คปภ. เปิดแผนพัฒนาฯ ประกันภัย ฉบับที่ 5 ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์ หวังเป็นตาข่ายรองรับแรงกระแทกความเสี่ยง ยกระดับธุรกิจประกันภัย คาดธุรกิจเติบโต 3-4% ต่อปี มั่นใจเบี้ยแตะ 1 ล้านล้านบาท ภายในกลางปีนี้ พร้อมเดินหน้าผนึกตำรวจ-กรมขนส่งทางบก ดึงเทคโนโลยีบังคับให้รถทุกคันวิ่งบนถนนต้องทำประกันภาคบังคับ
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คปภ. ได้ประกาศแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (2569 – 2573) ภายใต้วิสัยทัศน์ “ระบบประกันภัยเป็นกลไกผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจ และการจัดการความเสี่ยงภัยของประเทศ” โดยหากย้อนดูแผนฉบับที่ 4 คือ การวางโครงสร้างเรื่องดิจิทัล ซึ่งในแผน 5 จะเป็นการสร้างระบบนิเวศ และมองภาพแบบรวมกลุ่ม และเป็น “ตาข่ายรองรับแรงกระแทกและการบริหารความเสี่ยงของประเทศ
อย่างไรก็ดี สาระสำคัญของแผนฉบับที่ 5 จะประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1 STABILITY สร้างระบบประกันภัยที่ยืดหยุ่น แข็งแกร่ง ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลง 2.RESILIENCE ระบบประกันภัยสามารถรองรับภัยขนาดใหญ่ และ ความเสี่ยงใหม่เพื่อเป็นรากฐานให้เศรษฐกิจ
และ 3.INCLUSION ผลักดันการเข้าถึงประกันภัยอย่างทั่วถึง และ รองรับสังคมสูงวัย ระดับสุดยอด พร้อมสร้างความตระหนักรู้ การวางแผนทางการเงิน และสุขภาพ 4.TECHNOLOGY & DATA-DRIVEN ระบบนิเวศข้อมูลประกันภัยที่เชื่อมโยง และประยุกต์ใช้เทคโนโลยี อย่างมีความรับผิดชอบ
ทั้งนี้ ภายใต้แผนดังกล่าว คาดว่าจะช่วยผลักดันการเติบโตของธุรกิจประกันภัย คาดว่าภายในกลางปีหรือปลายปี 2569 จะมีเบี้ยประกันภัยรวมอยู่ที่ 1 ล้านล้านบาท และอัตราการเติบโตจะอยู่ที่ 1 เท่าตัวของจีดีพี ซึ่งจีดีพีเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 1.8-2% ส่งผลให้ธุรกิจประกันภัยจะเติบโต 3-4% อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญ คือ การทำให้ประกันภัยสามารถเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและเข้าถึงง่าย
นอกจากนี้ ในแผนการขับเคลื่อน คปภ.จะมีการทบทวนแผนทุก 6 เดือน เพื่อดูความคืบหน้าของแต่ละฝ่าย เพื่อปรับปรุงและเพิ่มเติมแผนให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนไปได้ เช่น อัตราเงินเฟ้อค่ารักษา (Medical Inflation) ที่สูงขึ้น ซึ่งจะต้องกลับไปดูว่า ค่ารักษาที่สูงขึ้นมาจากอะไร ค่ารักษา เทคโนโลยีการรักษา เป็นต้น เพื่อให้คนสามารถเข้าถึงประกันได้ง่ายขึ้น
ขณะเดียวกัน เรื่องของไมโครอินชัวรันส์ หรือประกันภาคบังคับ ซึ่งยังไม่ครอบคลุมรถทุกคันที่วิ่งอยู่บนถนน เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะพบว่ารถไม่มีการทำประกันพ.ร.บ.ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่คปภ.จะขับเคลื่อน โดยการร่วมมือกับตำรวจ และกรมขนส่งทางบก ในการบกระดับประกันภัยภาคบังคับกับรถทุกคัน โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการขับเคลื่อน เช่น รถที่วิ่งบนถนน หากไม่มีพ.ร.บ.อาจจะมีจดหมายส่งไปที่บ้าน เป็นต้น โดยแนวทางคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้
“แผน 5 ปี จะขับเคลื่อนผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก ซึ่งจะเป็นแผนที่มีความอึด ความทดทาน และรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี แผน 5 ปี เป้าหมายสำคัญไม่ใช่ตัวเลขการเติบโตของเบี้ยประกันภัย แต่เป็นการขยายการเข้าถึงประกันภัยให้ครอบคลุมประชาชนทุกระดับและทุกช่วงวัย เพื่อให้ระบบประกันภัยทำหน้าที่เป็นเครื่องมือบริหารและแบ่งเบาความเสี่ยงทุกระดับของประชาชน โดยร่วมมือกับทุกภาคส่วน”