Skip to content

แบงก์ไทย NIM ทรุด-สินเชื่อหด ฉุดรายได้ดอกเบี้ยวูบต่อเนื่อง 5 ไตรมาส

27 ต.ค. 2568 | 10:44น.
แบงก์ไทย NIM ทรุด-สินเชื่อหด ฉุดรายได้ดอกเบี้ยวูบต่อเนื่อง 5 ไตรมาส

ธนาคารพาณิชย์ 11 แห่ง 9 เดือนแรกปี’68 รายได้ดอกเบี้ยลด เหตุสินเชื่อหดตัว-NIM ลดฮวบ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ชี้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวลง 5 ไตรมาสติดต่อกัน ลูกค้าแห่ชำระคืนหนี้-ผลดอกเบี้ยนโยบายปรับลง คาดไตรมาส 4 ปีนี้ NIM ระบบแบงก์ไทยชะลอตัวต่ำกว่า 2.72%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลงบการเงินของธนาคารพาณิชย์ 11 แห่ง ที่มีการรายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2568 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า ตัวเลขส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับลดลงทุกแห่ง ซึ่งที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2567-ปัจจุบัน รวม 4 ครั้ง รวมดอกเบี้ยลง 1% จากระดับ 2.50% มาอยู่ที่ 1.50% ต่อปี และสินเชื่อที่ชะลอตัวลง ส่งผลต่อภาพรวมรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับลดลง

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในภาพรวมที่ขยายตัวแบบไม่ทั่วถึง ยังเป็นความท้าทายในการประคองรายได้ของกลุ่มแบงก์ โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ซึ่งปรับตัวลงมาแล้ว 5 ไตรมาสติดต่อกัน นับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2567-ไตรมาส 3 ปี 2568

“อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า กำไรจากเงินลงทุนและกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ปรับเพิ่มสูงขึ้น และมีส่วนช่วยหนุนผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์หลายแห่งตลอดหลายไตรมาสที่ผ่านมา”

ขณะที่สินเชื่อหดตัวลงต่อเนื่อง และภาพรวมของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) กลุ่มแบงก์ยังชะลอลง ยอดคงค้างสินเชื่อจากงบการเงินรวม 9 แห่ง ณ ไตรมาส 3 ปี 2568 หดตัวลง 1.2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) ต่อเนื่องจากที่หดตัว 1.7% YOY ในไตรมาส 2

โดยภาพรวมสินเชื่อจะได้รับแรงกดดันจากผลของการชำระคืนหนี้ของลูกหนี้ และการระมัดระวังความเสี่ยงด้านเครดิตในการปล่อยสินเชื่อใหม่ของสถาบันการเงินแล้ว ความต้องการเบิกใช้สินเชื่อของภาคธุรกิจเพื่อลงทุนในระยะยาวก็ปรับตัวลดลงตามสัญญาณการฟื้นตัวล่าช้า และความไม่แน่นอนของแนวโน้มเศรษฐกิจไทยด้วยเช่นกัน

ดังนั้น ผลจากสถานการณ์สินเชื่อที่อ่อนแอ เมื่อรวมเข้ากับผลของการทยอยปรับลดดอกเบี้ยตั้งแต่เดือน ต.ค. 2567 และการช่วยเหลือลูกหนี้ที่เข้าโครงการคุณสู้เราช่วย ทำให้ผลตอบแทนจากการปล่อยสินเชื่อ (Yield on Loans) ปรับลดลงเร็วกว่าต้นทุนทางการเงิน (Funding Cost) ซึ่งสะท้อนผ่านการชะลอตัวของ NIM ที่ปรับลดลงมาแล้ว 4 ไตรมาสติดต่อกัน โดย NIM ในไตรมาส 3 ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3.18% จาก 3.22% ในไตรมาส 2

ซึ่งมองไปในระยะข้างหน้าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 แรงกดดันด้านค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มสูงขึ้นตามปัจจัยด้านฤดูกาล และธนาคารพาณิชย์หลายแห่งน่าจะกลับมามีแนวทางการตั้งสำรองที่ระมัดระวัง เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจไทย ซึ่งอาจได้รับผลกระทบมากขึ้นจากการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐ (Reciprocal Tariffs)

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะเป็นโจทย์ที่ท้าทายต่อการประคองผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ไทย 17 แห่ง (ระบบแบงก์ไทย) โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมบางตัวที่ต้องพึ่งพาสภาวะที่เอื้อของตลาดการเงิน รวมไปถึงรายได้จากธุรกิจหลักอย่างการปล่อยสินเชื่อ

ดังนั้น เมื่อรวมกับผลของทิศทางดอกเบี้ยในประเทศที่มีโอกาสปรับลดลงอีกก่อนสิ้นปี ซึ่งอาจทำให้ NIM ของระบบแบงก์ไทยชะลอลงไปอยู่ต่ำกว่าระดับ 2.72% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568

ขณะที่คาดว่าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายสำรองต่อสินเชื่อ (Credit Cost) ของระบบแบงก์ไทยน่าจะยังอยู่ในระดับสูงกว่าปกติ และปิดปี 2568 ที่ระดับประมาณ 1.27% ใกล้เคียงกับปี 2567

“ทิศทางเหล่านี้ ทำให้โจทย์หลักของแบงก์จะกลับมาเป็นเรื่องของการบริหารจัดการต้นทุนส่วนอื่น ๆ เฉพาะหน้า เพื่อประคองความสามารถในการทำกำไรในช่วงดอกเบี้ยขาลงนี้”

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ธนาคารและบริษัทย่อยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิงวด 9 เดือน ปี 2568 จำนวน 94,364 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อน สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยและการชะลอตัวของเงินให้สินเชื่อตามภาวะเศรษฐกิจ โดย NIM ลดลงมาอยู่ที่ 2.81% จากอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ลดลงสุทธิกับการทยอยลดลงของต้นทุนทางการเงิน

ขณะที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 NIM ของ SCB ลงมาอยู่ที่ 3.55% ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายทั้งปีเล็กน้อยที่ 3.6-3.8% เป็นผลมาจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลายครั้ง ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้น โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจกดดันต่อ NIM มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้บริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการปรับฐานเงินฝากและโครงสร้างพอร์ตให้เหมาะสม ซึ่งช่วง 9 เดือนแรกรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 6.3% จากปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 90,864 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจาก NIM ที่ลดลง 0.34% และความต้องการสินเชื่อที่ยังอ่อนแออย่างต่อเนื่อง

ด้านธนาคารกรุงไทยรายงานว่า ช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 เทียบ YOY รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 9.9% และ NIM อยู่ที่ 2.91% จากสภาวะดอกเบี้ยและการปรับอัตราดอกเบี้ยเพื่อประคับประคองลูกค้า