ดอลลาร์ทรงตัว ตามตัวเลขจ้างงานสหรัฐ ด้านนักลงทุนลดความคาดหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐ จะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม และให้น้ำหนักที่เฟดจะลดดอกเบี้ยเพียง 41%
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/11) ที่ระดับ 32.47/48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (17/11) ที่ระดับ 32.43/44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากการที่นักลงทุนลดความคาดหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า
ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงรายงานการประชุมของเฟดและข้อมูลแรงงานของสหรัฐ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด โดยนักลงทุนลดความคาดหวังที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. หลังจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายคนยังคงมีท่าทีลังเลในการสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนดังกล่าว
โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 41% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน ธ.ค. ซึ่งลดลงจากระดับกว่า 60% ในสัปดาห์ที่แล้ว
ทั้งนี้ อัลแบร์โต มูชาเล็ม ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์กล่าวว่า เฟดควรใช้ความระมัดระวังในการดำเนินนโยบายทางการเงิน ขณะที่ เบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ระบุว่า นโยบายการเงินที่ยังคงเข้มงวดจะช่วยแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ ส่วนนีล แคชแครี ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิส กล่าวว่า เขายังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม หลังจากที่เขาได้ลงมติคัดค้านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ แถลงยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงเดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังเป็นไปตามเป้าหมายเดิมร่วมกันว่าการเจรจาในรายละเอียดของภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) และการค้าต่างตอบแทนจะต้องแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.42 – 32.49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.42/43 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/11) ที่ระดับ 1.1590/91 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (17/11) ที่ระดับ 1.1602/03 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลุยส์ เดอ กินโดส รองประธานธนาคารกลางยุโรป ได้กล่าวสุนทรพจน์ว่า ระบบการเงินของยูโรโซนที่มีสมาชิก 20 ประเทศอาจได้รับผลกระทบจาก “ความผันผวนของสกุลเงินอย่างไร้ระเบียบ” ที่มีต้นกำเนิดในตลาดสหรัฐอเมริกา ถึงแม้ว่าสงครามการค้า “ขนาดใหญ่” ระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศจะเริ่มมีท่าทีที่คลี่คลายลง
พร้อมทั้งเสริมว่าความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะในด้านเศรษฐกิจหรือภูมิรัฐศาสตร์ ได้กลายเป็น “ลักษณะเด่นของยุคสมัยของเรา” แม้ว่าจะบรรเทาลงบางส่วนในช่วงครึ่งหลัง ของปี 2025 แต่ผลกระทบเชิงลบที่ขยายวงกว้างเกินกว่าการค้าได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินด้วย
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1586- 1.1606 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1590/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/11) ที่ระดับ 155.19/23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (17/11) ที่ระดับ 154.72/76 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดย ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้จัดการประชุมร่วมกับคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันนี้ ซึ่งถือเป็นการพบกันแบบตัวต่อตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ทาคาอิจิเข้ารับตำแหน่งนายกฯ ญี่ปุ่นในเดือนตุลาคม โดยคาดว่าประเด็นที่ทั้งสองหารือกันนั้น จะมุ่งเน้นไปที่ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ทาคาอิจิและอุเอดะมีแนวโน้มที่จะหารือเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวล่าสุดของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เนื่องจากเงินเยนยังคงอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และสกุลเงินอื่น ๆ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่นักลงทุนลดความคาดหวังว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้ ภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 154.79 – 155.28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 155.17/18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน พ.ย. จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) (18/11), ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือน ต.ค. (18/11), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ย.และ ต.ค. (18/11), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (19/11), ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือน ก.ย.และ ต.ค. (19/11),
ดัชนีการผลิตเดือน พ.ย.จากเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย (20/11), ยอดขายบ้านมือสองเดือน ต.ค. (20/11), การจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือน ก.ย. (20/11), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (20/11), ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ก.ย.และ ต.ค.จาก Conference Board (20/11), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือน พ.ย. (21/11), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือน พ.ย. (21/11), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือน พ.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (21/11)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.2/-6.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.9/-3.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ