เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ผู้ว่าการ ธปท. ชี้กำไรแบงก์สูงสวนเศรษฐกิจ เร่งหาทางดันปล่อยสินเชื่อ

28 ม.ค. 2569 | 12:39น.
วิทัย รัตนากร

วิทัย รัตนากร

วิทัย ผู้ว่าการ ธปท. ชี้ธนาคารพาณิชย์มีกำไรสูง ฐานะการเงินแข็งแกร่ง สวนทางภาคธุรกิจและประชาชนที่เปราะบาง เตรียมหารือให้แบงก์ปล่อยสินเชื่อเพิ่ม โดยเฉพาะ SMEs พร้อมเดินหน้าโครงการเครดิตการันตี หวังดันสินเชื่อกลับมาเป็นบวก

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนา ‘Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย’ จัดโดยมติชน ว่า ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์มีฐานะการเงินแข็งแกร่งและทำกำไรในระดับสูง โดยกำไรของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่อยู่ในระดับเกือบ 50,000 ล้านบาท สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ และประชาชนที่ยังเผชิญความเปราะบาง โดยเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่สถาบันการเงินต้องมีบทบาทมากขึ้นในการช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ธปท.เตรียมหารือกับสถาบันการเงินเพื่อเพิ่มการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะแก่ภาค SMEs รวมถึงการลดอัตราดอกเบี้ยในบางส่วน เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรทางการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจจริง

“โดยปกติเศรษฐกิจขึ้น ธนาคารก็ควรขึ้นไปด้วยกัน เศรษฐกิจลง ธนาคารก็ควรลงไปด้วยกัน แต่กำไรของแบงก์กลับวิ่งสวนทางกับเศรษฐกิจจริง เราจึงต้องมานั่งคิดว่า จะขอให้แบงก์ช่วยกันอย่างไร” นายวิทัยกล่าว

นายวิทัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ธปท.ได้ออกโครงการเครดิตการันตี เพื่อแก้ปัญหาสินเชื่อ SMEs ที่หดตัวต่อเนื่องยาวนานกว่า 13 ไตรมาส โดยตั้งเป้าช่วยปล่อยสินเชื่อได้ราว 100,000 ล้านบาท และจะดำเนินโครงการในลักษณะหมุนเวียนหลายรอบ เพื่อให้สินเชื่อกลับมาเป็นบวก ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการจ้างงาน เนื่องจาก SMEs เป็นแหล่งจ้างงานกว่า 70% ของประเทศ

นายวิทัยระบุว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการเพิ่มปริมาณเงินจะได้ผลก็ต่อเมื่อเกิดจากการขยายสินเชื่อจริง ไม่ใช่มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์เป็นการสร้างเงินในระบบและก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ

“ถ้าสินเชื่อยังติดลบ เศรษฐกิจจะไม่ไปไหน ไม่มีทางสร้างการจ้างงานได้ โครงการนี้ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่จะหมุนทำซ้ำหลายรอบ เพื่อให้สินเชื่อกลับมาเป็นบวก” นายวิทัยกล่าว

สำหรับภาวะเงินเฟ้อที่ติดลบในช่วงที่ผ่านมา นายวิทัยระบุว่า เกิดจากฝั่งอุปทานเป็นหลัก โดยเฉพาะราคาพลังงาน น้ำมัน และอาหารสดที่ปรับลดลง ไม่ได้สะท้อนการชะลอตัวของอุปสงค์ และคาดว่าเงินเฟ้อจะทยอยกลับสู่ระดับปกติภายในปีนี้ และเข้าสู่กรอบเป้าหมายในปีหน้า