เอกนิติเตรียมชง 3 แพ็กเกจ BOI เข้า ครม.เศรษฐกิจจันทร์หน้า (24 พ.ย. 68) ดันโครงการ Fast Pass ปลดล็อกลงทุน 3 แสนล้าน-อัพสกิลแรงงาน-หนุน SMEs
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังงานสัมมนาประชาชาติธุรกิจ Prachachat Outlook : Thailand 2026 ว่า ในการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) วันจันทร์หน้า (24 พ.ย. 68) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะเสนอโครงการส่งเสริมการลงทุนเพื่ออนาคต ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อหลังผ่านช่วงฟื้นตัว ซึ่งประกอบไปด้วย 3 โครงการ ได้แก่
1.โครงการ Thailand Fast Pass ปลดล็อกการลงทุน
โดยปัจจุบันมีนักลงทุนพร้อมลงทุนในประเทศไทยในปี 2569 รวม 60 โครงการ มูลค่าประมาณ 3 แสนล้านบาท โดยโครงการเหล่านี้ยื่นคำขอและได้รับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว แต่ยังติดขัดเรื่องกฎระเบียบ สำหรับโครงการ Fast Pass จะช่วยปลดล็อกกระบวนการต่าง ๆ เช่น การขอวีซ่า การขออนุมัติจากหน่วยงานรัฐ การเชื่อมโยงน้ำ-ไฟ สำหรับโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ โครงการด้านการลงทุนพลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือการลงทุนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ที่รอการลงทุนจำนวนมาก
ทั้งนี้ โครงการ “Fast Pass” จะไม่เพียงแต่แก้ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น แต่จะถูกนำไปเสนอในคณะกรรมการชุดของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เกี่ยวกับเรื่องของการทำ Regulatory กิโยติน เพื่อปลดล็อกกฎกระทรวงและระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาจริง ๆ เพื่อให้เกิดการแก้ไขในระยะยาว
2.การเพิ่มทักษะแรงงานไทย (Reskill & Upskill)
เพื่อที่จะรองรับโลกยุคใหม่ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว กระทรวงการคลังร่วมกับภาคเอกชนและมหาวิทยาลัย จะจัดทำหลักสูตรระยะสั้นเพื่อยกระดับทักษะแรงงานไทยตามมาตรฐานความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-Curve) เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ ไฮบริด และไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอาหาร รวมถึงภาคสุขภาพ โดยตั้งเป้าให้แรงงานไทย 100,000 คน ได้รับการฝึกอบรมภายใน 4 เดือน
3.การสนับสนุน SMEs ไทยให้ปรับตัวสู่ยุคใหม่
ใช้เงินกองทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันที่มีเหลืออยู่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท มอบเป็นเงินอุดหนุนแก่ SMEs เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนการผลิตสู่ระบบอัตโนมัติ (Automation) ลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
“มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวในไตรมาส 4 หลังจากเผชิญผลกระทบติดลบที่ผ่านมา พร้อมเน้นว่าการลงทุนเพื่ออนาคตจะช่วยให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ประเทศไทยอาจพึ่งพาบุญเก่ามาได้ แต่วันนี้โลกไม่ต้องการการลงทุนแบบเดิมอีกแล้ว เราจึงต้องลงทุนในพลังงานสะอาด เช่น Direct PPA และโซลาร์ลอยน้ำ รวมถึงสร้างฐานการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อให้ปรับตัวและเติบโตได้ทันต่ออนาคต” นายเอกนิติกล่าว