Skip to content

คลังดัน “สมุดพก” ตัดแต้มผู้รับเหมา คาดเสร็จปลายเดือน-Blacklist รอหน่วยงานคู่สัญญาชงฟัน

15 ม.ค. 2569 | 12:39น.
คลังดัน “สมุดพก” ตัดแต้มผู้รับเหมา คาดเสร็จปลายเดือน-Blacklist รอหน่วยงานคู่สัญญาชงฟัน

ปลัดคลัง ชี้ชัดมีกลไกลงโทษผู้รับเหมาผิดสัญญา คาดมาตรการ “สมุดพกผู้รับเหมา” ตัดแต้ม-ลดชั้น เสร็จปลายเดือนนี้ ย้ำ “Blacklist” ทำได้ทันทีตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง แต่ต้องให้อำนาจหน่วยงานต้นเรื่องเจ้าของสัญญาเสนอ

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ว่า จากการรับฟังคำชี้แจงของนางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การลงโทษและการยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างภาครัฐ ยืนยันว่าขณะนี้กลไกทางกฎหมายมีความชัดเจนและสามารถดำเนินการได้ตามกรอบที่กำหนดไว้

นายลวรณกล่าวว่า ในส่วนของมาตรการ “สมุดพกผู้รับเหมา” นั้น กฎกระทรวงได้ดำเนินการแล้วเสร็จ แต่ยังมีความจำเป็นต้องออกประกาศระดับรองเพิ่มเติม เพื่อกำหนดรายละเอียดในการบังคับใช้ ซึ่งตามการชี้แจงของกรมบัญชีกลาง คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในช่วงปลายเดือนนี้

สำหรับกรณีการขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงาน หรือที่เรียกกันว่า แบล็กลิสต์ (Blacklist) นายลวรณระบุว่า สามารถดำเนินการได้ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ โดยกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ทั้งหมด 5-6 กรณี หากผู้ประกอบการเข้าข่ายตามเงื่อนไขดังกล่าว ก็สามารถถูกขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์ได้ทันที

อย่างไรก็ตาม กระบวนการขึ้นแบล็กลิสต์นั้น กรมบัญชีกลางไม่สามารถทราบรายละเอียดการละเมิดสัญญาของผู้รับเหมาในทุกโครงการได้โดยตรง เนื่องจากสัญญามีจำนวนมากและกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน ดังนั้น ขั้นตอนสำคัญจึงอยู่ที่หน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นคู่สัญญาและทำหน้าที่บริหารสัญญา หากพบว่าผู้รับเหมาปฏิบัติผิดสัญญา ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข หรือก่อให้เกิดความเสียหาย หน่วยงานเจ้าของสัญญาจะต้องจัดทำข้อมูลข้อเท็จจริงและส่งเรื่องมายังกรมบัญชีกลาง

ซึ่งหน่วยงานเจ้าของสัญญาเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุดว่าคู่สัญญาปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนสัญญาหรือไม่ หากมีความไม่เข้าใจตรงกันในขั้นตอนใด ก็ควรเร่งหารือร่วมกันเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้อง โดยกรณีโครงการขนาดเล็กก็มีการขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

“เมื่อกรมบัญชีกลางได้รับข้อมูลแล้ว จะมีคณะกรรมการพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดหลักเกณฑ์และสมควรถูกขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์หรือไม่ โดยยืนยันว่ากลไกนี้มีการใช้งานอยู่เป็นประจำ และมีการขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงานอย่างต่อเนื่องในทุกเดือน” ปลัดคลังกล่าว

สำหรับมาตรการ “สมุดพกผู้รับเหมา” นายลวรณกล่าวว่า เป็นอีกหนึ่งกลไกที่แตกต่างจากการแบล็กลิสต์ แม้จะมีความใกล้เคียงกัน แต่ถือเป็นคนละระบบ โดยสมุดพกจะใช้กับผู้รับเหมาที่ได้รับงานจากภาครัฐแล้ว หากเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายจากความประมาทเลินเล่อ จะมีการหักคะแนนสะสม เมื่อถึงระดับหนึ่งก็จะมีกลไกบังคับ เช่น การจำกัดสิทธิไม่ให้รับงานภาครัฐในช่วงระยะเวลาที่กำหนด เพื่อยกระดับการกำกับดูแลและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารคู่สัญญา

ขณะที่การแบล็กลิสต์ จะใช้กับกรณีที่ผู้รับเหมาผิดสัญญาและเข้าเงื่อนไขตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจะส่งผลให้ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการใหม่ของภาครัฐได้ทันที โดยย้ำว่าเป็นสองมาตรการที่ทำงานควบคู่กัน แต่ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ในส่วนของความคืบหน้าการเยียวยาความเสียหาย นายลวรณกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอรายงานรายละเอียดเพิ่มเติม โดยเฉพาะในประเด็นหลักประกันภัย ซึ่งโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่จะต้องมีการทำประกันภัยไว้ตามเงื่อนไขสัญญาอยู่แล้ว การชดใช้ค่าเสียหายต้องเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะมีบทบาทสำคัญในการกำกับให้บริษัทประกันภัยปฏิบัติตามกรมธรรม์ และเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้เกิดความรวดเร็วมากที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ได้รับผลกระทบ โดยยืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนต้องยึดหลักกฎหมายและเงื่อนไขในสัญญาประกันเป็นสำคัญ