คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
“ตอนนี้คนกลัวดอลลาร์ กลัวหุ้นกู้ กลัวทุกอย่างที่จับต้องไม่ได้ ขณะที่ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ ในอดีตไม่เคยเกิดขึ้นเลย แค่อาทิตย์เดียวขึ้น 500 เหรียญ หรือวันเดียวขึ้นกว่า 200 เหรียญ คือมันเป็นอาการที่คนกลัว มี Asset อยู่ จะฝากแบงก์ก็กลัว ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นแล้วจะเบิกเงินได้ไหม ก็เลยมาซื้อทอง เพราะอย่างน้อยเกิดอะไรขึ้นก็ยังมีทองอยู่กับตัว ซึ่งเทรนด์นี้เป็นทั่วโลก มันถึงได้ดีดขึ้นมาขนาดนี้”
คำกล่าวของ “พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ให้สัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแนวโน้มราคาทองคำที่ร้อนแรงอย่างมากในขณะนี้
เป้าใหม่ทองไทยทะลุแสนในปีนี้
ถามว่าจะเห็นราคาทองขึ้นไปถึง 100,000 บาทต่อบาททองคำในปีนี้ไหม เพราะล่าสุดแรงเทขายออกมาอย่างหนัก “พวรรณ์” กล่าวว่าตอนนี้มีความเชื่ออย่างนั้น เพราะยังไม่เห็นอะไรที่จะยุติในช่วงเวลาใกล้ ๆ นี้เลย ตราบใดที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐยังอยู่ ซึ่งจะยังอยู่ไปอีก 3 ปี โดยการที่มีเทขายออกมา มองว่าเป็นแค่พักฐานชั่วคราว แต่แนวโน้มปีนี้ยังเป็นขาขึ้น
“ถามว่าจะไปแค่แสนไหม ถ้ามันไป มันจะไปมากกว่าแสนด้วยซ้ำ ราคาทอง 100,000 บาท คือทอง Spot ที่ 7,000 เหรียญ กับค่าเงินที่ 30 บาทต่อดอลลาร์ มันมีความเป็นไปได้มาก ๆ ที่ผ่านมาเราก็มองว่าจะลุ้นสัก 4,500 เหรียญ แต่ก็ไม่ต้องลุ้นแล้ว 5,000 เหรียญยังไม่ต้องลุ้นเลย เพราะมันข้ามมาเลย”
“ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG” กล่าวว่า ตอนนี้เป้าหมายราคาทองคำของ YLG ที่ปรับใหม่ตอนนี้คือ ทองไทย 100,000 บาท ทองโลกที่ 7,000 ดอลลาร์ ภายในปี 2569 นี้ แต่จะให้บอกว่าช่วงไหนคงประเมินยาก เพราะต้องบอกว่าราคาที่พุ่งขึ้นช่วงที่ผ่านมาก็เกินกว่าที่จะคาดการณ์ได้แล้ว แต่ช่วงนี้อาจจะปรับฐานลงไปบ้าง และช่วงตรุษจีนก็มีโอกาสปรับลงได้อีก
“มันเกินคาดแล้วตอนนี้ เพราะจะเอา Fundamental เอาอะไรมา ก็ไม่ได้ซัพพอร์ต คือตอนนี้ตลาดราคามันเกิน Value ของมันไปแล้ว ราคาหน้าเหมืองมันตกแค่ 2,000 เหรียญต้น ๆ”
จ่อเปิดเทรด ‘เงินแท่ง’
ส่วนจะเป็นฟองสบู่หรือไม่นั้น “พวรรณ์” มองว่าเป็นเรื่องดีมานด์-ซัพพลายมากกว่า โดยตราบใดที่ดีมานด์มากกว่าซัพพลาย ราคาต้นทุนจะเป็นเท่าใดก็แล้วแต่ เช่นเดียวกับ Silver (เงิน) ที่ต้นทุนหน้าเหมืองต่ำมาก แต่ตั้งแต่เดือน พ.ย.2568 มาถึงปีนี้ราคา Silver ขึ้นมาถึง 4 เท่า โดยราคา Silver จากต้นปีมาถึงจุดสูงสุดปรับขึ้นราว 20% จากราคาช่วงต้นปีที่ 190 เหรียญปลาย ๆ
“ตอนนี้มันเป็น Fear Factor (ปัจจัยแห่งความกลัว) เป็นหลักเลย”
ทั้งนี้ YLG เตรียมจะเพิ่มโปรดักต์ Silver ที่เป็นเงินแท่งไว้รองรับลูกค้า จากปัจจุบันที่จะมีแต่ให้ซื้อขายผ่านตลาด Future เท่านั้น ซึ่งการขาย Silver จะมีการคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ด้วย ซึ่งนักลงทุนก็รับได้ ส่วนขาซื้อจะไม่มี VAT ทั้งนี้ YLG กำลังเริ่มทำระบบ ทำแพลตฟอร์มขึ้นมา ซึ่งตั้งเป้าว่าจะเปิดให้บริการในปีนี้ โดยระบบจะเสร็จไม่เกินสิ้นเดือน ก.พ.นี้
“ถามว่าน่าสนใจกว่าทองไหม ก็เวลาแค่ 3 เดือนขึ้นมา 4 เท่า น่าสนใจไหมล่ะ แล้วอีกอย่างตอนนี้ Silver กิโลกรัมหนึ่งแค่ประมาณ 100,000 บาท แต่ทองกิโลกรัมหนึ่งปาเข้าไปกว่า 5 ล้านบาทแล้ว”
อย่างไรก็ดี ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะมาถึงนั้น “ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG” มองว่าวอลุ่มซื้อขาย ทองและ Silver มีโอกาสจะแผ่วลงบ้าง เนื่องจากคนจีนจะมีวันหยุดยาวถึง 10 วัน โดยคนจีนมีการซื้อ Silver กันมาก ทั้งนำไปทำเครื่องประดับ ส่วนประกอบในรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ
“ดีมานด์ Silver ตอนนี้เริ่มเป็น Real Demand แล้ว ไม่ใช่แค่เทรดอย่างเดียว”
เร่งปรับระบบ Cap เพดาน
เมื่อถามถึงการหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) “ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG” กล่าวว่า ขณะนี้หารือกันจบแล้ว โดยจะมีการกำหนดเพดานการซื้อขายทองผ่านแพลตฟอร์มต่อวันที่ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องปรับระบบเรื่องการจำกัดวงเงินตรงนี้ ส่วนการรายงานก็ไม่มีปัญหา เนื่องจากผู้ประกอบการก็ทำรายงานธุรกรรมกันอยู่แล้ว
“รายย่อยไม่มีปัญหา เขาจะคอนโทรลคนที่เทรดเกิน 50 ล้านบาทต่อวัน สมมุติมีเงิน 4 ล้านบาทจะซื้อ ๆ ขาย ๆ ทั้งวันก็ได้ ถ้าไม่เกิน 50 ล้านบาทก็ไม่เป็นไร คือไม่มีผลต่อนักลงทุนรายย่อย แต่มีผลกับนักลงทุนรายใหญ่ ส่วนผู้ประกอบการก็ต้องปรับระบบ Cap เพดาน จากเดิมเรา Cap มาร์จิ้น คือกิโลกรัมหนึ่งจะลงทุน 1-2 แสนบาท ถ้าจะเทรดทองคำ 10 กิโลกรัมจะต้องนำเงินมากี่แสนก็ว่าไป แล้วเทรดได้เท่านั้น จากนี้ก็เปลี่ยน มีเงินเท่าไหร่ไม่มีความหมาย ได้แค่คนละ 50 ล้านบาทต่อวัน”
ส่วนการเทรดทองคำเป็นดอลลาร์สหรัฐก็อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งส่วนนี้จะรองรับในส่วนธุรกรรมที่เกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป ดังนั้น ก็จะไม่กระทบกับค่าเงินบาท ดังนั้น นักลงทุนที่ลงทุนไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อวันก็ไม่มีปัญหา ส่วนที่ลงทุนเกินก็ต้องไปหา Channel ที่เป็นดอลลาร์ ก็แค่นั้นเอง ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเราตกลงกับแบงก์ชาติไว้ว่าจะพยายามทำระบบใหม่ให้เสร็จภายในครึ่งปี แต่ถ้าแบงก์ชาติประกาศเริ่ม 1 มี.ค. คนไหนเร่งได้ก็เร่ง ใครไม่ทันก็ต้องรอจนระบบพร้อม”
ทิศทางธุรกิจ YLG ปี 2569
สำหรับแนวโน้มการดำเนินธุรกิจของ YLG ในปี 2569 นี้ “ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG” กล่าวว่า จากปัจจุบันที่มีแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำออนไลน์กับทางแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” และ “Dime !” ในปีนี้จะมีแผนที่จะร่วมกับแพลตฟอร์มของแบงก์อีก 3-4 ราย ซึ่งจะเป็นแอปพลิเคชั่นเทรดทองคำเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มได้ประมาณกลางปี
“การร่วมมือกับแบงก์ สิ่งที่นักลงทุนจะได้คือ 1.Facility (สิ่งอำนวยความสะดวก) ในการเทรด เพราะถ้าแบงก์ดำเนินการเอง เขาก็จะซัพพอร์ตเรื่องการเทรดสกุลเงินดอลลาร์ให้ด้วย ก็จะเป็นความสะดวกของนักลงทุน เราก็จะขยายความร่วมมือกับแบงก์ไปเรื่อย ๆ”
นอกจากนี้ YLG ก็จะเน้นขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เหมือนที่เพิ่งขยายไปเมืองดูไบ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือสิงคโปร์ที่ขยายไปก่อนนั้น ซึ่งที่สิงคโปร์ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ยอดขาย Wholesale (ขายส่ง) เป็น 3 เท่าของไทย เพราะที่นั่นเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ของการค้าขายทองคำในอาเซียน ขณะที่ดูไบก็จะเป็นฮับของตะวันออกกลาง
ยัน YLG อยู่นอกวงจรทุนสีเทา
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่มีเรื่องที่ทองคำถูกเชื่อมโยงกับทุนสีเทา “ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG” กล่าวว่า ไม่รู้ว่าจะมองอย่างไร เนื่องจาก YLG ทำธุรกิจตรงไปตรงมา และไม่สามารถวิจารณ์ได้
“เราไม่ได้ Operate เลยไม่สามารถวิจารณ์ตรงนั้นได้ เราอยู่นอก Loop นั้น ทำให้ไม่เห็นอะไร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG กล่าว