สิ่งที่ภาคธุรกิจรอก็คือความชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งล่าสุด คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคาะวันออกมาแล้วว่าเป็นวันที่ 8 ก.พ. 2569 โดยภาคธุรกิจการเงินก็มีเสียงสะท้อนถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น
เลือกตั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า ในปี 2569 ระบบการเงินในภาพรวมคาดจะยังคงขยายตัวต่ำสอดคล้องกับภาพเศรษฐกิจที่คาดจะเติบโตต่ำ อย่างไรก็ดี ช่วงไตรมาส 1/2569 จะมีการเลือกตั้ง มีการหาเสียง และการโปรโมตนโยบายการหาเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ ซึ่งเศรษฐกิจน่าจะได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้งได้

โดยแนวทางนโยบายเศรษฐกิจแต่ละพรรคการเมือง ก็คงแตกต่างกันไป แต่เชื่อว่าการอัดฉีดเงินให้เศรษฐกิจให้เติบโตได้ น่าจะเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากเศรษฐกิจไม่ขยายตัว ประเทศไทยจะไปต่อได้ยาก ซึ่งจะดูเพียงตัวเลข GDP อย่างเดียวก็คงไม่ได้แล้ว เนื่องจากที่ผ่านมา จะเห็นว่าการส่งออกขยายตัว 19% แต่ภาคการผลิตขยายตัวเพียง 1% สะท้อนการสวมสิทธิส่งออก โดยคนไทยไม่ได้ประโยชน์
“เราคงไม่รู้ว่าพรรคไหนจะมา แต่หลัก ๆ จะมีอยู่ 3 ก๊ก 3 สี คือ น้ำเงิน สีแดง และสีส้ม ซึ่งต้องรอดูว่า ใครจะจับมือกับใครในการฟอร์มทีมรัฐบาล และแนวทางแต่ละพรรคคงไม่เหมือนกัน แต่ยังไงคงต้องอัดฉีดให้เศรษฐกิจเติบโต เพราะเศรษฐกิจไม่โตจะไปต่อได้ยาก แต่ช่วงไตรมาส 1 ปีหน้าเศรษฐกิจจะสะพัดช่วงหนึ่ง”
แนะ “กระตุ้นระดับล่างขึ้นบน”
สำหรับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามานั้น นายศักดิ์ชัยมองว่า ต้องเน้นนโยบายที่ประชาชนได้ประโยชน์ สร้างรายได้ยั่งยืน ไม่กระตุ้น แล้วหายไป ซึ่งที่ผ่านมา ตัวเลขยอดค้าปลีกของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ลดลงต่อเนื่อง สินเชื่อขยายตัวติดลบ 5 ไตรมาส โดยเฉพาะสินเชื่อเอสเอ็มอีติดลบ 13 ไตรมาส สะท้อนสัญญาณไม่ดี
“รัฐบาลอาจต้องปรับนโยบายโฟกัสจากระดับล่างสู่ข้างบน จากเดิมที่เคยมองว่าหากกระตุ้นข้างบนจะลงสู่ข้างล่างให้เติบโตได้ จึงใช้ไม่ได้ผลแล้ว นอกจากนี้ นโยบายการลงทุน จะพิจารณาในโครงการลงทุนที่คนไทย ภาคประชาชนได้ประโยชน์ เช่น Data Center แม้ GDP เติบโตได้ แต่รายได้ประชาชนไม่ได้โตตาม จึงต้องส่งเสริมให้เกิดการสร้างงานต่อเนื่อง หรือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเล็ก ๆ กระจายทั่วประเทศ”
ศก.สูงวัย-ดึงต่างชาติอยู่ยาว
นายศักดิ์ชัยกล่าวอีกว่า ยังควรส่งเสริมนักท่องเที่ยวหรือต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยแบบระยะยาว (Long Stay) โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัยที่มีกำลังซื้อ เพื่อส่งเสริมให้เกิดเศรษฐกิจสูงวัย (Silver Economy) หนุนให้กลุ่มคนเหล่านี้เข้ามาอยู่ในไทย 3-6 เดือน หรือ 1 ปี อาจจะมีการจัดโซนนิ่งพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ เนื่องจากไทยมีจุดแข็งเรื่องบริการด้านสุขภาพ อาหารดี น้ำดี ส่งเสริมให้กลุ่มที่ต้องการเกษียณเข้ามาอยู่ในไทย ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยโดยตรง เพราะใช้ Local Content ในไทยทั้งหมด คนไทยได้ประโยชน์
“นโยบายควรเน้นเรื่องที่เหมาะสมกับประเทศไทย อย่าเขียนแผนหรือนโยบายที่ไปแข่งขันหรือเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในเรื่องที่เราไม่เก่ง หรือประชาชนไม่ได้ประโยชน์ เช่น เทคโนโลยี หรือ AI เรื่องเหล่านี้เรานำมาพัฒนาใช้ในระบบข้าราชการที่เดิมเป็น Manual มาเป็น Digital ลดขั้นตอน แต่อย่านำมาเป็นตัวหลักในการแข่งขันกับประเทศอื่น เราต้องเลือกแข่งขันในเรื่องที่เราถนัดและในธุรกิจที่เราเก่ง และเน้นเรื่องการดูแลภาคประชาชนให้เกิดรายได้ยั่งยืนและอยู่ได้ด้วยตนเอง”
อยากเห็นตั้งรัฐบาลเร็วไม่ยืดเยื้อ
นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC กล่าวว่า ภาคเอกชนมีความกังวลต่อความไม่แน่นอนที่อาจนำไปสู่ภาวะสุญญากาศทางนโยบาย ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและทำให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องชะลอออกไป จึงอยากให้การเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นโดยเร็ว ไม่ควรยืดเยื้อยาวนาน เพราะจะกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ

“การเปลี่ยนรัฐบาลและนโยบายการเมืองย่อมส่งผลต่อบรรยากาศความเชื่อมั่น แต่ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ จึงหวังว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการช่วยเหลือประชาชนให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจและภาคธุรกิจให้ผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้”
ประกันชี้ รบ.ใหม่ต้องเร่งลงทุน
ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า รัฐบาลใหม่เข้ามาจะต้องเร่งรัดการลงทุน และเปลี่ยนพื้นฐานโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ จึงน่าจะมียอดการใช้จ่ายของรัฐบาลออกมามากขึ้น

และหากรัฐบาลมีเสียงข้างมาก จะยิ่งทำให้การดำเนินนโยบายไม่สะดุดมากนัก ซึ่งเชื่อว่าการเติบโตเศรษฐกิจ ยังคงไปได้