เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
ไฮไลท์ประชาชาติ ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
Economic สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
Real Estate รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

ประกันชีวิตลุ้นรัฐปลุกเศรษฐกิจหนุนกำลังซื้อ คาดเบี้ยรับรวมปี’69 แตะ 7 แสนล้าน

23 ก.พ. 2569 | 09:28น.
comprehensive

สมาคมประกันชีวิต ประเมินเบี้ยประกันชีวิตปี’69 โต 2.5-3.5% แตะ 7 แสนล้าน ชี้ประกันสุขภาพ-โรคร้ายแรงเป็นไฮไลต์ ปม “เงินเฟ้อทางการแพทย์/ค่ารักษา” พุ่ง ผลักธุรกิจต้องปรับเงื่อนไขใช้ “Copayment”

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจประกันชีวิตปี 2569 สมาคมประมาณการเติบโตเบี้ยประกันชีวิตขยายตัวอยู่ในกรอบ 2.50-3.50% หรือคิดเป็นเบี้ยรับรวมอยู่ราว 7 แสนล้านบาท จากปี 2568 เบี้ยรับรวมอยู่ที่ 6.76 แสนล้านบาท ที่มีการเติบโตอยู่ที่ 3.45% แบ่งเป็น เบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ (New Business Premium) 1.90 แสนล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 3.60% และเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไป (Renewal Premium) 4.85 แสนล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 3.40%

ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตและผลิตภัณฑ์ที่เป็นไฮไลต์ในปีนี้ คือ ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ที่เพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยปีละ 8-10% ซึ่งจากปี 2568 อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ 10.8% และคาดการณ์ในปี 2569 จะอยู่ที่ 10.8% ส่งผลให้ประชาชนเริ่มมองหาความคุ้มครองที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคตมากขึ้น ซึ่งโดยเฉลี่ยเบี้ยประกันสุขภาพเติบโตอยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งในปี 2568 ประกันสุขภาพเติบโตสูงถึง 11%

นอกจากนี้ ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked) ยังเห็นการเติบโตได้ดี ส่วนหนึ่งมาจากดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาลง นักลงทุนมองหาช่องทางการลงทุนใหม่ ที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงขึ้นภายใต้ระดับความเสี่ยงที่พอรับได้ รวมถึงได้รับความคุ้มครองจากการประกันชีวิตรวมอยู่ด้วย ส่งผลให้คนหันมาสนใจผลิตภัณฑ์ลงทุนมากขึ้น สะท้อนจากปี 2568 ที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง 15.75%

ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่อาจจะเติบโตไม่สูงมากนัก จะเป็นประกันสะสมทรัพย์ (Endowment) จะเห็นการเติบโตน้อยลง โดยเฉพาะที่ไม่ได้การันตีผลตอบแทน รวมถึงประกันกลุ่ม (Group) ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้บริษัทหรือองค์กรขนาดใหญ่มีความระมัดระวังค่าใช้จ่ายกับพนักงานมากขึ้น เช่นเดียวกับประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Mortgate) ที่ได้รับผลกระทบจากทิศทางของธนาคารที่มีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

“ตอนนี้เราต้องรอดูเศรษฐกิจว่ารัฐบาลจะสามารถขับเคลื่อนได้แค่ไหน เพราะเรื่องของเศรษฐกิจมีผลโดยตรงต่อธุรกิจประกัน เพราะหากคนไม่มีเงินการคิดถึงประกันจะเป็นเรื่องรอง ๆ และไม่ใช่ปัจจัยเร่งด่วน แต่เชื่อว่ายังมีปัจจัยหนุนธุรกิจได้ เช่น สังคมสูงวัย ภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามเงินเฟ้อทางการแพทย์ จะทำให้คนหันมาสนใจประกันมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันสัดส่วนจำนวนกรมธรรม์ต่อประชากรอยู่ที่ 40% และเหลืออีก 60% ที่ยังไม่มีประกัน ซึ่งปีนี้เราคาดเบี้ยประกันอยู่ที่ 7 แสนล้านบาท น่าจะสอดคล้องกับตัวเลขสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ต้องการเห็นเบี้ยประกันภัยรวมกว่า 1 ล้านล้านบาท”

นางนุสรากล่าวว่า ผลกระทบจากการนำ Copayment และการยกเลิกประกันเหมาจ่ายนั้น จะเห็นว่าภายหลังประกาศนำประกันแบบ Copayment มาใช้ ตัวเลขเบี้ยประกันในไตรมาสที่ 1/2568 มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูงถึง 28% เพราะคนกังวลจึงเร่งซื้อประกัน และต่อเนื่องมายังไตรมาสที่ 2 เติบโต 18% และไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 14% และสิ้นปี 2568 อยู่ที่ 11.7% ถือว่าขยายตัวดี

ดังนั้น หากมองไปข้างหน้าการยกเลิกประกันแบบเหมาจ่าย คงขึ้นแต่ละบริษัทในการพิจารณา แต่เชื่อว่าหากเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ปรับเพิ่มขึ้น อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมี Copayment ตั้งแต่ปีแรก หรือเบี้ยประกันอาจปรับเพิ่มขึ้น หรือถ้าลูกค้ามีการจ่ายส่วนแรก อาจทำให้เบี้ยปรับลดลงได้

อย่างไรก็ดี สิ่งที่สมาคมดำเนินการคือ การร่วมมือกับโรงพยาบาลรัฐขยายการบริการ หากโรงพยาบาลรัฐสามารถทำได้ดี บริการสะดวกแบบไร้รอยต่อ สมาคมอยากเห็นการร่วมมือกับโรงพยาบาลรัฐมากขึ้น จากปัจจุบันร่วมมือไปแล้ว 27 แห่ง เพราะโรงพยาบาลรัฐต้องการเพิ่มรายได้เช่นกัน ดังนั้น ในอนาคตโรงพยาบาลรัฐจะมาเป็นอีกกำลังหนึ่งของธุรกิจประกัน จากปัจจุบันสัดส่วนการใช้โรงพยาบาลรัฐมีประมาณ 5% ของการเคลมทั้งหมด

“ผลกระทบจาก Copayment น่าจะรู้ภายในเดือน มี.ค.นี้ เพราะจะดูจากสัญญาปีที่ 2 แต่จากเดิมมีการคาดการณ์ว่ามีสัดส่วน 4% ที่มีการเคลมไปแล้ว 25% แต่มีคนถือกรมธรรม์อีก 96% มีการเคลม 75% หากเราไม่ทำอะไรการเคลมจะเพิ่มขึ้น และบริษัทประกันจะไม่ขายก็ไม่ได้ อาจจะมีการปรับเพิ่มเบี้ย แต่เชื่อว่าหากมี Copayment สัดส่วน 4% จะปรับลดลงได้ แต่ไม่รู้จะลงเท่าไร”