Skip to content

ดร.ศุภวุฒิ ชี้เลือกตั้งจุดเปลี่ยนสำคัญ เสนอ 6 ข้อ รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ

14 ม.ค. 2569 | 16:51น.
ดร.ศุภวุฒิ ชี้เลือกตั้งจุดเปลี่ยนสำคัญ เสนอ 6 ข้อ รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ

“ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ” ประธานสภาพัฒน์ ชี้เลือกตั้งจุดเปลี่ยนสำคัญ แนะเลิกนโยบาย “เอาใจ” ระยะสั้น ก้าวไม่พ้นวังวนจีดีพีโตต่ำ 1-2% เสนอ 6 ข้อ รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่ออนาคตคนไทย

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า ประชาชนคาดหวังให้การเลือกตั้งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ แต่หากรัฐบาลยังติดอยู่กับการใช้นโยบาย “เอาใจ” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นมากกว่าการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ประเทศไทยก็จะไม่สามารถหลุดพ้นจากวังวนจีดีพีโตต่ำที่ 1-2% ได้

“การปรับเปลี่ยนโครงสร้างนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะกระทบต่อผลประโยชน์เดิมและการลดทอนอำนาจรัฐเพื่อเปิดทางให้กับการแข่งขันเสรี จึงมักถูกแรงต่อต้านและไม่ถูกหยิบยกมาใช้ในการหาเสียง แต่วันนี้เราต้องเลือกระหว่างการประคองตัวหรือการยอมเจ็บเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างให้ลูกหลานมีอาชีพใหม่ในวันหน้า” ดร.ศุภวุฒิกล่าว

ทั้งนี้ ดร.ศุภวุฒิ ได้ข้อเสนอ 6 หัวใจสำคัญในการรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่ออนาคตของคนไทย

1.ปฏิรูปเกษตรสู่มูลค่าสูง : เปลี่ยนจากการผลิตอาหาร “คาร์โบไฮเดรต” ไปสู่ “โปรตีนมูลค่าสูง” โดยใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตต่อหัว แทนการอุดหนุนราคาหรือประกันรายได้ที่ไม่ได้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน

2.เอกภาพในภูมิรัฐศาสตร์ : ในโลกที่มหาอำนาจแบ่งพรรคแบ่งพวก ไทยและอาเซียนต้องเป็นปึกแผ่นเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและป้องกันการถูกแทรกแซงจากภายนอก

3.สนับสนุนเอกชนเป็นหัวหอก : รัฐต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ควบคุม” เป็น “ผู้สนับสนุน” ในอุตสาหกรรมศักยภาพ อาทิ OSAT (Outsourced Semiconductor Assembly and Test), HDD (Hard Disk Drive), โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

4.ปรับสมดุลนโยบายการเงิน : บาทแข็งคือแรงฉุดรั้งความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากภาวะการเงินที่ตึงตัวเกินไปจนอัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมายมาอย่างต่อเนื่อง

5.เสรีพลังงานสะอาด : เร่งเปิดเสรีการผลิตและซื้อขายไฟฟ้าผ่านโครงข่ายรัฐ เพื่อเปลี่ยนไปใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่มีต้นทุนต่ำกว่าการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050

6.OECD คือกุญแจความเชื่อมั่น : เร่งเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยเร็วเพื่อยกระดับมาตรฐานสากลและลดคอร์รัปชั่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มจีดีพีได้ถึง 1.6% ต่อปี โดยใช้เวที World Bank-IMF ในเดือนตุลาคมนี้ประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจน