Skip to content

MRDIYT ระดมทุนหุ้น IPO ใหญ่สุดในรอบ 3 ปี เคาะช่วงราคา 8.30-8.60 บาท

15 ต.ค. 2568 | 14:59น.
MRDIYT ระดมทุนหุ้น IPO ใหญ่สุดในรอบ 3 ปี เคาะช่วงราคา 8.30-8.60 บาท

บมจ.มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. (MRDIYT) ผู้นำค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เตรียมระดมทุนสูงสุด 5.6 พันล้านบาท จากการเสนอขาย IPO ที่ราคาช่วง 8.30-8.60 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะเป็น IPO ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนรายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าขยาย 500 สาขาใน 3 ปี และลงทุนสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติ 4.5 พันล้านบาท รองรับการเติบโตมากกว่า 1,500 สาขาทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MR. D.I.Y. ผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ทั่วไป ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “MRDIYT” เตรียมระดมทุนสูงสุด 5.6 พันล้านบาท (ประมาณ 173 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งจะเป็นการเสนอขาย IPO ที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา

นายเอเดรียน ออง ประธานกรรมการ บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและภาพลักษณ์ของแบรนด์

พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการ “ให้ครบทุกสิ่งในทุกวัน ด้วยราคาถูกคุ้มเสมอ” ผ่านสินค้ากว่า 16,000 รายการ ครอบคลุม 6 กลุ่มหลัก โดยปัจจุบัน MR. D.I.Y. มีสาขาทั่วประเทศ 1,027 สาขา แบ่งเป็น สาขาแบบ Stand Alone 737 สาขา (71.8%) และสาขาในศูนย์การค้า 290 สาขา (28.2%) โดยในช่วงปี 2568-2570 บริษัทตั้งเป้าเพิ่ม 500 สาขาใหม่ทั่วประเทศ เพื่อขยายส่วนแบ่งตลาดและครอบคลุมกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมลงทุน 4.5 พันล้านบาท เพื่อสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติขนาดใหญ่ เพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์และซัพพลายเชน รองรับการเติบโตมากกว่า 1,500 สาขาหลังปี 2570 พร้อมพัฒนาระบบบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

นายแอนดี้ ชิน กวานกุ้ย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านในไทยมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยปีละ 5.4% (CAGR) จากมูลค่าตลาด 182.6 พันล้านบาทในปี 2567 เป็น 237.8 พันล้านบาทในปี 2572 โดยผู้ค้าปลีกแบบเชน (Chain Retailer) อย่าง MR. D.I.Y. จะเติบโตเร็วกว่าตลาดเฉลี่ยถึง 15.3% ต่อปี

“ปัจจุบันเราเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มธุรกิจของเรา ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 9% ซึ่งสะท้อนถึงรากฐานที่มั่นคงของเรา ขณะเดียวกัน ส่วนแบ่งตลาดในระดับเลขหลักเดียวนี้ยังแสดงให้เห็นว่า เรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของตลาดสินค้าตกแต่งบ้านในประเทศไทย โดยในปี พ.ศ. 2567 บริษัทมีรายได้รวม 16.2 พันล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่แข็งแกร่งถึง 28%

ขณะที่ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งยังช่วยผลักดันให้เรามีกำไรสุทธิ 1.7 พันล้านบาท เติบโตเฉลี่ยต่อปี 30% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งการระดมทุนในครั้งนี้ จะช่วยเสริมศักยภาพการขยายสาขา การพัฒนาระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ และการกระจายสินค้า เพื่อสนับสนุนแผนของเราที่จะขยายสาขาให้ครบ 1,500 แห่งทั่วประเทศภายในปี พ.ศ. 2570″ นายแอนดี้กล่าว

นางสาวอรอุมา ไชยรัตนตรัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า รายได้ของบริษัทมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะสาขาแบบ Stand Alone ที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยปี 2565 รายได้รวม 9,885.8 ล้านบาท ปี 2566 เพิ่มเป็น 12,761.8 ล้านบาท และปี 2567 เพิ่มเป็น 16,084.3 ล้านบาท ขณะที่ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 มีรายได้รวม 9,406.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 7,516.5 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตของธุรกิจที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่าย เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ล.ต. ได้อนุมัติแบบไฟลิ่งและหนังสือชี้ชวนของ MR. D.I.Y. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีช่วงราคาเสนอขาย IPO ที่ 8.30-8.60 บาทต่อหุ้น เปิดจองซื้อสำหรับนักลงทุนรายย่อยระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคม 2568 และจะประกาศราคาขายสุดท้ายภายในวันที่ 24 ตุลาคม 2568 คาดเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้

ทั้งนี้ หุ้น IPO ของ MR. D.I.Y. จะมีมูลค่าตลาดรวม (Market Capitalisation) สูงสุดประมาณ 57.1 พันล้านบาท หลังการเพิ่มทุนถือเป็น IPO ขนาดใหญ่ที่สุดของไทยนับตั้งแต่ปี 2565

นายกนต์ธีร์ ประเสริฐวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า การเสนอขายหุ้นสามัญไม่เกิน 655 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 10.9% ของหุ้นทั้งหมดหลังเพิ่มทุน แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ 420 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิม 235 ล้านหุ้น

ซึ่งสัดส่วนการเสนอขายเบื้องต้น คือ เสนอขายต่อผู้ลงทุนในประเทศไทย 305 ล้านหุ้น หรือ 46.6% และเสนอขายต่อผู้ลงทุนในต่างประเทศ 350 ล้านหุ้น หรือ 53.4% โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้พัฒนาและขยายสาขา พัฒนาคลังสินค้าอัตโนมัติ ชำระคืนเงินกู้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

การระดมทุนครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ (Cornerstone Investors) อาทิ นักลงทุนสถาบันในประเทศ ได้แก่ กองทุนบัวหลวง และ InnovestX รวมไม่เกิน 49.4 ล้านหุ้น ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศ เช่น FIL Investment, Lion Global, Oaks Emerging Fund, ABS Direct, และ Fiera Oaks รวมไม่เกิน 73.6 ล้านหุ้น

นอกจากนี้ บริษัทแจ้งว่าจะมีการซื้อขายของกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมผ่านกระดานใหญ่ (Big-Lot Board) สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นก่อนการเสนอขาย IPO นายจอมพงษ์ โตมงคล ถือหุ้น 1,230,518,784 หุ้น (20.45%) ส่วนกลุ่ม TYY และ TWW ถือหุ้นรวม 31.37% และผู้ถือหุ้นสัญชาติมาเลเซียอื่นถือรวม 9.37% ภายหลังการทำ Big-Lot นายจอมพงษ์จะเหลือหุ้น 16.38%

ขณะที่กลุ่ม TYY และ TWW เพิ่มเป็น 34.23% และผู้ถือหุ้นสัญชาติมาเลเซียอื่นถือรวม 10.58% โดยการขายหุ้นดังกล่าวไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเสนอขาย IPO และไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงสร้างผู้ถือหุ้นกู้ หรือการดำเนินธุรกิจของบริษัท