Skip to content

ดอลลาร์อ่อนค่า คาดเฟดลดดอกเบี้ย ธ.ค.นี้

25 พ.ย. 2568 | 17:27น.
ดอลลาร์อ่อนค่า คาดเฟดลดดอกเบี้ย ธ.ค.นี้

ดอลลาร์อ่อนค่า คาดเฟดลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีกและดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือน ต.ค.ที่จะมีการเปิดเผยในคืนนี้

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/11) ที่ระดับ 32.33/34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (24/11) ที่ระดับ 32.49/50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 4,100 ดอลลาร์/ออนซ์

ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. หลังเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายได้ออกมาให้ความเห็นสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกบี้ย โดยนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีกและดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือน ต.ค.ที่จะมีการเปิดเผยในคืนวันนี้ (25/11) ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ช่วยบ่งชี้ทิศทางการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดในการประชุมเดือน ธ.ค.

ด้านปัจจัยทางการเมืองประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐโพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า เขาได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในวันจันทร์ที่ผ่านมา (24/11) โดยการสนทนาเป็นไปด้วยดี ซึ่ง ปธน.สีเชิญ ปธน.ทรัมป์เยือนกรุงปักกิ่งในเดือนเมษายน 2569 ขณะที่ ปธน.ทรัมป์ก็ได้เชิญ ปธน.สีเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการเช่นกัน โดย ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าทั้งคู่ได้หารือกันในหลายประเด็นรวมทั้งสถานการณ์ยูเครน/รัสเซีย เฟนทานิล ถั่วเหลือง และสินค้าเกษตรอื่น ๆ และสามารถบรรลุข้อตกลงได้ดี

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างแก้ไปรัฐธรรมนูญกล่าวถึงถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นไปตามกรอบที่ได้กำหนดไว้

โดยการประชุมวันนี้ (25/11) จะเป็นการจัดการเชิงธุรการทั้งหมด ซึ่งในวันที่ 26 พ.ย.จะเชิญผู้ที่แปรญัตติ ซึ่งมี สว. 4 คน สส. 2 คนเข้ามา แปรญัตติในมาตราต่าง ๆ ที่ไม่เห็นด้วยแต่ในบางประเด็นทาง กมธ.ฯ ก็ได้ปรับแก้ไปตามที่สมาชิกได้แปรญัตติไว้แล้ว และเมื่อพิจารณากฎหมายเสร็จทั้งหมดจะต้องมีการบรรจุร่างรายงานส่วนคำสงวนบางส่วนของผู้แปรญัตติและกรรมาธิการที่เห็นต่าง และอีกหลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับสูตร 20 หยิบ 1

ทั้งนี้ทางกรรมาธิการจะพิจารณารายงานร่วมกันในช่วงบ่ายของวันที่ 26 พ.ย. หากเป็นเช่นนั้นเราจะพิจารณาได้จบสิ้นและส่งให้ประธานรัฐสภา อย่างช้าที่สุดในวันที่ 27 พ.ย. แต่หากพรุ่งนี้เสร็จเรียบร้อยก็จะส่งรายงานได้เลย ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.31 – 32.38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.31/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/11) ที่ระดับ 1.1526/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (24/11) ที่ระดับ 1.1531/33 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

โดยช่วงเย็นวานนี้ (24/11) ทางสถาบัน Ifo รายงาน ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับตัวลงมาอยู่ที่ 88.1 จากระดับ 88.4 ในเดือน ต.ค. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยับขึ้นเล็กน้อยไปอยู่ที่ 88.5 ซึ่งความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวลดลงผิดคาดในเดือน พ.ย. สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทต่าง ๆ เริ่มหมดหวังกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ หลังต้องเผชิญภาวะหดตัวต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปี

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1512 -1.1533 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1531/32 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (25/11) ที่ระดับ 156.66/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (24/11) ที่ระดับ 156.71/72 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ จากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ

และในวันนี้ (25/11) กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดตั้งหน่วยงานใหม่ เพื่อทบทวนเงินอุดหนุนและมาตรการทางภาษี โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่าน “การใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด”

ขณะที่สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเป็นผู้นำหน่วยงานใหม่ซึ่งถูกขนานนามอย่างไม่เป็นทางการว่ากระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) เวอร์ชันญี่ปุ่น โดยเธอจะเป็นผู้รับผิดชอบมาตรการพิเศษด้านภาษีและการทบทวนเงินอุดหนุนด้วย

โดยหน่วยงานดังกล่าวจัดตั้งขึ้นตามข้อเรียกร้องของพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (JIP) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลขนาดเล็กที่มีแนวคิดปฏิรูปแบบเดียวกับพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) โดยเป็นเงื่อนไขหนึ่งของข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลผสมระหว่างสองพรรคเมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา และ รมว.คลังกล่าวในการแถลงข่าวว่า รัฐบาลจะยังไม่นำเสนอเป้าหมายระยะสั้นสำหรับหน่วยงานนี้ โดยให้เหตุผลว่าอยู่ระหว่างดำเนินงานเพื่อรวบรวมงบประมาณเบื้องต้นสำหรับปีงบประมาณถัดไปที่จะเริ่มในเดือน เม.ย. ปีหน้า

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 156.35 – 156.98 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 156.38/39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนียอดขายปลีกขั้นพื้นฐานเดือน ก.ย. (25/11), ดัชนียอดขายปลีกพื้นฐานเดือน ก.ย. (25/11), ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เดือน ก.ย. (25/11), ดัชนียอดขายปลีกเดือน ก.ย. (25/11), รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี (25/11), ดัชนีจีดีพีไตรมาส 3 (26/11), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (26/11), ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล PCE เดือน ก.ย.(26/11), ยอดขายบ้านใหม่ เดือน ก.ย. (26/11), สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ (26/11)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.2/-6.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.45/-0.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ