Skip to content

TH Money ผนึกพันธมิตรเปิดบริการ “Blue Pay Wallet” เจาะองค์กร-สหกรณ์

09 ก.พ. 2569 | 19:57น.
TH Money ผนึกพันธมิตรเปิดบริการ “Blue Pay Wallet” เจาะองค์กร-สหกรณ์

ที เอช มันนี่ ร่วมกับ Blue Pay เปิดให้บริการ “Blue Pay Wallet” ทำธุรกรรมทางการเงินของภาครัฐและเอกชน เจาะองค์กรสหกรณ์ ลดโอกาสการเกิดทุจริตและผิดพลาดภายในองค์กร ตั้งเป้าขยายฐานผู้ใช้งานให้ถึง 12 ล้านคนภายในสิ้นปี

นายเบญจพล สวัสดิ์พาณิชย์ ผู้บริหาร บริษัท ที เอช มันนี่ จำกัด (TH Money) ผู้ให้บริการทางการเงินในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) กับ บริษัท บลูเพย์ จำกัด (Blue Pay) ผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ที่มีผู้ใช้งานในหลายประเทศทั่วภูมิภาคอาเซียนและได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อพัฒนาระบบนิเวศทางการเงินดิจิทัล โดยใช้เทคโนโลยี Fintech มาตรฐานสากล และการรับรองจาก World Bank Group มาสร้างสรรค์เป็น Blue Pay Wallet ที่ปลอดภัยและทันสมัย โดยตั้งเป้าขยายฐานผู้ใช้งานให้ถึง 12 ล้านคนภายในสิ้นปี

ทั้งนี้ บริษัทมุ่งเน้นการนำไปใช้กับองค์กรภาครัฐและเอกชน เช่น องค์กรสหกรณ์ โดยมี Blue Pay Wallet ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ เชื่อมโยงระบบ Supply Chain ของร้านค้าให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการอย่างสูงสุด

นอกจากนี้ การใช้ Blue Pay Wallet ยังช่วยยกระดับการบริหารธุรกรรมทางการเงินให้ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ลดความเสี่ยงจากการทุจริตและข้อผิดพลาดภายในองค์กร และสมาชิกสามารถฝาก ถอน โอน และทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง

อีกทั้ง ระบบ Digital Wallet ยังช่วยให้ผู้บริหารองค์กรเห็นถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายและการออมของสมาชิก หรือผู้ใช้บริการ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นคะแนนเครดิต (Credit Scoring) สำหรับการปล่อยกู้ของสมาชิก หรือผู้ใช้บริการ รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ ในอนาคต ตลอดจนสร้างรายได้ให้กับองค์กรโดยไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม

TH Money ผนึกพันธมิตร

“TH Money พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการให้บริการ ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย และต่อยอดเทคโนโลยีจากจีนให้สอดคล้องกับบริบทไทย เพื่อสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่โปร่งใส มั่นคง และยั่งยืน”

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ประธานสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมีสหกรณ์ที่ดำเนินกิจการอยู่กว่า 6,200 แห่ง มีสินทรัพย์รวมสูงถึง 4 ล้านล้านบาท และมีสมาชิกกว่า 11.2 ล้านครัวเรือน เมื่อรวมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจะมีจำนวนกว่า 36 ล้านคน ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สหกรณ์หลายแห่งเผชิญปัญหาการทุจริตเงินสดหน้าเคาน์เตอร์ มูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับระบบสู่ดิจิทัลเพื่อสร้างความโปร่งใสและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย จึงผลักดันการใช้ Digital Wallet และระบบสแกน QR Code แทนเงินสด เพื่อปิดช่องโหว่การทุจริต เพิ่มความโปร่งใสในการทำธุรกรรม และสามารถตรวจสอบยอดเงินกับ Statement ของธนาคารได้แบบเรียลไทม์ ช่วยลดความเสี่ยงเงินขาดบัญชี และยกระดับความมั่นคงทางการเงินของสหกรณ์ไทย