เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
Economic ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
Politics รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
Finance อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
Politics นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
นายกฯ ย้ำทูต-องค์การระหว่างประเทศ ไทยพร้อมร่วมมือทุกมิติ พร้อมมอบเงินช่วยเนปาล
Politics นายกฯ ย้ำทูต-องค์การระหว่างประเทศ ไทยพร้อมร่วมมือทุกมิติ พร้อมมอบเงินช่วยเนปาล
ธปท. ลั่นภาคการเงินต้องไม่เป็นเครื่องมือ ‘ทุนเทา’ ยกมาตรการเข้ม ผนึกธนาคาร-นอนแบงก์ ประกาศจุดยืน 10 ก.ย.นี้
Finance ธปท. ลั่นภาคการเงินต้องไม่เป็นเครื่องมือ ‘ทุนเทา’ ยกมาตรการเข้ม ผนึกธนาคาร-นอนแบงก์ ประกาศจุดยืน 10 ก.ย.นี้
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านยังดำเนินต่อเนื่อง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านยังดำเนินต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์อ่อนค่า หลังคาดเฟดลดดอกเบี้ยเดือนหน้า

28 พ.ย. 2568 | 17:41น.
ดอลลาร์

ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า หลังคาดธนาคารกลางสหรัฐลดดอกเบี้ยเดือนหน้า

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 24-28 พฤศจิกายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (24/11) ที่ระดับ 32.47/48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (21/11) ที่ระดับ 32.48/49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ในสัปดาห์นี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวในทิศทางอ่อนค่า

โดยตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ถูกกดดันหลังนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้อีกภายในปีนี้ โดยเขากล่าวในงานเสวนา ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศชิลี เมื่อวันศุกร์ก่อนหน้าว่า (21/11) เขามองว่านโยบายการเงินยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างตึงตัว แม้ว่าจะน้อยลงกว่าเดิมหลังการดำเนินนโยบายล่าสุด

ดังนั้น จึงยังมีช่องว่างสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป้าหมายของเฟดในระยะใกล้ เพื่อให้ทิศทางนโยบายเข้าใกล้ระดับที่เป็นกลางมากขึ้น และยังคงรักษาสมดุลในการบรรลุเป้าหมายทั้งสองประการของเฟด โดยการแสดงความเห็นของนายวิลเลียมส์ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน ธ.ค.

นอกจากนี้ ในช่วงกลางสัปดาห์มีกระแสคาดการณ์ว่า นายเควิน แฮสเซนต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาวและที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นตัวเก็งที่จะดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่แทนเจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งจะครบวาระในเดือน พ.ค. 2569 โดยหากเป็นไปตามที่คาดการณ์ ประธานาธิบดีทรัมป์จะมีเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการในเฟดที่เขาเป็นคนคัดเลือกเพิ่มขึ้น ซึ่งนักลงทุนมองว่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามแนวทางของประธานาธิบดีทรัมป์

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงสัปดาห์นี้ ดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.7% ทางด้าน Conference Board มีการเปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลง 6.8 จุด สู่ระดับ 88.7 ในเดือน พ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 93.2

โดยได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับรายได้ในภาคครัวเรือนและตลาดแรงงานสหรัฐ อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบรายเดือนซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 0.6% ในเดือน ส.ค. โดยข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคอ่อนแอลงและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อก็ชะลอตัวลงด้วย

ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในการประชุมวันที่ 9-10 ธ.ค. ซึ่งล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 85% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินบาทถูกกดดันหลังสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือน ต.ค. 2568 โดยการส่งออกมีมูลค่า 28,835.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 5.7% ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 32,272.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 16.3% ส่งผลให้เดือน ต.ค. ขาดดุลการค้า 3,436.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. ได้กล่าวว่าการส่งออกในเดือน ต.ค.นี้ ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวได้ถึง 19% เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ไทยได้เร่งส่งออกสินค้าไปค่อนข้างมาก ทำให้ประเทศคู่ค้ามีสต็อกสินค้าในปริมาณสูง ส่งผลให้การส่งออกในเดือนนี้ชะลอตัวลง ในส่วนของแนวโน้มการส่งออกในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ (พ.ย .- ธ.ค.) เชื่อว่าประเทศคู่ค้ายังมีสินค้าในสต็อกสูง ดังนั้นการส่งออกน่าจะชะลอตัว นอกจากนี้ในสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทถูกกดตันจากเหตุการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ซึ่งนายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า มหาอุทกภัยหาดใหญ่และบางจังหวัดในภาคใต้อาจจะทำให้เศรษฐกิจภาคใต้ติดลบในไตรมาส 4 และมีแนวโน้มสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวจำนวนมาก ขณะที่ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน โดยพื้นที่เศรษฐกิจหลัก คาดสร้างความเสียหาย 3 ส่วน คือ การค้าชายแดน, เกษตรสินค้ายาง, ยางพารา และนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย

ปัจจุบัน จ. สงขลามีสัดส่วน GDP ราว 1.5% ของ GDP ด้วยเหตุนี้เป็นที่คาดว่ามีโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.50% เหลือ 1.25% ในเดือน ธ.ค. และอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงต่อเนื่องเหลือ 1.00% ภายในช่วงต้นปี 2569 เพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

อย่างไรก็ตามการอ่อนค่าของบาทยังเป็นไปอย่างจำกัดจากดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง และราคาทองคำโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางการคาดการณ์ของเฟดที่มีท่าทีผ่อนคลายทางการเงิน ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.17 – 32.52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (28/11) ที่ระดับ 32.19/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (24/11) ที่ระดับ 1.1509/11 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (21/11) ที่ระดับ 1.1524/26 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ในช่วงสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโร ทยอยปรับตัวแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถผ่านแนวต้านแถวระดับ 1.1600 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ได้

โดยยังถูกกดดันหลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตือนว่าความไม่แน่นอนด้านภาษีศุลกากรและความท้าทายทางเศรษฐกิจอื่นๆ อาจเพิ่มแรงกดตันต่อเสถียรภาพการเงินในยูโรโซน โดยแม้ความเสี่ยงด้านภาษีจะผ่อนคลายลงตั้งแต่เดือน เม.ย. แต่ยังคงมีโอกาสที่จะกลับมารุนแรงอีกครั้ง ขณะเดียวกันตลาดสินทรัพย์และตลาดหุ้นมีความเปราะบางต่อการปรับฐานราคาที่รุนแรง ท่ามกลางความท้าทายด้านการคลังในบางประเทศ อย่างไรก็ดี ECB มองว่าภาคธนาคารยังคงแข็งแกร่งจากกำไร เงินกองทุนและสภาพคล่องที่เพียงพอ ด้วยเหตุนี้ทำให้การดำเนินนโยบายของ ECB ยังมีความไม่แน่นอนอยู่

นอกจากนี้ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกระหว่างสัปดาห์ยังคงไม่สู้ดี โดยสถาบัน Ifo ได้รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับตัวลงมาอยู่ที่ 88.1 จากระดับ 88.4 ในเดือน ต.ค. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยับขึ้นเล็กน้อยไปอยู่ที่ 88.5 โดยการที่ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวลดลงผิดคาดในเดือน พ.ย. สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทต่าง ๆ เริ่มหมดหวังกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ หลังต้องเผชิญภาวะหดตัวต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปี

นอกจากนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี (Destatis) ได้เปิดเผยข้อมูลว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประมาณการครั้งสุดท้าย ไตรมาส 3/2568 ขยายตัว 0% หรืออยู่ในภาวะทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1503 – 1.1613 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (28/11) ที่ระดับ 1.1576/78 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (24/11) ที่ระดับ 156.67/68 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์(21/11) ที่ระดับ156.68/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยสัปดาห์นี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ

โดยมีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานปรับตัวขึ้น 2.2% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งตรงตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.2% โดยค่าเงินเยนยังถูกกดดันหลังนักลงทุนยังความวิตกกังวลว่านายกรัฐมนตรีทาคาอิจิจะเพิ่มการออกพันธบัตรเพื่อชดเชยการขาดดุลภายใต้นโยบายส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้สถานะการคลังของญี่ปุ่นจะย่ำแย่ที่สุดในบรรดาประเทศในกลุ่ม G7 ซึ่งถือเป็นการกดดันค่าเงินเยนให้อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามการอ่อนค่าของเงินเยนยังอยู่ในกรอบจำกัด หลังนายซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ได้ออกมาเตือนว่า เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อไม่นานมานี้ และรัฐบาลเชื่อว่าการเข้าแทรกแซงค่าเงินถือเป็นทางเลือกหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าตลาดยังคงมีเสถียรภาพ โดยรัฐบาลจะ “ดำเนินการอย่างเหมาะสมตามความจำเป็น” ด้วยเหตุนี้นักลงทุนจึงมีความระมัดระวังในการซื้อขายเพิ่มขึ้น โดยกังวลว่าจะเกิดการแทรกแซงค่าเงิน

นอกจากนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ได้ส่งสัญญาณอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. หรือ ม.ค. เนื่องจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการเติบโตของค่าจ้าง ในส่วนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีการเปิดเผยเพิ่มเติมว่าการสนทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (24/11) เป็นไปอย่างราบรื่น

และมองว่าสถานการณ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนยังเป็นไปด้วยดี ท่ามกลางความตึงเครียดทางการทูตที่เพิ่มขึ้นระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ในช่วงระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 155.70- 157.20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (28/11) ที่ระดับ 156.29/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ