เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า วอนรัฐเร่งมาตรการภาษีรถกระบะฟื้นยอด
Automotive โตโยต้า วอนรัฐเร่งมาตรการภาษีรถกระบะฟื้นยอด
กลับมาอีกครั้ง ‘เพลินจิตแฟร์’@โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
SD กลับมาอีกครั้ง ‘เพลินจิตแฟร์’@โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
5 แผนพัฒนาเที่ยวไทยปี’70 มุ่งสู่ High-Value Destination
Business 5 แผนพัฒนาเที่ยวไทยปี’70 มุ่งสู่ High-Value Destination
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
Real Estate การเคหะฯ ปัดฝุ่นบ้านเอื้ออาทร เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี ผุด “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ป้อนผู้มีรายได้น้อย
เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
Finance เปิด 4 เทรนด์จ่ายเงินออนไลน์ไทย PromptPay ครอง 44% E-wallet โต 207%
แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
SD แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
Real Estate ‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
Economic จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
ดูทั้งหมด

โจทยใหม่ของการส่งออกไทย ‘Local Content’ ตัวชี้วัดความเสี่ยง

27 มี.ค. 2569 | 07:22น.
10-2 truck-airplane-with-container-cargo-logistic-import-export-concept-smart-technology-with-global-logistics-partnership-transportation
คอลัมน์ : ร่วมด้วยช่วยคิด
ผู้เขียน : ภูมิภัชช์ จาง ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 รัฐบาลสหรัฐประกาศเริ่มการสอบสวนตามมาตรา 301 โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ภายใต้การสอบสวนครั้งนี้ สัญญาณดังกล่าวสะท้อนว่าแรงกดดันทางการค้าโลกในระยะถัดไปอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขึ้นภาษีนำเข้าเหมือนในอดีต แต่กำลังขยับไปสู่การตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า การบังคับใช้กฎ Rule of Origin และเกณฑ์ Regional Value Content (RVC) ที่เข้มงวดขึ้นมากกว่าเดิม นั่นหมายความว่า ความสามารถในการแข่งขันของประเทศผู้ส่งออกถูกวัดจากที่มาของมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่เพียงระดับราคาหรือปริมาณการส่งออก

ในปัจจุบันความไม่แน่นอนด้านการค้าของสหรัฐสูงกว่าช่วงสงครามการค้าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ โดยกติกาการค้าโลกยุคใหม่มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการปราบปรามสินค้าสวมสิทธิ ผ่านการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าอย่างเข้มงวด รวมถึงการใช้มาตรการเชิงกฎหมายที่เจาะจงมากขึ้นในบางกรณี ส่งผลให้ผู้ส่งออกต้องสามารถอธิบายและยืนยันแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และกระบวนการผลิตได้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการเข้าถึงตลาด

สำหรับไทย ประเด็นนี้มีนัยสำคัญมากขึ้น เพราะไทยไม่เพียงอยู่ภายใต้การสอบสวน แต่ยังเป็นประเทศที่สหรัฐขาดดุลการค้าสูงเป็นอันดับ 7 ในปี 2568 ที่ระดับ 71.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากอันดับ 11 ในปีก่อนหน้า ขณะเดียวกัน แม้ในระยะสั้น การส่งออกไทยยังขยายตัวได้ดี โดยในปี 2568 มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 339.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 12.9% และสหรัฐเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย คิดเป็น 21.3% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด แต่ภายใต้กฎกติกาใหม่นี้ หากโครงสร้างการผลิตยังพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าในสัดส่วนสูง การเติบโตของการส่งออกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

ประเด็นสำคัญคือ ความเสี่ยงด้านการค้าในระยะถัดไปของไทยอาจเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง มากกว่าความผันผวนเชิงวัฏจักร เพราะเมื่อกฎถิ่นกำเนิดสินค้าถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดขึ้น อุตสาหกรรมที่พึ่งพาการนำเข้าสูงจะเผชิญแรงกดดันมากกว่าอุตสาหกรรมที่มีฐานการผลิตภายในประเทศ

จากฐานข้อมูลของ OECD TiVA สะท้อนว่าไทยมีข้อจำกัดในการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ หรือ Domestic Value Added (DVA) ในหลายอุตสาหกรรมสำคัญ เมื่อเทียบกับประเทศฐานการผลิตหลัก ไทยยังตามหลังกลุ่ม Advanced Manufacturing (ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้) และในบางอุตสาหกรรมก็ยังไม่ได้แสดงความได้เปรียบอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค (มาเลเซียหรือเวียดนาม) กล่าวได้ว่าโครงสร้างฐานการผลิตของไทยยังไม่สะท้อนความได้เปรียบด้านการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศเมื่อเทียบกับคู่แข่งโดยตรงอย่างชัดเจน

เมื่อพิจารณาในระดับอุตสาหกรรม ความเสี่ยงจาก Rule of Origin ไม่ได้กระจายเท่ากันทุกกลุ่ม กลุ่มที่ควรจับตาเป็นพิเศษคืออุตสาหกรรมที่การส่งออกไปสหรัฐยังเติบโตได้ดี แต่มีโครงสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศต่ำ (Growth with Structural Risk) โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกไทยในปัจจุบัน หากสหรัฐเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า กลุ่มเหล่านี้มีแนวโน้มถูกกดดันก่อนอุตสาหกรรมอื่น

ความเปราะบางดังกล่าวยิ่งชัดขึ้นเมื่อพิจารณาโครงสร้างการส่งออกโดยรวมของไทย ซึ่งไทยยังพึ่งพากลุ่ม Low Local Content สูงถึง 46.6% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดในปี 2568 โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องจักรที่มีระดับ Local Content ต่ำกว่า 50% อีกทั้งอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ยังพึ่งพาตลาดสหรัฐค่อนข้างสูง จึงทำให้แรงกดดันจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐมีแนวโน้มกระจุกตัวในอุตสาหกรรมหลักบางกลุ่มเท่านั้น

ภายใต้เกณฑ์ RVC ที่ระดับ 60% ซึ่งอ้างอิงจากแนวทางในความตกลง USMCA สำหรับสินค้าบางประเภท สะท้อนว่าโครงสร้างวัตถุดิบจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญของความสามารถในการแข่งขัน โดยอุปกรณ์ไฟฟ้ามีสัดส่วนการพึ่งพาวัตถุดิบภายในประเทศและภูมิภาครวมเพียง 49.8% และเครื่องจักรอยู่ที่ 53.7% ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน ขณะที่ยานยนต์อยู่ที่ 62.1% และอิเล็กทรอนิกส์ที่ 63.0% แม้ผ่านเกณฑ์ แต่ก็ผ่านเพียงเล็กน้อย และยังพึ่งพาการนำเข้าจากนอกภูมิภาคในระดับสูง

Krungthai COMPASS ประเมินว่าความเสี่ยงของการส่งออกไทยในระยะถัดไปจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับอัตราภาษีเพียงอย่างเดียว แต่จะเชื่อมโยงมากขึ้นกับโครงสร้าง Local Content และความสามารถในการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้น โจทย์สำคัญของไทยจึงไม่ใช่เพียงการรักษาแรงส่งของการส่งออกในระยะสั้น แต่คือการยกระดับฐานการผลิตในเชิงโครงสร้าง ผ่านการเพิ่ม Domestic Value Added การพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ และการเชื่อมโยง Supply Chain ภายในประเทศให้ลึกขึ้น

กล่าวอีกนัยหนึ่ง การค้าโลกยุคใหม่กำลังเปลี่ยนจากการวัดว่า “ใครส่งออกได้มากกว่า” ไปสู่การวัดว่า “ใครสร้างมูลค่าได้จากที่ไหน” และนี่คือโจทย์เชิงโครงสร้างที่ไทยต้องเร่ง