ยืมในอนาคตของประเทศได้” นายบุรินทร์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฟิทช์ เรทติ้งส์