Skip to content

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวกรอบแคบ จับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรคืนนี้

20 พ.ย. 2568 | 18:04น.
ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวกรอบแคบ จับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรคืนนี้

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ตลาดจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรคืนนี้

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/11) ที่ระดับ 32.45/47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินบาทอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (19/11) ที่ระดับ 32.41/42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเช้าวันนี้ Dollar Index ปรับตัวแข็งค่าที่ระดับ 100.22 หลังจากคืนที่ผ่านมามีการเปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 28-29 ต.ค. ของธนาคารกลางสหรัฐ บ่งชี้ว่าคณะกรรมการเฟดกังวลว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป อาจกระทบต่อการสู้กับอัตราเงินเฟ้อของเฟด ซึ่งยังอยู่กว่าเป้าหมายที่ 2% เป็นเวลาถึง 4 ปี

โดยการที่คณะกรรมการเฟดหลายรายเริ่มมองว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินมีโอกาสน้อยลง ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มให้น้ำหนักกว่า 51.4% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือน ธ.ค. นอกจากนี้คืนวานนี้ (19/11) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐมีการเปิดเผยตัวเลขการขาดดุลการค้าว่าปรับตัวลดลงอยู่ที่ 23.8% ในเดือน ส.ค.

ขณะที่การนำเข้าปรับตัวลง 5.1% และการส่งออกปรับตัวขึ้น 0.1% นอกจากนี้ตลาดจับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะมีการเปิดเผยวันนี้ (20/11) ซึ่งคาดว่าน่าจะปรับตัวขึ้น 55,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ย. ทั้งนี้สำนักงานสถิติแรงงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐแจ้งว่าจะรวมตัวเลขของเดือน ต.ค. กับเดือน พ.ย. ไว้ด้วยกัน เนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ ได้กระทบต่อการรวบรวมข้อมูล ซึ่งส่งผลให้เฟดมีข้อมูลไม่มากพอที่จะประเมินภาวะตลาดแรงงานในการประชุมเดือน ธ.ค.

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (20/11) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 นั้น สามารถขยายตัวได้มากกว่าเดิมซึ่งมาจากโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาแล้ว เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส เที่ยวดีมีคืน

ทั้งนี้การที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีหน้าได้ อาจจะต้องมีการเร่งรัดการลงทุนของภาคเอกชน โดยปีหน้ารัฐบาลจะผลักดันให้เป็นปีแห่งการลงทุน เช่น การลงทุนในเรื่องพลังงานสะอาด และการลงทุนร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศไทยไปต่อได้ นายเอกนิติกล่าวว่าในวันจันทร์หน้า (24/11) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จะมีการเสนอโครงการส่งเสริมการลงทุนถึง 3 โครงการ

โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือ SMEs และการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์เพื่อสร้างบุคลากรทักษะสูง ซึ่งโครงการต่าง ๆ จะทยอยเข้า ครม.เศรษฐกิจ และ ครม.ต่อไป ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.44-32.51 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.44/45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/11) ที่ระดับ 1.1526/29 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (19/11) ที่ระดับ 1.1571/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร วันนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือน ต.ค. ปรับตัวลดลง 1.8% เมื่อเทียบเป็นรายปีและต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 1.9%

ขณะที่ตลาดจับตาดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือน พ.ย. ของอียูที่จะมีการเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ (21/11) ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1511 – 1.1542 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1520/21 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/11) ที่ระดับ 157.20/21 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (19/11) ที่ระดับ 155.96/97 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ (20/11) จุนโกะโคเอดะ กรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่นกล่าวว่า ตอนนี้อัตราดอกเบี้ยของ BOJ นั้นอยู่ในระดับต่ำอย่างมีนัยสำคัญ และจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ทั้งนี้คำกล่าวของโคเอดะมีขึ้นท่ามกลางความกังวลว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจจะทำได้ยาก เนื่องจากอยู่ภายใต้ของรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่สนับสนุนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย นอกจากนี้สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอยู่ในขั้นตอนพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีมูลค่ากว่า 20 ล้านล้านเยน เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพที่สูงขึ้นและคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในวันศุกร์นี้ (21/11) ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 156.89 – 157.77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 157.18/23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีการผลิตเดือน พ.ย.จากจากเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย (20/11), ยอดขายบ้านมือสองเดือน ต.ค. (20/11), การจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือน ก.ย. (20/11), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (20/11), ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ก.ย.และ ต.ค.จาก Conference Board (20/11), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือน พ.ย. (21/11), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือน พ.ย. (21/11), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายเดือน พ.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (21/11)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -6.9/-6.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.2/-2.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ