Skip to content

คปภ.สั่งเพิกถอนใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตโกงเบี้ยกว่า 100 ล้าน

11 ธ.ค. 2568 | 06:46น.
คปภ.สั่งเพิกถอนใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตโกงเบี้ยกว่า 100 ล้าน

คปภ.สั่งเพิกถอนใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต หลังฉ้อโกงเบี้ยประกันกว่า 100 ล้านบาท เบื้องต้นมีผู้เสียหาย 12 ราย เร่งดำเนินการทางกฎหมาย กำชับบริษัทรับผิดชอบความเสียหาย-กำหนดแนวทางป้องกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ปรากฏข่าวตามสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีตัวแทนประกันชีวิตระดับ Top ของบริษัท TH กลายเป็น Scammer หลอกเงินค่าเบี้ยประกันภัยกว่า 100 ล้านบาท บริษัทปัดรับผิดชอบ คปภ.นิ่งนั้น

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้มีการดำเนินการสอบสวนเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนที่จะปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์ โดยสำนักงาน คปภ.ได้มีทีมป้องกันและปราบปรามการฉ้อฉลประกันภัย ได้ตรวจพบการกระทำการฉ้อฉลประกันภัยรายนางสาวจันเกตุ ทับบุญ (นางสาวจันเกตุ) ตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ที่กระทำการหลอกลวงผู้เอาประกันภัยให้ชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยล่วงหน้าให้กับนางสาวจันเกตุ

โดยมีการหลอกลวงว่าจะให้ส่วนลดเงินค่าเบี้ยประกันภัยจำนวน 15% ของเงินค่าเบี้ยประกันภัย หรือให้ทองคำเป็นการตอบแทนในการทำสัญญาประกันภัย เมื่อผู้เอาประกันภัย (เบื้องต้นตรวจพบผู้เสียหาย 12 ราย) หลงเชื่อและชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้กับนางสาวจันเกตุ นางสาวจันเกตุก็มิได้นำส่งเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้กับบริษัทแต่อย่างใด และได้มีหนังสือเรียกให้นางสาวจันเกตุมาชี้แจงข้อเท็จจริงและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อสำนักงาน คปภ.แล้ว

ซึ่งสำนักงาน คปภ.ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏในการสอบสวน โดยพิจารณาแล้วเห็นว่า นางสาวจันเกตุมีเจตนาทุจริตหลอกลวงผู้เอาประกันภัยจริง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย หรือประชาชน อีกทั้งนางสาวจันเกตุมิได้ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมอีกกรณีหนึ่งด้วย การกระทำของนางสาวจันเกตุ

จึงเป็นความผิดตามมาตรา 81/1 (1) และ (6) แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นายทะเบียนจึงมีคำสั่งที่ 75/2568 ลงวันที่ 10 ธันวาคม 2568 เพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตของนางสาวจันเกตุ ทับบุญแล้ว

สำนักงาน คปภ.ขอเรียนว่า การกระทำดังกล่าวของนางสาวจันเกตุ ถือได้ว่ามีเจตนาทุจริตหลอกลวงผู้เอาประกันภัยให้ชำระค่าเบี้ยประกันภัยเพื่อรักษาสถานะสัญญาประกันชีวิต แต่ไม่ดำเนินการส่งเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้บริษัท เมื่อการหลอกลวงดังกล่าวของนางสาวจันเกตุ ทำให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้เอาประกันภัย

สำนักงาน คปภ.ตระหนักถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากพฤติกรรมการทุจริตหลอกลวงที่เข้าข่าย “ฉ้อฉลประกันภัย” ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและศรัทธาของสาธารณชนต่อภาพรวมของธุรกิจประกันภัย นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ จึงได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ กลุ่มงานคดี ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริง พร้อมทั้งพยานหลักฐานเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อดำเนินคดีกับนางสาวจันเกตุ ในฐานความผิดฉ้อฉลประกันภัยตามมาตรา 114/3 แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568

ขณะนี้อยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนางสาวจันเกตุ มาให้ปากคำ สำหรับความคืบหน้าในคดี สำนักงาน คปภ.จะรายงานให้ทราบต่อไป

สำหรับการกำกับดูแลบริษัทประกันภัย นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ ได้เชิญบริษัทมาพบตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 และได้สั่งการให้บริษัทตรวจสอบข้อมูลและประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งให้ประเมินหาสาเหตุและความบกพร่องของระบบการควบคุมภายใน รวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยไม่ให้กระทบสิทธิผู้เอาประกันภัย

ทั้งนี้ บริษัทจะต้องรับผิดชอบต่อผู้เอาประกันภัยจากการกระทำของตัวแทนประกันชีวิตในสังกัด นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้บริษัทกำหนดแนวทางการป้องกันเพื่อมิให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก โดยให้รายงานให้สำนักงาน คปภ.ได้รับทราบ ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ.อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียด และหากพบการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งของนายทะเบียน เพิ่มเติมจะได้พิจารณาดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่อไป

และจะไม่นิ่งเฉยให้ผู้กระทำการฉ้อฉลประกันภัย กระทำความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยและประชาชน โดยจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด

สำหรับการชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยนั้น สำนักงาน คปภ.ได้ออกนโยบายซึ่งเป็นมาตรการจัดการปัญหาเชิงรุกเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมทุจริต โดยกำหนดหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ 1.บริษัทประกันภัยต้องกำหนดนโยบายให้การรับชำระค่าเบี้ยประกันภัยโอนเข้าบัญชีของบริษัทโดยตรงเท่านั้น พร้อมจัดทำคู่มือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการรับชำระค่าเบี้ยประกันภัยและระบบตรวจสอบการรับชำระจากผู้เอาประกันภัย

2.ในกรณีชำระเป็นเงินสดผ่านตัวแทนประกันภัย บริษัทต้องกำหนดแนวปฏิบัติให้ตัวแทนประกันภัยแจ้งผ่านระบบให้บริษัทรับรู้ว่ามีการรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยและโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทภายในวันทำการถัดไป และห้ามมิให้นายหน้าประกันภัยบุคคลธรรมดารับชำระค่าเบี้ยเป็นเงินสดโดยตรง หากฝ่าฝืน บริษัทต้องยกเลิกสัญญาและส่งข้อมูลให้สำนักงาน คปภ. บันทึกในระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับการฉ้อฉลประกันภัย

ทั้งนี้หากผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนพบปัญหาจากการประกันภัย สามารถติดต่อสอบถามที่สำนักงาน คปภ. หรือสายด่วนประกันภัย 1186

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คปภ. ตัวแทนประกันชีวิต