เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ICS Lifestyle Complex ชวนช็อป ชิม รับความคุ้มกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS”
Business ICS Lifestyle Complex ชวนช็อป ชิม รับความคุ้มกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS”
ดีอี จ่อฟ้อง “GULF-THCOM” บล.กสิกร กังวลต่อธุรกิจบริการดาวเทียม B2G
Tech ดีอี จ่อฟ้อง “GULF-THCOM” บล.กสิกร กังวลต่อธุรกิจบริการดาวเทียม B2G
กรุงศรี คาดค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.75-33.30 บาท/ดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ
Finance กรุงศรี คาดค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.75-33.30 บาท/ดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ
OR เปิดรับสมัคร CEO คนใหม่ จับตาผู้นำทิศทางธุรกิจน้ำมัน-ค้าปลีก สู่ Energy Solution
Economic OR เปิดรับสมัคร CEO คนใหม่ จับตาผู้นำทิศทางธุรกิจน้ำมัน-ค้าปลีก สู่ Energy Solution
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,450 บาท
เงินเฟ้อ ส.ค.พุ่ง 2.53% จากน้ำมัน-อาหารแพง สนค.จับตา Q4 อาจแตะ 2.7%
Economic เงินเฟ้อ ส.ค.พุ่ง 2.53% จากน้ำมัน-อาหารแพง สนค.จับตา Q4 อาจแตะ 2.7%
หุ้นไทยทะลุ 1,600 จุด DELTA พุ่ง 7% แรงซื้อหุ้นใหญ่ดัน SET ทะยาน
Finance หุ้นไทยทะลุ 1,600 จุด DELTA พุ่ง 7% แรงซื้อหุ้นใหญ่ดัน SET ทะยาน
Ajinomoto Young Chef 2026 ปีที่ 2 ชวนคนรุ่นใหม่ปั้นเมนูสุขภาพ
Biz Movement Ajinomoto Young Chef 2026 ปีที่ 2 ชวนคนรุ่นใหม่ปั้นเมนูสุขภาพ
ยืนยันจาก ‘บีโอไอ’ ญี่ปุ่นยกไทยคือบ้านหลังที่สองปักหลักลงทุนต่อ
Economic ยืนยันจาก ‘บีโอไอ’ ญี่ปุ่นยกไทยคือบ้านหลังที่สองปักหลักลงทุนต่อ
‘ทวี’ ซัดงบฯ 70 ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ชี้ 4 ข้อทำให้โปรงใส
Politics ‘ทวี’ ซัดงบฯ 70 ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ชี้ 4 ข้อทำให้โปรงใส
ดูทั้งหมด

โจทยใหม่ของการส่งออกไทย ‘Local Content’ ตัวชี้วัดความเสี่ยง

27 มี.ค. 2569 | 07:22น.
10-2 truck-airplane-with-container-cargo-logistic-import-export-concept-smart-technology-with-global-logistics-partnership-transportation
คอลัมน์ : ร่วมด้วยช่วยคิด
ผู้เขียน : ภูมิภัชช์ จาง ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 รัฐบาลสหรัฐประกาศเริ่มการสอบสวนตามมาตรา 301 โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ภายใต้การสอบสวนครั้งนี้ สัญญาณดังกล่าวสะท้อนว่าแรงกดดันทางการค้าโลกในระยะถัดไปอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขึ้นภาษีนำเข้าเหมือนในอดีต แต่กำลังขยับไปสู่การตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า การบังคับใช้กฎ Rule of Origin และเกณฑ์ Regional Value Content (RVC) ที่เข้มงวดขึ้นมากกว่าเดิม นั่นหมายความว่า ความสามารถในการแข่งขันของประเทศผู้ส่งออกถูกวัดจากที่มาของมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่เพียงระดับราคาหรือปริมาณการส่งออก

ในปัจจุบันความไม่แน่นอนด้านการค้าของสหรัฐสูงกว่าช่วงสงครามการค้าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ โดยกติกาการค้าโลกยุคใหม่มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการปราบปรามสินค้าสวมสิทธิ ผ่านการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าอย่างเข้มงวด รวมถึงการใช้มาตรการเชิงกฎหมายที่เจาะจงมากขึ้นในบางกรณี ส่งผลให้ผู้ส่งออกต้องสามารถอธิบายและยืนยันแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และกระบวนการผลิตได้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการเข้าถึงตลาด

สำหรับไทย ประเด็นนี้มีนัยสำคัญมากขึ้น เพราะไทยไม่เพียงอยู่ภายใต้การสอบสวน แต่ยังเป็นประเทศที่สหรัฐขาดดุลการค้าสูงเป็นอันดับ 7 ในปี 2568 ที่ระดับ 71.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากอันดับ 11 ในปีก่อนหน้า ขณะเดียวกัน แม้ในระยะสั้น การส่งออกไทยยังขยายตัวได้ดี โดยในปี 2568 มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 339.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 12.9% และสหรัฐเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย คิดเป็น 21.3% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด แต่ภายใต้กฎกติกาใหม่นี้ หากโครงสร้างการผลิตยังพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าในสัดส่วนสูง การเติบโตของการส่งออกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

ประเด็นสำคัญคือ ความเสี่ยงด้านการค้าในระยะถัดไปของไทยอาจเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง มากกว่าความผันผวนเชิงวัฏจักร เพราะเมื่อกฎถิ่นกำเนิดสินค้าถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดขึ้น อุตสาหกรรมที่พึ่งพาการนำเข้าสูงจะเผชิญแรงกดดันมากกว่าอุตสาหกรรมที่มีฐานการผลิตภายในประเทศ

จากฐานข้อมูลของ OECD TiVA สะท้อนว่าไทยมีข้อจำกัดในการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ หรือ Domestic Value Added (DVA) ในหลายอุตสาหกรรมสำคัญ เมื่อเทียบกับประเทศฐานการผลิตหลัก ไทยยังตามหลังกลุ่ม Advanced Manufacturing (ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้) และในบางอุตสาหกรรมก็ยังไม่ได้แสดงความได้เปรียบอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค (มาเลเซียหรือเวียดนาม) กล่าวได้ว่าโครงสร้างฐานการผลิตของไทยยังไม่สะท้อนความได้เปรียบด้านการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศเมื่อเทียบกับคู่แข่งโดยตรงอย่างชัดเจน

เมื่อพิจารณาในระดับอุตสาหกรรม ความเสี่ยงจาก Rule of Origin ไม่ได้กระจายเท่ากันทุกกลุ่ม กลุ่มที่ควรจับตาเป็นพิเศษคืออุตสาหกรรมที่การส่งออกไปสหรัฐยังเติบโตได้ดี แต่มีโครงสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศต่ำ (Growth with Structural Risk) โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการส่งออกไทยในปัจจุบัน หากสหรัฐเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า กลุ่มเหล่านี้มีแนวโน้มถูกกดดันก่อนอุตสาหกรรมอื่น

ความเปราะบางดังกล่าวยิ่งชัดขึ้นเมื่อพิจารณาโครงสร้างการส่งออกโดยรวมของไทย ซึ่งไทยยังพึ่งพากลุ่ม Low Local Content สูงถึง 46.6% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดในปี 2568 โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องจักรที่มีระดับ Local Content ต่ำกว่า 50% อีกทั้งอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ยังพึ่งพาตลาดสหรัฐค่อนข้างสูง จึงทำให้แรงกดดันจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐมีแนวโน้มกระจุกตัวในอุตสาหกรรมหลักบางกลุ่มเท่านั้น

ภายใต้เกณฑ์ RVC ที่ระดับ 60% ซึ่งอ้างอิงจากแนวทางในความตกลง USMCA สำหรับสินค้าบางประเภท สะท้อนว่าโครงสร้างวัตถุดิบจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญของความสามารถในการแข่งขัน โดยอุปกรณ์ไฟฟ้ามีสัดส่วนการพึ่งพาวัตถุดิบภายในประเทศและภูมิภาครวมเพียง 49.8% และเครื่องจักรอยู่ที่ 53.7% ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน ขณะที่ยานยนต์อยู่ที่ 62.1% และอิเล็กทรอนิกส์ที่ 63.0% แม้ผ่านเกณฑ์ แต่ก็ผ่านเพียงเล็กน้อย และยังพึ่งพาการนำเข้าจากนอกภูมิภาคในระดับสูง

Krungthai COMPASS ประเมินว่าความเสี่ยงของการส่งออกไทยในระยะถัดไปจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับอัตราภาษีเพียงอย่างเดียว แต่จะเชื่อมโยงมากขึ้นกับโครงสร้าง Local Content และความสามารถในการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้น โจทย์สำคัญของไทยจึงไม่ใช่เพียงการรักษาแรงส่งของการส่งออกในระยะสั้น แต่คือการยกระดับฐานการผลิตในเชิงโครงสร้าง ผ่านการเพิ่ม Domestic Value Added การพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ และการเชื่อมโยง Supply Chain ภายในประเทศให้ลึกขึ้น

กล่าวอีกนัยหนึ่ง การค้าโลกยุคใหม่กำลังเปลี่ยนจากการวัดว่า “ใครส่งออกได้มากกว่า” ไปสู่การวัดว่า “ใครสร้างมูลค่าได้จากที่ไหน” และนี่คือโจทย์เชิงโครงสร้างที่ไทยต้องเร่ง